ภาวะตลาดที่ผ่านมา : ต้นสัปดาห์ตลาดหุ้นไทยปรับตัวขึ้นแรงกว่าที่คาดไว้มาก โดยตลาดฯเคลื่อนไหวในทิศทางเดียวกับตลาดหุ้นอื่นในภูมิภาคเอเชีย
และตลาดในยุโรปที่ส่วนใหญ่อยู่ในแดนบวก
มองว่าเป็นการตอบรับทิศทางเศรษฐกิจของต่างประเทศ ทั้งนี้ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐฯออกมาต่ำกว่าคาด มองว่าเป็นแรงหนุนของมาตรการ QE จากที่เคยคาดว่าจะยกเลิกเร็วอาจจะไม่ได้เป็นไปตามคาด และหากมีความเป็นไปได้ที่จะมีการโจมตีซีเรีย ก็จะเป็นปัจจัยหนุนราคาน้ำมันดิบ ซึ่งก็มีผลต่อดัชนีหุ้นไทยด้วยจากที่มีน้ำหนักของหุ้นกลุ่มพลังงานอยู่มาก
นอกจากนี้ เศรษฐกิจของจีนก็กลับมาดีขึ้น ทำให้มีการมองว่าเศรษฐกิจจีนในช่วงครึ่งปีหลัง (H2/56) อาจจะมีการเร่งตัวขึ้น ซึ่งจะเป็นการสนับสนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจเอเชียและเศรษฐกิจโลก
กลางสัปดาห์การปรับตัวขึ้นมาแรงซึ่งเป็นไปตามทิศทางเดียวกับตลาดหุ้นอื่นในภูมิภาคเอเชีย หลังจากความคลายกังวลสถานการณ์ในซีเรียที่มีแนวโน้มรอดพ้นการโจมตีของสหรัฐ โดยตลาดหุ้นไทยได้แรงหนุนจากกลุ่มสื่อสารและธนาคารพาณิชย์
อย่างไรก็ตาม ในช่วงท้ายสัปดาห์ตลาดมีแรงขายทำกำไรระยะสั้นออกมามากกดดันให้ดัชนีย่อตัวลงไปโดยแกว่งตัวพักฐานจากปัจจัยที่ยังต้องติดตามคือสถานการณ์ในซีเรียที่ยังไม่มีความชัดเจนมากนัก ส่งผลให้ดัชนีแกว่งตัวในลักษณะไซต์เวย์ ปัจจัยที่เข้ามาส่งผลกระทบในแง่ของการลงทุนมองว่าเรื่องของค่าเงินบาทที่ปรับตัวแข็งค่า โดยแรงซื้อจากต่างชาติยังคงมีอยู่
ส่วนปัจจัยภายนอกประเทศที่ผลักดันให้ดัชนีปรับตัวเพิ่มขึ้นทั้งในประเทศและเอเชียนั้น นักลงทุนมีความมั่นใจต่อการเจริญเติบโตของภาพรวมในฝั่งเอเชีย รวมถึงญี่ปุ่นได้เป็นเจ้าภาพโอลิมปิก ซึ่งมีการคาดหวังว่าอาจจะมีการเข้าไปลงทุนมากขึ้น ส่งผลให้เศรษฐกิจโดยรวมของเอเชียเติบโตขึ้น
ทั้งนี้แนวโน้มตลาดยังคงผันผวน โดยรอผลการประชุมของธนาคารกลางสหรัฐหรือเฟดในสัปดาห์นี้ ตลาดหุ้นไทยผันผวนค่อนข้างมาก หลังจาก 4 วันที่ผ่านมาหุ้นขึ้นแรง จากเงินทุนไหลกลับมาซื้อหุ้นในระยะสั้นของต่างชาติรวม 1 หมื่นล้านบาท ซึ่งตลาดยังกังวลว่าจะพยุงตลาดได้นานหรือไม่ เนื่องจากเงินไหลเข้ารอบนี้ ต่างจากที่ผ่านมา ซึ่งมีมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (คิวอี) กระจายทั่วโลก แต่รอบนี้หลายประเทศเริ่มลดและถอนคิวอี จึงมองว่าเงินทุนที่ไหลเข้ามาคงเป็นช่วงสั้น
ปัจจัยด้านเทคนิค: การเคลื่อนไหวของตลาดส่งสัญญาณเชิงบวกเล็กน้อย หลังจากตัดค่าเฉลี่ย 10 วันขึ้นไปเมื่อสัปดาห์ก่อน และ MACD แสดงค่าเป็นบวกเล็กน้อยเช่นกัน
กราฟรายวันของดัชนี SET Index สัปดาห์ก่อน ดัชนีมีแนวโน้มแกว่งตัวขึ้น หลังจากตัดเส้นค่าเฉลี่ย 10 วันขึ้นไป 5 วัน
เครื่องมือทางเทคนิค MACD ได้แสดงค่าเป็นบวก ชี้ว่าดัชนีมีทิศทางดีขึ้น
สรุป ระยะสั้น แกว่งตัวขึ้น ส่วนระยะกลางมีสัญญาณ sideway ที่กรอบ 1380-1420 จุด
กลยุทธ์การลงทุน:
สำหรับนักลงทุนระยะสั้น : เรายังคงให้ความสำคัญที่ระดับจิตวิทยา 1,400 จุด หากต่ำกว่า 1,400 จุด ประเมินปรับฐานสู่แนวรับ 1,380 จุด แนะนำขาย แต่หาก SET ปรับขึ้นหรืออยู่เหนือระดับ 1,400 จุดจะดีดขึ้นทดสอบแนวต้าน 1,430 จุด แนะนำซื้อเก็งกำไร
เราแนะนำเลือกซื้อหุ้นเก็งกำไร กลุ่มและหุ้นรายตัวที่ยัง Laggard กลุ่มรองและเล็ก เช่น DRT, TOP, HMPRO, AP









