ซี.พี.แลนด์ เปิดแผน 3 ปี รุกตลาดต่างภูธรรูปแบบ ทั้งคอนโดมิเนียม-สนง.-รร. เล็งหัวเมืองใหญ่ รับเศรษฐกิจขยายตัว ต่างชาติตั้งสนง.รับเออีซี
นายสุนทร อรุณานนท์ชัย กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ซี.พี.แลนด์ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่าแผนการลงทุนช่วง 3 ปี (2557-2559) จะเน้นขยายการลงทุนพัฒนาที่ดินในจังหวัดหัวเมืองใหญ่ ซึ่งบริษัทมีที่ดินสะสมกว่า 4,000 ไร่ ที่พร้อมจะนำออกมาพัฒนาทั้ง ที่อยู่อาศัย อาคารสำนักงาน ศูนย์การค้า และโรงแรม เนื่องจากเล็งเห็นถึงศักยภาพของเศรษฐกิจที่เติบโตมากในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา ทั้งในแง่รายได้ประชากร และกำลังซื้อ รวมทั้งรองรับโอกาสการค้าการลงทุนในภูมิภาคอาเซียน หลังไทยเข้าสู่การเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือ เออีซี ในปี 2558
อีกทั้งขณะนี้รัฐมีนโยบายส่งเสริมให้ไทยเป็นศูนย์การค้าการลงทุนในภูมิภาค ด้วยการให้สิทธิพิเศษยกเว้นภาษีหรือลดภาษีเงินได้นิติบุคคล ปัจจัยเหล่านี้จะทำให้ความต้องการอาคารสำนักงาน โรงแรม และศูนย์การค้าเพิ่มขึ้น
"การก้าวรุกครั้งนี้ เราคงไม่ขยายแบบก้าวกระโดด แต่จะเป็นแบบทีละขั้น หลังจากสะสมประสบการณ์ในธุรกิจอสังหาฯ มา 27 ปี รวมถึงการทำตลาดในขอนแก่น 18 ปี วันนี้เราเห็นศักยภาพของหลายจังหวัดในหัวเมืองใหญ่ ไม่ว่าจะเป็น อุดรธานี สกลนคร นครราชสีมา"
นายสุนทร กล่าวว่า สำหรับ ปี 2557 บริษัทได้เตรียมงบลงทุน 1 หมื่นล้านบาท พัฒนาโครงการรวม 30 อาคาร ทั้งคอนโดมิเนียม ระดับกลางราคา 1-1.5 ล้านบาท ใน 10 จังหวัด รวมถึงขยายโครงการในจังหวัดเดิมที่พัฒนาไปแล้วก่อนหน้านี้ 16 จังหวัด นอกจากนี้จะพัฒนาอาคารสำนักงาน 6 แห่ง กระจายตามหัวเมืองหลัก ซึ่งตอนนี้มีที่ดินพร้อมแล้ว ที่ พิษณุโลก นครศรีธรรมราช สุราษฎร์ธานี หาดใหญ่ และเชียงใหม่ เป็นอาคารขนาดเล็ก 6-10 ชั้น มูลค่าลงทุน 200-300 ล้านบาท รองรับความต้องการของตลาดที่คาดว่าช่วง 3 ปีจากนี้บริษัทต่างชาติจะเข้ามาตั้งสำนักงานมากขึ้นเพื่อเชื่อมโยงการค้าไปยังประเทศอาเซียน
ในส่วนของโรงแรม จะพัฒนาให้ได้ 10 แห่ง ทั่วประเทศ ภายใน 3 ปี จากปัจจุบันมีเพียงแห่งเดียวคือ โรงแรมแกรนด์ เมอร์เคียว-กรุงเทพ ฟอร์จูน ถ.รัชดาภิเษก โดยการลงทุนจะมีทั้งการซื้อกิจการโดยเฉพาะหัวเมืองหลักและหัวเมืองท่องเที่ยวที่มีขนาดตั้งแต่ 150 ห้องขึ้นไป และลงทุนใหม่ โดยในปลายปีนี้คาดว่าจะเปิดให้บริการได้ 2 แห่ง เป็นโรงแรมระดับ 2-3 ดาว มูลค่า 800-1,000 ล้านบาท เป็นการลงทุนใหม่ 1 แห่ง และซื้อกิจการอีก 1 แห่ง
ในส่วนของกรุงเทพซึ่งมีแนวโน้มการเติบโตของอาคารสำนักงานสูง บริษัทจึงเตรียมนำอาคารสำนักงานและศูนย์การค้าประกอบไปด้วย อาคารซี.พี.ทาวเวอร์ 1 ถนนสีลม, ซี.พี.ทาวเวอร์ 2 (ฟอร์จูนทาวน์) และซี.พี.ทาวเวอร์ 3 (พญาไท) จัดตั้งเป็นกองทุนอสังหาฯ ซึ่ง 3 อาคารมีมูลค่ารวมกว่า 10,000 ล้านบาท สร้างรายได้ค่าเช่าปีละกว่า 1,200 ล้านบาท โดยได้เริ่มดำเนินการมาได้ระยะหนึ่งแล้ว คาดว่าจะสามารถตั้งกองทุนได้ภายในสิ้นปีนี้
นายสุนทร กล่าวว่า บริษัทคาดว่าภายใน 3 ปี สัดส่วนรายได้ระหว่างการเช่ากับการขายจะเปลี่ยนจาก 75/25 เป็น 50/50 โดยปีที่ผ่านมาบริษัทมีรายได้ 1,700 ล้านบาท แบ่งเป็นรายได้จากค่าเช่า 1,200 ล้านบาท รายได้จากโรงแรม 350 ล้านบาท และรายได้จากการขาย 200 ล้านบาท ส่วนปีนี้ตั้งเป้ายอดขายไว้ที่ 2,300 ล้านบาท
"นอกจการลงทุนในประเทศแล้ว เรายังสนใจ ลงทุนในอาเซียน และจีนโดยขณะนี้อยู่ระหว่างศึกษาว่าจะเป็นการลงทุนประเภทใด คาดว่าจะได้ข้อสรุปภายใน 1-2 ปีนี้"






