รัฐบาลเตรียมออกระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีเพื่อตั้งภาคเอกชนเข้าร่วมตรวจสอบการทุจริตโครงการลงทุน 2 ล้านล้านบาท เชื่อจะช่วยให้เกิดความโปร่งใส
วานนี้ (2 ต.ค.) กระทรวงการคลัง ได้หารือร่วมกับกระทรวงคมนาคมและองค์กรต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) เพื่อจัดเตรียมร่างประกาศสำนักนายกรัฐมนตรีเกี่ยวกับการจัดซื้อจัดจ้างโครงการลงทุนขนาดใหญ่ จะมีผู้แทนสังเกตการณ์การลงทุนจากภาคเอกชน ที่มีความรู้สุจริตและมีคุณสมบัติเหมาะสม แต่หากเห็นรายชื่อบุคคลใดไม่มีความเหมาะสม สามารถเสนอให้คณะกรรมการชุดพิจารณาเปลี่ยนตัวบุคคลได้
นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ในฐานะประธานการประชุมร่วมกับองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) กล่าวว่า วัตถุประสงค์การดำเนินการดังกล่าว เพื่อให้การลงทุน 2 ล้านล้านบาท มีความโปร่งใส หากภาครัฐและเอกชน มีความระมัดระวังร่วมกันจะสามารถตอบโจทย์และการดำเนินการครั้งนี้ ยังสามารถใช้กับโครงการลงทุนอื่นๆ ตามกฎหมายอื่น หรือตามพ.ร.บ.งบประมาณได้
การลงทุนโครงการ 2 ล้านล้านบาทนั้น กฎหมายได้ระบุไว้ชัดเจนว่า การลงทุนต้องดำเนินการให้ถูกต้องตามกฎหมายทุกประการ กฎหมายหมายใดกำหนดไว้อย่างไร ต้องดำเนินการตามนั้น ซึ่งกฎหมายป.ป.ช.ที่กำหนดให้ต้องมีราคากลางในการประมูลโครงการลงทุน จึงต้องปฏิบัติตามและเห็นว่า ไม่ใช่เรื่องยาก เพราะมีแนวทางในการคำนวณราคากลางตามกฎหมายที่กำหนดอยู่แล้ว
ส่วนนายพงศ์เทพ เทพกาญจนา รองนายกรัฐมนตรี บอกว่า ที่ผ่านมารัฐบาลตั้งคณะกรรมการ เพื่อดูแลการโครงการลงทุนขนาดใหญ่ภาครัฐ อาทิ การลงทุนระบบคมนาคมขนส่ง 2 ล้านล้านบาท และการลงทุนบริหารจัดการน้ำ 3.5 แสนล้านบาท ซึ่งนายกรัฐมนตรีได้แต่งตั้งให้รองนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน คณะกรรมการชุดดังกล่าว โดยคณะกรรมการชุดนี้จะเป็นคนสรรหา คณะผู้สังเกตการณ์เข้ามาในสาขาที่มีความชำนาญในการประมูลงาน โดยบัญชีรายชื่อผู้สังเกตการณ์จัดซื้อจัดจ้าง ต้องเป็นบุคคลที่ไม่มีส่วนได้ส่วนเสียกับการลงทุน
"รัฐบาลเสนอยกร่างเป็นระเบียบสำนักนายกฯ ว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้าง ซึ่งกำลังส่งร่างให้กฤษฎีกาตรวจสอบแก้ไขไปแล้ว และส่งกลับมาให้พิจารณาแล้ว จะเสนอเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีพิจารณาสัปดาห์หน้า"
ขณะที่นายชัชชาติ สิทธิพันธ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวว่า เราได้หารือมาตลอดกับคณะกรรมการต่อต้านคอร์รัปชันในหลายประเด็นเกี่ยวกับการป้องกันปัญหาการคอร์รัปชันในโครงการขนาดใหญ่ ที่รัฐบาลกำลังจะดำเนินการ ซึ่งตกผลึกออกมาเป็นร่างระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีที่ให้มีผู้สังเกตการณ์กับการเปิดเผยข้อมูลการดำเนินโครงการทั้งหมด โดยข้อดีของร่างนี้ คือ ร่างนี้จะนำไปใช้โครงการลงทุนอื่นๆ ด้วย ซึ่งจะช่วยเรื่องความโปร่งใสในการดำเนินการ
การประชุมครั้งนี้ องค์กรเครือข่ายคอร์รัปชัน ตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับการเปิดเผยข้อมูล ที่อาจไม่ค่อยชัดเจนมาก ซึ่งที่ประชุมรับ และจะออกเป็นระเบียบชัดเจน แต่ระเบียบอาจไม่มีรายละเอียดมาก ซึ่งอยู่ที่กรรมการเป็นผู้กำหนด
"ที่ผ่านมา กระทรวงคมนาคม มีโครงการนำร่อง คือ โครงการประมูลรถเมล์เอ็นจีวี ซึ่งมีข้อสังเกตจากผู้สังเกตการณ์ เช่น ราคากลางคำนวณอย่างไร และ วิธีการประมูล เราปรับปรุงให้ดีขึ้น แต่สเปคก็ทำตามข้อเสนอทั้งหมด เป็นความร่วมมือที่ดี และทำงานร่วมกันต่อไปได้ และเมื่อกฎหมายเงินกู้ 2 ล้านล้านผ่าน เราจะนำร่องด้วยโครงการลงทุนมอเตอร์เวย์"
นายประมนต์ สุธีวงศ์ ประธานภาคีเครือข่ายองค์กรต่อต้านคอร์รัปชันกล่าวว่า เป็นเรื่องดีที่รัฐบาลได้เปิดโอกาสให้ภาคเอกชนเข้าร่วมตรวจสอบการลงทุนโครงการขนาดใหญ่ของภาครัฐ แต่ยังมีรายละเอียดในระเบียบที่ยังต้องทำให้ชัดเจน
นายวิชัย อัศรัสกร เลขาธิการองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) เปิดเผยภายหลังงานแถลงข่าว "เดิน-วิ่ง-ปั่น ต้านโกง" วานนี้ (2 ต.ค.) ว่า องค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน ได้ตั้งข้อสังเกต 2 ประเด็นสำคัญในการดำเนินโครงการจัดซื้อรถโดยสารใช้เอ็นจีวีขององค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) คือ 1.วิธีการประมูล ที่จะแบ่งเป็น 8 สัญญาและประมูลพร้อมกัน รวมทั้งการแยกประมูลค่าซ่อมบำรุงในภายหลัง
ทั้งนี้ เสนอให้นำการประมูลจัดซื้อรถและซ่อมบำรุงไว้ด้วยกัน เพื่อให้ได้รถและค่าซ่อมที่ต่ำสุด หากแยกประมูลจะทำให้มีจุดเสี่ยงในการทุจริต เพราะค่าซ่อมตรวจสอบยาก อาจเกิดกรณีที่ซื้อรถถูกแต่ค่าซ่อมแพงได้ รวมทั้งให้แยกประมูล เพื่อให้เกิดการแข่งขันมากขึ้น
2.ราคากลาง ต้องเป็นราคาที่สามารถแจกแจงรายละเอียดได้ว่าเป็นราคาคัทซี ราคาโครงสร้างรถ ราคาระบบเบรก เป็นเท่าไร ซึ่งจะทำให้สามารถตรวจสอบราคาที่เหมาะสมได้ และจะเป็นวิธีการป้องกันทุจริตที่ดี ขณะเดียวกันการแจกแจงราคายังเป็นการดำเนินงานตามกฎหมายด้วย
นายไพโรจน์ วงศ์วิภานนท์ ประธานอนุกรรมการศึกษาเฝ้าระวังการจัดซื้อรถโดยสารใช้เอ็นจีวี กล่าวว่า สิ่งสำคัญที่ขสมก.ต้องลงรายละเอียดราคาที่สัมพันธ์กับสเปครถ และต้องกำหนดให้ผู้ยื่นข้อเสนอต้องใส่รายละเอียดต้นทุนของรถโดยสารด้วย เพื่อให้พิจารณาได้ละเอียดมากขึ้น






