วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

คอนโดแนวรถไฟฟ้าฟีเว่อร์5ปี5หมื่นยูนิต

ไนท์แฟรงค์ชี้ตลาดแนวคอนโดไฟฟ้ายังฮอต 5 ปีเปิด 5 หมื่นยูนิต ขายไปแล้ว 4 หมื่นยูนิต สายสีเขียวเข้มส่วนต่อขยายตากสิน-บางหว้าขายดีสุด

นายพนม กาญจนเทียมเท่า กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไนท์ แฟรงค์ ชาร์เตอร์(ประเทศไทย) จํากัด กล่าวในงานเสวนา เจาะจุดแข็งอสังหาริมทรัพย์กรุงเทพฯ พื้นที่ทำเลทองรับเออีซี ว่า แนวโน้มการพัฒนาที่อยู่อาศัยในอนาคตจะยังขยายไปตามแนวรถไฟฟ้ากว่า 10 สายซึ่งอยู่ระหว่างการสร้างและกำลังจะก่อสร้างซึ่งเป็นเทรนเดียวกับทั่วโลก ทั้งนี้ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา การเปิดคอนโดมีเนียมแนวรถไฟฟ้ามีอัตราเพิ่มแบบก้าวกระโดด จากช่วงปี 2552 ถึง กลางปี 2556 มีจำนวนคอนโดมีเนียมแนวรถไฟฟ้ารวมทั้งสิ้น 54,630 ยูนิต ส่วนใหญ่อยู่บริเวณเส้นทางรถไฟฟ้า 4 สายหลักคือ บีทีเอสสายสีเขียวอ่อน 16,429 ยูนิต สายสีเขียวเข้ม 9,866 ยูนิต สายสีม่วง จำนวน 25,418 ยูนิต และเอ็มอาร์ทีสายสีน้ำเงิน 2,917 ยูนิต มียอดขายแล้ว 40,006 ยูนิต เหลือขายเพียง 16,424 ยูนิต

คอนโดมิเนียมขายดีที่สุด คือสายสีเขียวเข้ม ส่วนต่อขยายสีเขียวเข้มช่วง สะพานตากสินถึงวงเวียนใหญ่ มีจำนวนทั้งสิ้น4,163 ยูนิต ขายออกไปได้ 3,477 ยูนิต เหลือ 686 ยูนิต คิดเป็นอัตราการขาย 83.5 % โดยราคาขายเฉลี่ยอยู่ที่ 120,196 บาทต่อตารางเมตร แต่บริเวณดังกล่าวที่ดินพัฒนาโครงการมีไม่มาก ทำให้การพัฒนาจะข้ามไปขยายที่บางแคมากกว่า

ส่วนต่อขยายสายสีเขียวเข้มช่วง วงเวียนใหญ่ ถึงตลาดพลู มีจำนวนยูนิตเพิ่มขึ้นเท่าตัวจากปีที่ผ่านมา มียูนิตสะสม 2,508 ยูนิต ขายไป1,599 ยูนิต เหลือเพียง 909 ยูนิต อัตราการขายออกเฉลี่ย 63% ราคาขายเฉลี่ยอยู่ที่ 82,543 บาทต่อตารางเมตร และช่วงตลาดพลูถึงบางหว้า มีจำนวนหน่วยทั้งสิ้น 3,195 ยูนิต ขายไปได้ 2,752 ยูนิต เหลือเพียง 443 ยูนิต ราคาขายเฉลี่ยอยู่ที่ 63,457 บาทต่อตารางเมตร ซึ่งพบว่าตัวเลขการเติบโตของคอนโดสูงขึ้นทุกปีจากความต้องการที่เพิ่มขึ้น

"เชื่อว่า 5 ปีจากนี้การพัฒนาหลักของผู้ประกอบการยังอยู่แนวรถไฟฟ้าที่ขยายออกไปนอกเมืองมากขึ้น จากข้อจำกัดของราคาที่ดินที่เพิ่มสูงขึ้นและที่ดินในการพัฒนา"

นายพนมกล่าวว่า เส้นทางรถไฟฟ้าที่ผู้ประกอบการให้ความสนใจในการพัฒนามากที่สุด คือ แนวรถไฟฟ้าสายสายสีม่วง โดยเฉพาะบางใหญ่-บางซื้อ มีซัพพลายเกิดใหม่ค่อนข้างมาก อัตราเพิ่มแบบก้าวกระโดด เฉพาะปีที่แล้วเปิดตัว 15,600 ยูนิต และ 6 เดือนที่ผ่านมาเปิดอีก 3,000 ยูนิต อัตราการขายเฉลี่ยอยู่ที่ 60-70% แม้ว่าขณะนี้การขายยังไม่น่าเป็นห่วง แต่หากยังมีซัพพลายใหม่เข้ามาเพิ่มเติมต่อเนื่อง อาจจะทำให้ซัพพลายล้นตลาดได้ อย่างไรก็ดีพบว่าราคาห้องชุดขยับขึ้น 32% จากช่วง 5 ปีที่ผ่านมาจาก 4.7 หมื่นบาทต่อตารางเมตร มาอยู่ที่ 6-7 หมื่นบาทต่อตารางเมตร