หอการค้าเชียงใหม่ ปั้นจุดขายเมือง"เมดิคัลทัวริซึม"รับต่างชาติพำนักระยะยาว เจาะ "ชาวญี่ปุ่น" ขยายตัวสูง รายได้สะพัดปีละ "พันล้าน"
นายเฉลิมชาติ นครังกุล ประธานหอการค้าจังหวัดเชียงใหม่ เปิดเผยว่า อุตสาหกรรมท่องเที่ยวของเชียงใหม่ขยายตัวสูงอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่เข้ามาพำนักระยะยาวให้ความสนใจ "เชียงใหม่" มากขึ้น จากศักยภาพความพร้อมทั้งด้านระบบคมนาคม ที่พักอาศัย ความปลอดภัย โรงพยาบาล ร้านอาหาร และแหล่งท่องเที่ยว ประกอบกับนโยบายรัฐบาลผลักดันไทยเป็น "ตลาดลองสเตย์" รองรับผู้สูงอายุชาวญี่ปุ่นกว่า 2 แสนคน ในจำนวนนี้หากเข้ามาพำนักระยะยาวในเชียงใหม่ได้ 10% จะสร้างรายได้ กระตุ้นเศรษฐกิจขยายตัว
ปัจจุบันในเชียงใหม่ มีชาวญี่ปุ่นพำนักระยะยาว 3,800-4000 คน หากรวมชาวญี่ปุ่นที่เข้ามาทำงานอยู่ในเชียงใหม่ และลำพูน มีกว่า 10,000 คน
อย่างไรก็ตาม จำนวนนักท่องเที่ยวญี่ปุ่นที่เข้ามาพำนักในเชียงใหม่อาจจะไม่ตรงกับตัวเลขของสถานกงสุลญี่ปุ่น เชียงใหม่ เพราะ "บางกลุ่ม" เข้าพำนักแต่ไม่ได้ลงทะเบียนกับสถานกงสุล แต่หากรวมกลุ่มลองสเตย์ชาวเกาหลีและยุโรปมีกว่า 30,000 คน"
ทั้งนี้ เชียงใหม่มีรายได้จากนักท่องเที่ยวชาวญี่ปุ่นที่เข้ามาพำนักระยะยาวไม่ต่ำกว่า 1,000 ล้านบาทต่อปี หรือเฉลี่ยมีค่าใช้จ่าย 3 แสนบาทต่อคนต่อปี จะเห็นว่าชาวญี่ปุ่นมีกำลังซื้อสูง มีรายได้ดี เพราะได้รับสวัสดิการจากรัฐบาลญี่ปุ่น
ชูเมืองลองสเตย์รับผู้สูงอายุ
หอการค้ามีนโยบายพัฒนา "เชียงใหม่" เป็น "เมืองลองสเตย์" รองรับผู้สูงอายุนานาชาติ รวมทั้งไทยที่ก้าวสู่สังคมผู้สูงอายุมากขึ้น จากสถิติภายใน 20 ปี จะมีคนไทยสูงอายุ 20-25% เป็นปริมาณค่อนข้างสูง บางส่วนไม่ได้อาศัยอยู่กับลูกหลาน โดยเฉพาะคนที่มีรายได้น้อย รัฐบาลจำเป็นต้องเข้าไปดูแลในลักษณะ "บ้านพักคนชรา"
"ที่ผ่านมารัฐและเอกชนพยายามผลักดันให้เกิดการท่องเที่ยวแบบเมดิคัลทัวร์ริซึ่ม ไม่ใช่ เมดิคับฮับเพียงอย่างเดียว หากเป็นเมดิคับฮับ จะเน้นเข้ามารักษาสุขภาพการเจ็บป่วยของร่างกาย แต่เมดิคัลทัวริซึม ผู้ที่เข้ามาไม่จำเป็นต้องเจ็บป่วย ลูกค้ากลุ่มนี้ต้องการชีวิตที่มีความหมาย การอยู่ดีกินดี"
นายอะคิฮิโกะ ฟุจิอิ กงสุลใหญ่ญี่ปุ่น ณ นครเชียงใหม่ กล่าวด้วยว่า เชียงใหม่มีภูมิประเทศสวยงาม คงความเป็นเอกลักษณ์ทั้งด้านประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม ทำให้ได้รับความสนใจจากต่างชาติ โดยเฉพาะชาวญี่ปุ่นเข้ามาพำนักอาศัยเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องจากปี 2523 ขึ้นทะเบียนพำนักอาศัย 59 คน เพิ่มเป็น 1,500 คน ในปี 2547 และ 2,700 คนในปัจจุบัน แยกเป็นนักธุรกิจ 1,000 คน ที่เหลือเป็นผู้สูงอายุ และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอีกในอนาคต
ผุดอุทยานวิทยาศาสตร์สุขภาพฯ
ศ.นพ.ณรงค์ นิ่มสกุล นายกกิตติมศักดิ์ สมาคมเลเซอร์ทางการแพทย์นานาชาติ กล่าวว่า เชียงใหม่มีโอกาสทางการตลาดสูงสำหรับธุรกิจลองสเตย์ จึงตัดสินใจพัฒนาโครงการอุทยานวิทยาศาสตร์สุขภาพผู้สูงอายุ ภายใต้โครงการแตงริเวอร์ไซด์ พื้นที่ 40 ไร่ ใน อ.แม่แตง ประกอบด้วย ศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ คลับเฮ้าส์ ที่อยู่อาศัยแบบวิลล่า และคอนโดมิเนียมระดับ 5 ดาว ศูนย์พยาบาล สวนออร์แกนิค ศูนย์อาหาร และศูนย์ชอปปิง คาดแล้วเสร็จภายในปี 2558
"ผู้สูงอายุที่เข้ามาพำนักจะได้รับบริการครบวงจร สามารถตรวจเช็คร่างกายเบื้องต้นที่ศูนย์วิทยาศาสตร์ฯ มีรถฉุกเฉินพร้อมใช้งานทันท่วงทีหากต้องเคลื่อนย้ายผู้ป่วยที่มีอาการหนักส่งต่อให้โรงพยาบาล มีลานจอดเฮลิคอปเตอร์ และทีมแพทย์พยาบาลประจำ 24 ชั่วโมง"
โครงการดังกล่าวลงทุน 1,500 ล้านบาท เป็นการร่วมทุนระหว่างนักธุรกิจชาวไทย และอยู่ระหว่างเจรจานักธุรกิจชาวจีน และชาวญี่ปุ่นจะสรุปในเร็วๆ นี้ ในเฟสแรกตั้งเป้าหมายลูกค้ากลุ่มผู้สูงอายุเป็นสมาชิก 100 ราย เป็นชาวญี่ปุ่น 60% อีก 40% เป็นชาวต่างชาติอื่นๆ คาดรับลูกค้าได้มากกว่า 300 ราย
โรดโชว์ญี่ปุ่นเจาะตรงลูกค้า
ภายในเดือน ต.ค.นี้ จะร่วมกับนักธุรกิจโรดโชว์โครงการแตงริเวอร์ไซด์ที่ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งปัจจุบันมีผู้สูงอายุมากกว่า 2 แสนคน หากสนใจเข้ามาพำนักที่เชียงใหม่ 10% จะผลักดันให้ตลาดลองสเตย์คึกคักมากขึ้น ทั้งเป็นการเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขันเหนือเพื่อนบ้าน
"ศักยภาพเชียงใหม่ มีความพร้อมทั้งระบบคมนาคม ร้านอาหาร สปา ศูนย์การค้า แหล่งท่องเที่ยวทั้งทางด้านศิลปวัฒนธรรม ธรรมชาติ รวมทั้งโรงพยาบาล และมีการผลักดันให้เป็นเมืองลองสเตย์ สร้างแรงจูงใจนักท่องเที่ยวกลุ่มผู้สูงอายุต้องการเข้ามาพำนักระยะยาว จึงตัดสินใจลงทุนในครั้งนี้"
ขณะที่ชาวญี่ปุ่นมองว่าเชียงใหม่เป็นเมืองที่ปลอดภัย มีโรงพยาบาล แหล่งชอปปิง สิ่งอำนวยความสะดวกครบวงจร แหล่งท่องเที่ยวสวยงาม เป็นองค์ประกอบในการตัดสินใจของนักท่องเที่ยวกลุ่มผู้สูงอายุที่จะเข้ามาพำนักระยะยาวในเชียงใหม่






