สปส.จ้าง 5 บลจ.บริหารเงินกว่า 4.5 หมื่นล้านบาท เป็นเวลา 5 ปี ตีกรอบผลตอบแทนต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐาน บลจ.ต้องลดค่าธรรมเนียม ลงทุนหุ้นไม่เกิน 20%
นายจีรศักดิ์ สุคนธชาติ เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม (สปส.) กระทรวงแรงงาน กล่าวว่า ในอนาคต สปส. มีแผนที่จะเพิ่มจำนวนเงินที่จะจ้างเอกชนบริหารให้มากขึ้นจากปัจจุบัน ที่จัดตั้งเป็นกองทุนส่วนบุคคล และว่าจ้างบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) บริหารมูลค่ารวม 5.7 หมื่นล้านบาท จากจำนวนเงินกองทุนของ สปส. ที่มีอยู่ประมาณ 1.1 ล้านล้านบาท ในปัจจุบัน
ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 25 ก.ย. 2556 สปส. ลงนามในสัญญาจ้าง บลจ. 5 ราย ได้แก่ บลจ.กสิกรไทย ธนชาต กรุงไทย เอ็มเอฟซี และไทยพาณิชย์ ร่วมบริหารเงินกองทุนประกันสังคม กรณีชราภาพ รายละ 9,000 ล้านบาท รวมเป็น 4.5 หมื่นล้านบาท โดยมีระยะเวลาบริหาร 5 ปี ตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค. นี้
นายจีรศักดิ์ กล่าวว่า ทั้ง 5 บลจ. จะต้องบริหารเงินให้ได้ผลตอบแทนไม่ต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐาน ตามนโยบายการลงทุนที่กำหนดให้ลงทุนในตราสารหนี้มากกว่า 80% และหุ้นไม่เกิน 20% ซึ่งในปีใดที่ผลตอบแทนต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐาน บลจ.จะลดค่าธรรมเนียมในการบริหารลง และจะยกเลิกสัญญาบริหารหากทำผลตอบแทนย้อนหลัง 3 ปีต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐาน
อย่างไรก็ตาม ค่าธรรมเนียมเป็นเพียงส่วนหนึ่งในหลักเกณฑ์ที่ สปส. ใช้คัดเลือกบริษัทเอกชนที่เข้ามาบริหารเงินกองทุน
ก่อนหน้านี้ สปส. จัดสรรเงินจำนวน 1.2 หมื่นล้านบาท ให้ บลจ.กสิกรไทย และ ธนชาต บริหารแห่งละ 6,000 ล้านบาท ซึ่งจะครบสัญญาการบริหารในกลางปีหน้า
นายวิน พรหมแพทย์ หัวหน้างานลงทุน สำนักบริหารการลงทุน สปส. กล่าวว่า ในแผนการลงทุน 5 ปี ของ สปส. มีแผนจะเพิ่มสัดส่วนการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยง เช่น หุ้น อสังหาริมทรัพย์ กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน และสินค้าโภคภัณฑ์ ทั้งในประเทศและต่างประเทศ เพิ่มขึ้นเป็น 36% จากปัจจุบันที่กำหนดสัดส่วนไว้ไม่เกิน 20% และสินทรัพย์ที่มีความมั่นคง ที่กำหนดไว้ 80% ในปัจจุบันจะลดเหลือ 64%
"การปรับสัดส่วนลงทุนดังกล่าวน่าจะทำให้กองทุนมีผลตอบแทนเฉลี่ยเพิ่มขึ้นเป็น 5.5% จาก 4.5% ในปัจจุบัน ขณะที่ในแต่ละปี สปส. จะมีเงินลงทุนเพิ่มขึ้นประมาณ 6-7 หมื่นล้านบาท"นายวิน กล่าว







