"สภาผู้ส่งออก" คาดจีดีพีปีนี้โต 3.5% หลังส่งออกชะลอ-รัฐบาลไม่อัดฉีดเงินเข้าระบบ พร้อมหั่นเป้าส่งออกปีนี้เหลือโต 2.5% จากเดิมคาดโต 3%
นายนพพร เทพสิทธา ประธานสภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย (สภาผู้ส่งออกฯ)คาดการณ์ว่า ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ปีนี้จะเติบโตอยู่ที่ระดับ 3.5% ซึ่งได้รับผลกระทบจากการส่งออกปีนี้ที่ลดลง ประกอบกับทางรัฐบาลไม่มีนโยบายในการกระตุ้นเศรษฐกิจใหม่ๆ ที่จะช่วยอัดฉีดเม็ดเงินเข้าสู่ระบบให้มากขึ้น
"คาดว่าจีดีพีปีนี้อาจจะทำได้ 3.5% ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผลมาจากการส่งออกปีนี้ที่ลดลง โดยได้รับผลกระทบจากเศรษฐกิจทั่วโลก ประกอบกับส่วนหนึ่งทางรัฐบาลไม่มีเม็ดเงินที่จะอัดฉีดเข้ามาระบบอย่างต่อเนื่อง จึงทำให้เศรษฐกิจในประเทศเกิดการชะลอตัว"นายนพพร กล่าว
ส่วนการส่งออกของไทยในปีนี้จะเติบโต 2.5% จากเดิมที่ได้คาดการณ์ว่าจะโต 3% ซึ่งสะท้อนให้เห็นจากภาพรวมในเดือน ก.ค. การส่งออกมีมูลค่าอยู่ที่ 20,500 ล้านดอลลาร์ และคาดว่าช่วงที่เหลือของปีเฉลี่ยทำได้เดือนละ 20,500 ล้านดอลลาร์ จะทำให้ยอดการส่งออกมีโอกาสโตอยู่ที่ 2.5% ดังกล่าว ซึ่งจากการปรับลดเป้าที่คาดไว้ในปีนี้เป็นผลกระทบจากปัญหาค่าเงินบาทที่มีความผันผวน เนื่องจากมาตรการ QE ของสหรัฐยังไม่แน่นอน
ทั้งนี้ แนะนำผู้ส่งออกให้ระมัดระวังในการซื้อขาย โดยจะต้องใช้เวลาในการซื้อขายอย่างรวดเร็ว ประกอบกับต้องการแนะนำให้รัฐบาลมีมาตรการในการเพิ่มศักยภาพให้กับผู้ส่งออกในระยะยาว โดยจะต้องเน้นการค้าแบบชายแดนและพร้อมกับเปิดช่องการตลาดใหม่ๆ เช่น ทวีปอเมริกาใต้ อย่างไรก็ตาม จะต้องไม่ลืมตลาดเดิม เช่นในยุโรป และจีน
"คาดว่าส่งออกปีนี้จะโต 2.5% ซึ่งจากเดิมที่คาดไว้จะโต 3% โดยผู้ส่งออกได้รับผลกระทบจากปัญหาค่าเงินบาทที่ผันผวน จากความไม่แน่นอนของมาตรการ QE หากเฉลี่ยช่วงที่เหลือของปีสามารถมีมูลค่าส่งออกอยู่ที่ 20,500 ล้านดอลลาร์ต่อเดือนก็จะทำให้ดัชนีการส่งออกปีนี้จะอยู่ที่ 2.5%ได้" นายนพพร กล่าว







