"บีเจซี"มุ่งลงทุนต่างประเทศ กระจายความเสี่ยงจากเศรษฐกิจในประเทศชะลอและกำลังซื้อผู้บริโภคไม่โต คาดได้ข้อสรุปตั้งรง.ใหม่ในพม่าไตรมาส 4 ปีนี้
นายอัศวิน เตชะเจริญวิกุล กรรมการผู้จัดการใหญ่ และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เบอร์ลี่ ยุคเกอร์ จำกัด (มหาชน)(BJC) เปิดเผยว่า บริษัทยังคงยืนเป้าการเติบโตของรายได้ปีนี้ไว้ที่ 15-20% แม้ว่าแนวโน้มภาวะเศรษฐกิจในประเทศจะชะลอตัว แต่บริษัทได้ทำงานหนักขึ้นทั้งในส่วนของแผนการส่งเสริมการขาย หาช่องทางการจัดจำหน่ายใหม่ นอกจากนี้การลงทุนในต่างประเทศ ยังช่วยกระจายความเสี่ยงจากกำลังซื้อในประเทศที่ชะลอตัว
"ในช่วงครึ่งปีแรกของปีนี้ ผลการดำเนินงานของบริษัท มีการเติบโตต่อเนื่อง แต่ในช่วงครึ่งปีหลังขอดูภาพรวมไตรมาส 3 และ ต้นไตรมาส 4 ก่อน เพราะในช่วง 4 เดือนข้างหน้ามีความไม่แน่นอนสูงทางเศรษฐกิจ บริษัทจะต้องมีการวางแผนรับกับความเปลี่ยนแปลง สำหรับราคาน้ำมันที่ปรับขึ้นแม้จะกระทบกับต้นทุนบริษัท แต่เป็นต้นทุนที่สามารถส่งต่อไปทางลูกค้าได้"
ทั้งนี้ บริษัทยังคงมุ่งการลงทุนในต่างประเทศ ทั้งการลงทุนใหม่ การซื้อและควบรวมกิจการ (M&A) เพื่อเพิ่มสัดส่วนรายได้จากต่างประเทศ ซึ่งจะมีส่วนช่วยลดความเสี่ยงจากภาวะเศรษฐกิจและกำลังซื้อภายในประเทศ โดยที่ผ่านมาได้ไปลงทุนในเวียดนามและลาวแล้ว มูลค่ารวมประมาณ 1 พันกว่าล้านบาท งบส่วนนี้ไม่รวมกับงบลงทุนปกติประจำปีที่ตั้งไว้ประมาณ 4 พันล้านบาท
นอกจากเวียดนามและลาวแล้ว บริษัทยังสนใจลงทุนในกัมพูชาและพม่า เพื่อรองรับการเปิดประชาคมเขตเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ในปี 2558 ซึ่งในส่วนของพม่า คาดว่าจะได้ข้อสรุปภายในสิ้นไตรมาส 4 ปีนี้ จะเป็นการลงทุนตั้งโรงงานใหม่ร่วมกับพันธมิตรหลายราย แต่ยังไม่สามารถบอกรายละเอียดธุรกิจ หรือการลงทุนได้ เพราะจะทำให้คู่แข่งรู้ถึงแผนธุรกิจ
"ภาวะเศรษฐกิจในประเทศที่ไม่ค่อยดี กำลังซื้อก็ไม่เพิ่มขึ้น แต่เศรษฐกิจในต่างประเทศกำลังฟื้นตัว บริษัทจึงเห็นเป็นโอกาสที่จะเข้าไปลงทุน เพราะในจำนวนเงินที่เท่ากัน ไปลงทุนต่างประเทศน่าจะดีกว่า"
บล.กรุงศรี วิเคราะห์ว่า คาดผลการดําเนินงานครึ่งปีหลังของบีเจซี จะยังเติบโตต่อเนื่องทั้งจากครึ่งปีแรก และช่วงเดียวกันของปีก่อน สาเหตุมาจาก 1.ช่วงเวลาการขายในกลุ่มสินค้าเวชภัณฑ์และเทคนิคในช่วงไตรมาส 3 2.ช่วงเวลาการขายทั้งกลุ่มบรรจุภัณฑ์และสินค้าอุปโภคบริโภคในไตรมาส 3 และ 3.อัตรากําไรขั้นต้นธรุกิจหลัก (บรรจุภัณฑ์และสินค้าอุปโภคบริโภค) มีแนวโน้มขยายตัว
ทั้งนี้ ประมาณการยอดขายรวมปี 2556 ที่ 41.22 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 10% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยยอดขายครึ่งปีหลัง ยังทรงตัวได้ เมื่อเทียบกับครึ่งปีแรก สมมติฐานอัตรากําไรขั้นต้นปีนี้ 24.7% เพิ่มขึ้นจาก 24.1% ในปีก่อน คาดว่ากำไรสุทธิจะเติบโตได้ 15% เป็น 2.77 พันล้านบาท และจะเติบโตต่อเนื่องอีก 17% เป็น 3.23 พันล้านบาท ในปี 2557 จากการรับรู้รายได้ธุรกิจใหม่ที่ซื้อกิจการ เข้ามาในปี 2556 เช่น ไทอัน โรงงานเต้าหู้อิจิบัง ร้านขายยาโอเกนกิ รวมถึงโรงงานกระป๋องและนมดานอน







