ยืน 1,360 จุดได้ เป้าใกล้อยู่ที่ 1,420 จุด ขณะที่โค้งสุดท้ายปี 56 อยู่ที่ 1,500 จุดในกรณีปกติ
SET View
- ประเด็นหลักวันนี้ การที่ SET สามารถยืนเหนือ 1,360 จุดได้ ส่งผลให้กรอบการเหวี่ยงตัวในทางเทคนิครายสัปดาห์ (Weekly) ขยับขึ้นมาอยู่ที่ 1,360-1,420 จุดด้วย โดยส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากแรงซื้อกลับเข้ามาในหุ้นกลุ่ม Market Cap ขนาดใหญ่ เพื่อปิดสถานะ Short Position ทั้งนี้ตั้งแต่ 24 ก.ค.2556 ที่ SET เริ่มพักตัวลงมาจากจุดสูงสุดในไตรมาสที่ 3 ที่ 1,520 จุด หุ้นในกลุ่ม 20 อันดับแรกที่ถูก Short Sell ลงมามากที่สุดมีสัดส่วนสูงถึง 54% ของ Market Cap. รวม ดังนั้นกรณีที่ SET ยังสามารถยืนเหนือ 1,360 จุดได้เป้าหมายต่อไปในระหว่างสัปดาห์จะอยู่ที่เส้นค่าเฉลี่ย EMA 200 วันบริเวณ 1,420 จุด อย่างไรก็ดีกรณีที่ SET ปรับตัวลงมาต่ำกว่า 1,360 จุดอีกครั้ง จะส่งผลให้ SET มีโอกาสปรับตัวลงไปที่ 1,330 จุดเร็วมาก
- ในกรณีปกติ (ความเป็นไปได้ 60%) เราให้น้ำหนักว่า SET ได้ผ่านจุดต่ำสุดไปแล้วที่บริเวณ 1,260 จุด ขณะที่เป้าหมายในช่วงที่เหลือของปีจะอยู่ที่ 1,500 จุด ภายใต้สมมติฐานที่ หนึ่ง สงครามในซีเรียไม่ยืดเยื้อ สอง สภาสหรัฐตกลงเรื่องงบประมาณ และเพดานหนี้ได้ทัน สาม เฟดลดขนาดมาตรการ QE ไม่เกิน 2 หมื่นล้านดอลลาร์/เดือน สี่ เศรษฐกิจไทยในครึ่งหลัง ไม่เกิดการถดถอยซ้ำอีกครั้ง ห้า พ.ร.บ.เงินกู้ 2.2 ล้านล้านบาทผ่านสภาใน ก.ย.2556 และการเมืองไม่มีความรุนแรง ขณะที่ในกรณีดีที่สุด (ความเป็นไปได้ 20%) เราประเมินเป้าหมายของ SET ไว้ที่ 1,630 จุด และในกรณีแย่ที่สุด (ความเป็นไปได้ 20%) เราประเมินไว้ที่ 1,070 จุด
- กลยุทธ์การลงทุน : การลงทุนระยะสั้น (ไม่เกิน 1 สัปดาห์) จะ “ซื้อเก็งกำไร” เมื่อ SET ยืน 1,360 จุดได้ เป้าระยะสั้น 1,420 จุด ขณะที่กรณีต่ำกว่า 1,360 จุดอีกให้ “ขายทำกำไร” ขณะที่การลงทุนระยะกลาง (1-3 เดือน) แนะนำ “เพิ่มสัดส่วนการถือหุ้น” เป็น 75% ของพอร์ต โดยที่การลงทุนทั้ง2 ระยะเน้นหุ้นในกลุ่ม Top Picks ของเรา ที่จะเป็นเป้าของการ “Bargain Hunting” ในช่วงที่เหลือของปี ได้แก่ INTUCH, MFEC, THCOM, PS, LPN, SPALI, PTTEP, BCP, TOP, PTTGC, RS, BEC, AH และ CPALL









