วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

บินไทยวุ่นบอร์ด'เสียงแตก'ไม่กล้าขายแอร์บัส

การบินไทย"วุ่น"บอร์ดไม่กล้าอนุมัติขายแอร์บัส เอ 340-500 ให้เจ้าชายซาอุฯ เหตุต่ำกว่าราคาบุ๊คแวลู 2 เท่า ตัวแทนผู้ซื้อจี้ฝ่ายบริหารขอคำตอบ

บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) (THAI) ได้สั่งซื้อเครื่องบินแอร์บัส เอ 340-500 จำนวน 4 ลำ โดยนำมาให้บริการเส้นทางบินตรงกรุงเทพฯ-นิวยอร์ก ตั้งแต่วันที่ 1 พ.ค. 2548 แต่หลังจากเปิดบินได้ประมาณ 3 ปี ต้องยกเลิกให้บริการในเดือนก.ค. 2551 เพราะว่าประสบปัญหาขาดทุนต่อเนื่องกว่า 7 พันล้านบาท ที่ผ่านมาการบินไทยพยายามขายเครื่องบินทั้ง 4 ลำ มาโดยตลอด แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่สามารถขายได้

ปัจจัยสำคัญที่ไม่สามารถขายเครื่องบินดังกล่าวได้ เพราะว่าแอร์บัส 340-500 เป็นเครื่องพิสัยไกลพิเศษ (Super Long Range) จึงกินน้ำมันสูง มีการใช้งานในโลกไม่เกิน 30 ลำเท่านั้น สายการบินที่ซื้อเครื่องรุ่นนี้มาใช้งานต่างทยอยปลดระวาง ส่งผลให้ราคาขายในตลาดเครื่องบินมือสองลดลงกว่า 50% ของมูลค่า เพราะไม่เป็นที่นิยมในตลาด ขณะที่บริษัทแอร์บัสได้ยกเลิกการผลิตเครื่องรุ่นนี้ตั้งแต่ปี 2555 โดยการบินไทยยกเลิกใช้เครื่องรุ่นนี้ตั้งแต่วันที่ 1 พ.ค. 2555 ปัจจุบันเครื่องทั้ง 4 ลำ ถูกจอดทิ้งไว้ที่ท่าอากาศยานดอนเมือง และนำมาใช้ในภารกิจพิเศษเป็นบางโอกาส เช่น รองรับภารกิจในการเยือนต่างประเทศของรัฐบาล

แหล่งข่าวจาก การบินไทย กล่าวว่า การบินไทยรับมอบเครื่องบินแอร์บัส เอ 340-500 จำนวน 3 ลำแรกในปี 2548 และรับมอบลำสุดท้ายในปี 2550 ราคาตามมูลค่าทางบัญชีของเครื่องแต่ละลำ จึงไม่เท่ากัน โดย 3 ลำแรกมีมูลค่าทางบัญชีในเดือนมิ.ย. 2556 ลำละ 55.75 ล้านดอลลาร์ ส่วนลำที่ 4 มีมูลค่าทางบัญชี 67.07 ล้านดอลลาร์ ส่วนราคาตลาดในปี 2556 ของเครื่อง 3 ลำแรก อยู่ที่ลำละ 55.6 ล้านดอลลาร์ และลำที่ 4 อยู่ที่ 66.9 ล้านดอลลาร์

เสนอซื้อครั้งแรกลำละ 35 ล้านดอลลาร์

ที่ผ่านมา คณะกรรมการขายและให้เช่าเครื่องบินและเครื่องยนต์ ซึ่งมี นายโชคชัย ปัญญายงค์ รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่อาวุโสสายการพาณิชย์เป็นประธาน ได้ประกาศขายเครื่องบินทั้ง 4 ลำ ผ่านเว็บไซต์ต่างๆ แต่ไม่มีผู้สนใจอย่างจริงจัง นอกจากบริษัท AVCON Worldwide โดยยื่นข้อเสนอครั้งแรกในเดือนมี.ค. 2556 โดยเสนอซื้อเครื่องบินแอร์บัส เอ 340-500 ลำที่ 4 ในราคา 35 ล้านดอลลาร์ และ ลำที่ 2 ในราคา 24 ล้านดอลลาร์ ต่อมาการบินไทยได้เชิญผู้ที่เคยขอข้อมูลเครื่องบินแอร์บัส เอ 340-500 ประมาณ 40 ราย เสนอราคาซื้อเครื่องดังกล่าวอีกครั้ง ซึ่งมีผู้เสนอราคาเพียง 1 ราย คือ บริษัท สยามโกลบอล แอร์ จำกัด ผู้ให้บริการสายการบินชบาแอร์ โดยเสนอเครื่องทั้ง 4 ลำ ในราคารวม 88 ล้านดอลลาร์

หลังจากนั้น AVCON Worldwide ได้ยื่นข้อเสนอใหม่อีกครั้ง โดยระบุว่าจากการตรวจสอบโดยละเอียด พบว่า เครื่องบินดังกล่าวมีมูลค่าเพียง 21 ล้านดอลลาร์ แต่ผู้ซื้อคือเจ้าชายไฟซาลแห่งประเทศซาอุดีอาระเบียเห็นว่าเครื่องดังกล่าวเคยรองรับภารกิจของรัฐบาลไทย จึงเพิ่มราคาให้เป็น 22 ล้านดอลลาร์ และล่าสุดได้เพิ่มราคาเป็น 23.5 ล้านดอลลาร์ โดยมีเงื่อนไขว่าสภาพยางล้อฐานต้องใช้งานได้ และสภาพเครื่องบินต้องเป็นไปตามมาตรฐานของกรมการบินพลเรือน

ทั้งนี้ AVCON Worldwide ได้ชำระเงินประกัน (Security Deposit) ให้การบินไทยเมื่อวันที่ 12 มิ.ย. ที่ผ่านมา จำนวน 2.5 ล้านดอลลาร์ ส่วนงวดที่ 2 จำนวน 2.5 ล้านดอลลาร์จะชำระเมื่อลงนามในเอ็มโอยู และจะชำระอีก 7 ล้านดอลลาร์ ภายใน 5 วันหลังจากลงนามสัญญาซื้อขาย และงวดสุดท้าย 11 ล้านดอลลาร์ จะชำระเมื่อเครื่องบินเดินทางถึงกรุงริยาด

บอร์ดเสียงแตกขายต่ำกว่าบุ๊คแวลู

อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมาการบินไทยได้เสนอเรื่องดังกล่าวให้คณะกรรมการพิจารณา แต่ที่ประชุมยังไม่มีข้อสรุป โดยกรรมการส่วนหนึ่งเห็นว่าการขายเครื่องในราคาที่ต่ำกว่ามูลค่าทางบัญชี จะส่งผลให้การบินไทยรับรู้ผลขาดทุนจากการขายเครื่องบินกว่า 4 พันล้านบาททันทีภายในปี 2556 แต่ในระยะยาวจะเป็นผลดีต่อการบินไทย เพราะปัจจุบันเครื่องบินดังกล่าวจอดทิ้งไว้ที่ท่าอากาศยานดอนเมือง แต่เครื่องบิน 3 ลำแรก ยังคงมีภาระผูกพันทางทางการเงินอยู่ เพราะจัดหาโดยวิธี Financial Lease

ส่วนกรณีไม่ขายเครื่องบิน การบินไทยจะไม่ต้องรับรู้ผลขาดทุนจากการขายในปี 2556 แต่จะต้องทยอยรับรู้ผลขาดทุนจากการด้อยค่าปีละกว่า 1.3 พันล้านบาท เพื่อให้มูลค่าเครื่องบินเป็นศูนย์ และ Write off จากงบดุล ณ สิ้นปี 2561 รวมเป็นผลขาดทุนจากการด้อยค่า 6.8 พันล้านบาท ขณะที่กรรมการส่วนหนึ่งเห็นว่าหากขายต่ำกว่ามูลค่าทางบัญชีอาจเป็นปัญหาในอนาคต

"แนวทางที่ดีที่สุด คือ ต้องกล้าตัดสินใจขาย หากยังเก็บไว้มูลค่าจะลดลงต่อเนื่อง เพราะไม่มีผู้สนใจซื้อ ล่าสุด สิงคโปร์ แอร์ไลน์ส ได้ปรับปรุงเครื่องรุ่นดังกล่าวให้เป็นชั้นธุรกิจทั้งลำแต่ไม่ประสบความสำเร็จ ต้องขายคืนผู้ผลิตแลกกับการซื้อเครื่องรุ่นใหม่ที่ใช้งานได้คุ้มค่ากว่า"

นอกจากนั้น AVCON Worldwide ยังต้องการความชัดเจนจากการบินไทยว่าตกลงจะขายเครื่องดังกล่าวหรือไม่ เพราะผู้ซื้อได้จองกำหนดเวลาการดัดแปลงเครื่องบินให้เป็นเครื่องบินส่วนตัว (Executive Private Jet) ที่โรงงานซาบีน่าเทคนิคในประเทศฝรั่งเศสไว้แล้ว จึงต้องการเร่งรัดการซื้อขายเพื่อให้ทันกับแผนงานของผู้ซื้อ แต่ที่ผ่านมาการบินไทยยังไม่มีหนังสืออย่างเป็นทางการถึงบริษัทว่าจะขายหรือไม่ขาย

"สรจักร"ชงบอร์ดพิจารณาอีกครั้ง

นายสรจักร เกษมสุวรรณ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ การบินไทย เปิดเผยว่า เมื่อเร็วๆ นี้ บริษัท AVCON Worldwide ได้ทำหนังสือถึงการบินไทยเพื่อยืนยันว่ายังคงต้องการซื้อเครื่องบิน แอร์บัส เอ 340-500 ในราคาลำละ 23.5 ล้านดอลลาร์ แต่คณะกรรมการการบินไทย ยังไม่มีมติอนุมัติให้ขายเครื่องบินแก่บริษัท ส่วนกรณีที่ AVCON วางเงินประกัน (Security Deposit) ให้การบินไทย จำนวน 2.5 ล้านดอลลาร์นั้น หากไม่มีการซื้อขายเกิดขึ้น บริษัทสามารถรับเงินคืนได้

"การบินไทย จะนำหนังสือล่าสุดของ AVCON เสนอให้คณะกรรมการการบินไทยพิจารณาว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อไป ขณะนี้ยังไม่สามารถระบุได้ว่าจะขายเครื่องบินให้ AVCON หรือจะไม่ขาย โดยการบินไทยจะเลือกวิธีที่ดีที่สุด"