กสิกรไทยคาดเฟดลดขนาดคิวอีจากเดือนละ 8.5 หมื่นล้านดอลลาร์ เหลือ 7.5 หมื่นล้านดอลลาร์ มั่นใจไทยเอาอยู่ ทุนสำรองแกร่ง-สภาพคล่องเพียงพอ
นายเชาว์ เก่งชน กรรมการผู้จัดการ บริษัทศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด กล่าวว่า ปัจจัยที่ยังต้องติดตาม คือ การประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ที่จะมีขึ้นในวันที่ 17-18 กันยายนนี้ ซึ่งคาดการณ์ว่าเฟดจะทยอยลดขนาดวงเงินซื้อสินทรัพย์ต่อเดือน หรือ QE จากเดือนละ 85,000 ล้านดอลลาร์ เหลือเดือนละ 75,000 ล้านดอลลาร์ เพื่อไม่ให้ตลาดเงินตลาดทุนโลกอยู่ในภาวะตื่นตระหนก
ขณะเดียวกันยังเชื่อว่าเฟดจะยังคงระดับอัตราดอกเบี้ยต่ำต่อเนื่อง และอาจจะเริ่มปรับขึ้นในปลายปี 2557 ขณะที่อัตราดอกเบี้ยนโยบายของไทยจะยังคงไม่ปรับขึ้น โดยยังต้องจับตามองหลังจากมาตรการลด QE จบลงในกลางปี 2557 โดยต้องติดตามว่าเฟดจะขึ้นดอกเบี้ยในอัตราเท่าใดและจะมีผลให้เงินลงทุนต่างชาติไหลกลับไปอเมริกามากน้อยเพียงใด ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) จึงจะนำข้อมูลมากำหนดทิศทางอัตราดอกเบี้ยต่อไป
ทั้งนี้ คาดว่าในช่วงครึ่งปีหลังของปี 2557 คณะกรรมการนโยบายการเงินจะปรับอัตราดอกเบี้ยขึ้น 0.50% ซึ่งจะทำให้อัตราดออกเบี้ยนโยบายปรับขึ้นมาอยู่ที่ 3% จากปัจจุบันอยู่ที่ร้อยละ 2.50 ขณะที่ตลาดการเงินไทยและค่าเงินบาทจะยังมีความผันผวนตามกระแสข่าวการชะลอมาตรการ QE ซึ่งคาดว่าค่าเงินบาทจะมีความผันผวนอยู่ที่ 6.5% สูงกว่าค่าความผันผวนของเงินสกุลเอเชียที่อยู่ประมาณ 4%
กรรมการผู้จัดการศูนย์วิจัยกสิกรไทย กล่าวอีกว่า เชื่อมั่นว่าเงินสำรองระหว่างประเทศที่มีอยู่สูงถึง 191,000 ล้านดอลลาร์ และสินทรัพย์สภาพคล่องส่วนเกินของระบบธนาคารพาณิชย์ที่มีอยู่ 2.4 ล้านล้านบาท จะเพียงพอรองรับหากเฟดชะลอมาตรการ QE และต่างชาติถอนเงินลงทุนออกจากประเทศไทย โดยต่างชาติลงทุนในสินทรัพย์ประมาณ 700,000 ล้านบาท







