ถึงเวลา...ดึง"โกลด์ ออนไลน์"เข้าระบบ ป้องกันความเสียหายนักลงทุน"รายย่อย"
ตลาดค้าทองคำในไทยที่มีขนาดใหญ่ ผลจากพฤติกรรมนักลงทุนนิยมหันมาเก็งกำไรทองคำแท่งมากกว่าซื้อสะสม โดยเฉพาะการซื้อขายออนไลน์ที่มีแนวโน้มเติบโตขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งผู้ประกอบการค้าทองคาดว่าจะมีขนาดที่ใหญ่มูลค่าไม่น้อยกว่า 1 ล้านล้านบาท ซึ่งใหญ่กว่าตลาดซื้อขายล่วงหน้า หรือฟิวเจอร์ส นับ 10 เท่า อาจต้องถึงเวลาที่ต้องวางกรอบและจัดระเบียบก่อนที่ความเสียหายจะลุกลามทำให้ล้มทั้งระบบ
ต้นเหตุของพฤติกรรมการเก็งกำไรลุกลามมายังสินทรัพย์ทองคำ เกิดขึ้นมาจากวิกฤตเศรษฐกิจของสหรัฐและยุโรป ทำให้บรรดากองทุนขนาดใหญ่ที่นิยมเก็งกำไรในสินค้าโภคภัณฑ์ หันมาเก็งกำไรทองคำกันมากขึ้น ส่งผลให้ราคาทองเคลื่อนไหวอย่างหวือหวา
โดยราคาเคยปรับตัวขึ้นไปสูงสุดถึง 1,920 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และลงมาที่ระดับต่ำสุด 1,180 ดอลลาร์ต่อออนซ์ในเดือนก.ค.2556 ซึ่งพฤติกรรมการเก็งกำไรทองคำแพร่กระจายไปอย่างรวดเร็ว ทุกครั้งที่มีการพูดถึงทิศทางความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก หรือภาวะสงคราม ราคาทองคำจะเคลื่อนไหวและตอบรับกับสถานการณ์ดังกล่าวทันที
เช่นเดียวกับพฤติกรรมการลงทุนทองคำในประเทศไทย นักลงทุนและประชาชน หันมานิยมเก็งกำไรราคาทองคำมากเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะในปี 2554 การลงทุนทองคำนับว่าเป็นการลงทุนที่ให้ผลตอบแทนสูงถึง 20% และยังคงเป็นรูปแบบการลงทุนที่ให้ผลตอบแทนเป็นบวกเสมอช่วง 10 ปีที่ผ่านมา
เมื่อการลงทุนทองคำได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ คนพร้อมใจกันซื้อทองคำเก็บไว้ เพื่อหวังจะทำกำไรส่วนต่างของราคา เมื่อมีคนให้ความสนใจมาก ทำให้เกิดปัญหาในช่วงราคาทองมีความผันผวน การให้บริการไม่ทันและเสียโอกาส บรรดาผู้ประกอบการ จึงต้องคิดหาแนวทางในการให้บริการรูปแบบใหม่ เพื่อให้เกิดความสะดวกรวดเร็วในการทำรายการซื้อขาย จึงเป็นที่มาของการซื้อขายทองคำในระบบออนไลน์ (Gold Online) รวมทั้งการซื้อขายทองในรูปของตั๋วสัญญา แทนส่งมอบทองคำกันจริงๆ
โดยวิธีการซื้อขายโกลด์ ออนไลน์ ทำได้เหมือนการเปิดบัญชีซื้อขายหุ้น ผู้ที่ต้องการลงทุนสามารถไปติดต่อที่ร้านค้าทองที่เปิดให้บริการในระบบดังกล่าวได้ โดยสามารถเปิดบัญชีซื้อขายเหมือนกับบัญชีในการซื้อขายหุ้น เพียงแค่วางหลักประกันส่วนหนี่ง และสามารถสั่งซื้อขายได้ในวงเงิน 10-20 เท่าของวงเงินที่ใช้วางหลักประกัน
เมื่อสั่งซื้อทองคำในปริมาณที่ต้องการแล้ว ลูกค้าจะต้องนำเงินมาชำระตามมูลค่าที่อ้างอิงจากราคาทองคำในวันที่สั่งซื้อ และผู้ซื้อสามารถรับทองคำที่สั่งซื้อได้ในวันที่ 2 หรือ T+2 หลังจากสั่งซื้อ โดยผู้ซื้อจะได้รับใบตอบรับการสั่งซื้อสินค้าไว้เป็นหลักฐาน อย่างไรก็ตาม ผู้ซื้อสามารถตกลงกับผู้ขายได้ว่า จะรับสินค้าหรือไม่ หากไม่ต้องการรับสินค้าต้องแจ้งล่วงหน้าก่อนวันครบกำหนด
ทั้งนี้ ช่วงที่ราคาทองคำขึ้นลงแรงในระหว่างที่รอรับสินค้าทำให้ผู้ซื้อไม่ต้องการรับสินค้า และสั่งขายเพื่อหวังจะทำกำไรจากส่วนต่างราคาทองคำ จึงทำให้การซื้อขายทองคำในรูปแบบการซื้อโดยไม่รับสินค้าเกิดขึ้น และกลายเป็นที่นิยมกันในกลุ่มคนที่ต้องการเก็งกำไรจากราคาทองคำ
ปัจจุบันการสั่งซื้อขายทองคำระบบออนไลน์ กลายเป็นตลาดขนาดใหญ่ด้วยความง่าย สะดวกต่อการลงทุน และไม่มีการควบคุมดูแล ผู้ประกอบการสามารถทำธุรกิจได้อย่างเสรี ไม่มีระบบป้องกันความเสี่ยงที่อาจจะเกิดขึ้นได้ในอนาคต ทั้งในส่วนผู้ลงทุนและผู้ประกอบการ
ขณะเดียวกัน ทองคำเป็นสินค้าที่ต้องนำเข้ามาเท่านั้น เมื่อมีความต้องการสินค้าจำนวนมาก ผู้ประกอบการต้องสั่งนำเข้าในปริมาณที่สูงขึ้น ส่งผลกระทบถึงการเคลื่อนไหวอัตราแลกเปลี่ยน และในเวลาเดียวกัน ธนาคารแห่งประเทศไทยเกิดความกังวลว่า ผู้ประกอบการทองคำใช้ทองคำเป็นเครื่องมือในทำกำไรส่วนต่างอัตราแลกเปลี่ยน ทำให้จำเป็นต้องเข้ามาดูแลและควบคุมการลงทุนในทองคำ
ตลาดการซื้อขายทองคำเป็นตลาดขนาดใหญ่ มีมูลค่ามหาศาล โดยผู้ประกอบการทองคำรายใหญ่ๆ ในไทยแต่ละราย มียอดขายทองคำแต่ละปี ระดับหลายแสนล้านบาท ถ้านำมารวมกัน 3 รายใหญ่ ก็เกินกว่าระดับ 1 ล้านล้านบาท ดังนั้นหากเกิดวิกฤตเศรษฐกิจหรือภาวะสงคราม หรือเหตุการณ์รุนแรงที่ก่อให้เกิดความตื่นตระหนก อาจทำให้ผู้ลงทุนที่ถือเฉพาะใบยืนยันการรับสินค้านำไปรับทองคำแท่ง พร้อมๆกัน ในเวลาเดียวกันจะทำให้เกิดความเสียหายอย่างรุนแรง ทั้งในด้านผู้ประกอบการและผู้ลงทุน
จนกระทั่งนายประสาร ไตรรัตน์วรกุล ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) ให้สัมภาษณ์ว่า เริ่มมีความเป็นห่วงสถานการณ์ซื้อขายทองคำในประเทศ ซึ่งแบ่งออกเป็น 2 ประเด็นหลัก กล่าวคือ การนำเข้าทองซึ่งเกี่ยวข้องกับอัตราแลกเปลี่ยน อาจเป็นช่องทางทำให้เกิดการเก็งกำไรค่าเงินเข้ามาเกี่ยวข้อง เนื่องจากในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา ทองคำกลายเป็นสินค้าที่คนนิยมกันมาก ทำให้มีการนำเข้าเพิ่มมากขึ้น ซึ่งช่วงแค่ 6 เดือนแรกมีการนำเข้าสูงถึง 1 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐหรือราว 3 แสนล้านบาท และที่สำคัญการนำเข้าทอง ต้องแลกเป็นเงินสกุลดอลลาร์ซึ่งพบว่ามีการแลกเงินตราต่างประเทศในจำนวนที่มากกว่าการนำเข้าทองอย่างมีนัยสำคัญ
อีกประเด็น คือการซื้่อขายทองทั้งในรูปของออนไลน์และเทเลเซลล์ ซึ่งเกี่ยวข้องกับนักลงทุนรายย่อยจำนวนมาก แต่กลับไม่มีเจ้าภาพในการดูแล และไม่มีกฎระเบียบควบคุมดูแลการซื้อขายทองคำ หากเกิดความเสียหายขึ้นใครจะรับผิดชอบ
"แบงก์ชาติ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จึงจะเข้าไปดูแลในส่วนดังกล่าวนี้ เพื่อเป็นการคุ้มครองผู้บริโภค โดยเฉพาะตลาดซื้อขายทองคำที่อยู่นอก พ.ร.บ.ว่าจะต้องมีการควบคุมอย่างไร เพื่อไม่ให้เกิดปัญหา เพราะปัจจุบันประชาชนนิยมซื้อขายทองคำเพื่อการเก็งกำไรมากกว่า และยังพบด้วยว่า การซื้อขายทองคำออนไลน์ ไม่ได้มีการส่งมอบทองคำจริงๆ"
ขณะที่ล่าสุด นายสมชัย สัจจพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักเศรษฐกิจการคลัง(สศค.)บอกว่า สศค.ได้ตั้งคณะทำงานขึ้นมา 1 ชุด ศึกษาแนวทางดูแลร้านค้าทองคำ โดยมีวัตถุประสงค์หลัก เพื่อคุ้มครองผู้บริโภค ซึ่งจะเน้นดูแลไม่ให้ประชาชนรายย่อยที่ซื้อทองคำถูกโกง ส่วนเรื่องผลกระทบต่อการเก็งกำไรอัตราแลกเปลี่ยนนั้น ไม่ได้เป็นวัตถุประสงค์หลักในการตั้งคณะทำงานชุดนี้ขึ้นมา
ในฝั่งของผู้ประกอบการค้าทองคำ ก็พยายามที่จะติดต่อขอเจรจากับ ธปท.เพื่อหารือแนวทางที่จะเข้ามาควบคุมดูแล เพราะเกรงว่าเกณฑ์ที่จะออกมาจะทำให้เป็นอุปสรรคต่อการทำงาน โดยผู้ประกอบการรายใหญ่ได้รวมตัวกันเพื่อขอให้ตลาดหลักทรัพย์เป็นตัวกลางในการติดต่อเข้าชี้แจงกับ ธปท. โดยเฉพาะประเด็นการเก็งกำไรอัตราแลกเปลี่ยนผ่านทองคำ ซึ่งกลุ่มผู้ประกอบการยืนยันว่า ไม่มีพฤติกรรมการเก็งกำไร ส่วนการจะเข้ามาควบคุมระบบเทรดออนไลน์นั้น ผู้ประกอบการต้องการความชัดเจนในทางปฏิบัติ ซึ่งไม่มีแนวคิดที่จะโต้แย้ง และยินดีจะให้ความร่วมมือทุกเรื่อง
ระหว่างที่ทางการอยู่ระหว่างการหาหน่วยงานเข้ามาควบคุมดูแล ปรากฏว่า บรรดากลุ่มนักลงทุนที่ได้รับความเสียหายจากการลงทุนโกลด์ ออนไลน์ ได้ออกมาเรียกร้องขอความเป็นธรรม หลังจากที่ถูกบริษัทค้าทองรายใหญ่ แจ้งความดำเนินคดี เพราะไม่ยอมชำระหนี้ อันเนื่องมากจากการที่บริษัทเรียกหลักประกันเพิ่ม หลังจากที่ราคาทองคำลดลง ทำให้มูลค่าหลักประกันลดลง จนต้องนำเงินมาชำระ ขณะที่ทางกลุ่มผู้ลงทุนชี้แจงว่า ไม่มีส่วนรู้เห็นในส่วนที่เรียกหลักประกันเพิ่ม เพราะเจ้าหน้าที่การตลาดเป็นคนสั่งซื้อสั่งขายและเข้ามาบริหารพอร์ตลงทุนให้
ขณะนี้มีกลุ่มนักลงทุนที่ได้รับผลกระทบและแบกภาระหนี้สิน 23 ราย มีมูลค่าความเสียหายรวมสูงถึง 300-400 ล้านบาท และเข้าร้องเรียนกับหน่วยงานต่างๆ แต่ยังไม่มีใครแสดงความรับผิดชอบต่อกรณีนี้
นี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นปัญหาของการซื้อขายโกลด์ ออนไลน์ ซึ่งจะเริ่มมีออกมาให้เห็นกันมากขึ้นอย่างแน่นอน...








