"ยุคล"เร่งใช้ยางในสต็อกก่อนประกันวินาศภัยหมดอายุ 31 ธ.ค. สั่งประสานหน่วยงานรัฐเสนอแผนใช้ยาง ขีดเส้นสรุปเสนอสำนักงบฯ25 ก.ย. ก่อนเคาะงบปี"57
นายยุคล ลิ้มแหลมทอง รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิด เผยภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการบริหารโครงการพัฒนาศักยภาพสถาบัน เกษตรกรเพื่อรักษาเสถียรภาพราคายาง ว่า ตามที่นายกรัฐมนตรีมีนโยบายที่ชัดเจนในการใช้ยางในสต็อกที่มีอยู่กว่า 2 แสนตัน มาแปรรูปเพื่อใช้ภายในประเทศ โดยได้มอบหมายให้กระทรวง เกษตรฯ หารือร่วมกับสำนักงบประมาณ ในการจัดสรรงบประมาณปกติในปี 2557 ของแต่ละหน่วยงานที่จะนำยางในสต็อกไปแปรรูป
ดังนั้น ที่ประชุมจึงได้มอบหมายให้องค์การสวนยาง หรือ อสย. เป็นเจ้าภาพประสานและรวบรวมแผนการใช้ยางของหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 25 ก.ย. นี้ ทั้งในส่วนของปริมาณยางและแผนงานโครงการที่จะนำไปใช้ ก่อนเสนอให้สำนักงบประมาณพิจารณาเพิ่มเติมงบประมาณประจำปี 2557 ของแต่ละหน่วยงานอีกครั้ง เนื่องจากการใช้ยางพาราเข้ามาเป็นวัตถุดิบอาจจะส่งผลทำให้ต้นทุนของการจัด ซื้อจัดจ้างในการทำโครงการเดิมมีค่าใช้จ่ายที่สูงขึ้น เช่น การทำถนน หรือการทำฝายยางเพื่อการชลประทาน เป็นต้น
ทั้งนี้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะต้องพิจารณาวางแผนเพื่อเร่งระบายผลผลิตอย่างเป็นรูปธรรม โดยเร็ว และแยกบัญชีการดำเนินการให้ชัดเจน เพื่อระบายสต็อกยางที่มีอยู่ให้มากที่สุดหรือหมดโดยเร็วภายในระยะเวลาของการ ประกันวินาศภัย และแล้วเสร็จภายในระยะเวลาโครงการ เพื่อให้เกิดผลดีต่อราคายางในระยะต่อไป ขณะเดียวกัน ยังเป็นการลดภาระการชดเชยผลการขาดทุนจากการระบายสต็อกยาง ค่าใช้จ่ายในการดูแลรักษาสต็อก และการประกันวินาศภัยสำหรับสต็อกยางที่เหลือและที่คาดว่าจะมีการรับซื้อจน ถึงสิ้นสุดโครงการพัฒนาศักยภาพสถาบันเกษตรกรเพื่อรักษาเสถียรภาพยางที่จะ สิ้นสุดในวันที่ 31 ธ.ค. นี้
อย่างไรก็ตาม คาดว่าแผนการใช้ยางจะมีความชัดเจนว่าแต่ละหน่วยงานจะนำยางในสต็อกไปใช้ใน เรื่องใดบ้างและเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีประมาณกลางเดือนหน้า
สำหรับการตรวจสอบปริมาณยางขององค์การสวนยางที่รับซื้อจากสถาบันเกษตรกรไปแปรรูปที่ โรงงานและโรงรม และมีการเข้ามาจัดเก็บในโกดังแล้วขณะนี้ มีอยู่ทั้งสิ้น 192,335.03 ตัน โดยในส่วนที่เหลือยังอยู่ในขั้นตอนการผลิตและแปรรูปในโรงงานต่างๆ ยังไม่ได้ขนส่งเข้าโกดัง ซึ่งจากการตรวจสอบบัญชีสต็อกยาง พบว่ามีการจัดทำบัญชีและจัดทำรายงานบัญชีสต็อกยางถูกต้องเรียบร้อย ขณะเดียวกัน การตรวจประเมินปริมาณยาง ก็พบว่าผลการตรวจประเมินมีความสอดคล้องกับปริมาณสต็อกยางทางบัญชีเช่นกัน









