ไทยประกันรุกลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน

ไทยประกันรุกลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน

ไทยประกันชีวิตเตรียมงบลงทุน กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานอีก 500 ล้านบาท หลังเห็นผลตอบแทนงาม แถมยังมีช่องในการลงทุนได้อีกจำนวนมาก

นางวรางค์ ไชยวรรณ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า แผนการลงทุนของบริษัทในช่วงที่เหลือของปีนี้ ได้ให้น้ำหนักกับการลงทุนใน กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานระบบขนส่งมวลชนทางราง บีที เอสโกรท (กองทุน BTS) เพิ่มอีก 400-500 ล้านบาท จากเม็ดเงินลงทุนเดิมที่มีอยู่กว่า1,000 ล้านบาท และที่สำคัญ สัดส่วนการลงทุนในหน่วยลงทุนของบริษัทก็ยังต่ำมากมีเพียงแค่ 1.2% ของพอร์ตการลงทุนเท่านั้น ขณะที่เกณฑ์ลงทุนกำหนดเอาไว้ที่ 20% ของพอร์ตการลงทุน

"สาเหตุที่เน้นลงทุนในกองทุนประเภทดังกล่าว เนื่องจาก รับรู้รายได้ที่แน่นอน มีอัตราการเติบโตสูงความเสี่ยงค่อนข้างต่ำ ประกอบกับมีเงินปันผลดี เมื่อเทียบกับกองทุนประเภทอื่น อย่างกรณีของกองทุน BTS บริษัทเข้าลงทุนเริ่มต้นที่ราคา 7.8 บาทต่อหน่วย แต่พอราคาปรับขึ้นมาที่ 9 บาทต่อหน่วย บริษัทได้กำไรสูงถึง 10%"

เขาระบุว่า ในส่วนของการลงทุนต่างประเทศนั้น บริษัทมีแผนที่จะลงทุนในหุ้นต่างประเทศโดยตรง อยู่แล้ว หากสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) มีการประกาศใช้แผนการลงทุนฉบับใหม่อย่างเป็นทางการ บริษัท ก็พร้อมลงทุนได้ทันที เพราะล่าสุด บริษัทได้เปิดบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์ที่ประเทศสหรัฐอเมริกาเรียบร้อยแล้ว โดยจะลงทุนในหุ้นสหรัฐฯเป็นหลักภายใต้วงเงินลงทุน 1,000 ล้านบาท

นางวรางค์ กล่าวว่า ส่วนการลงทุนในหุ้นไทยปัจจุบันอยู่ที่ 5.22% มีแผนเพิ่มเพดานการลงทุนในหุ้นเป็น 6-7% แต่การเพิ่มเพดานการลงทุนดังกล่าวต้องรอดูจังหวะที่เอื้อต่อการลงทุนเป็นหลัก เพราะความผันผวนต่อตลาดทุนไทยมีค่อนข้างมาก

"ช่วงที่ผ่านมาบริษัทมีการขายทำกำไรออกไปประมาณ 300 ล้านบาท เมื่อช่วงเดือนมิ.ย.56 เพื่อลดความเสี่ยงจากความผันผวนตลาดทุน และเตรียมเข้าลงทุนในพันธบัตรระยะยาว 10 ปี เนื่องจากผลตอบแทนพันธบัตรดังกล่าวเฉลี่ยอยู่ที่ 4.4% ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างรอเปิดการประมูล

ส่วนผลตอบแทนทั้งปี มั่นใจ ไม่ให้ต่ำกว่า 5% ขณะที่ปัจจุบันอยู่ที่ 4.98% และคาดสิ้นปีสินทรัพย์ลงทุนจะเพิ่มเป็น 185,000-186,000 ล้านบาท จากปัจจุบัน 184,000 ล้านบาท หรือคาดว่าจะเพิ่มอีกประมาณ 1,000 ล้านบาท"