ทอท.ปิดซ่อมรันเวย์ฝั่งตะวันออกด้านทิศใต้ 2 วัน คาดเปิดใช้ได้ปกติ 11 ก.ย. ผู้โดยสาร 288 ชีวิตระทึก เครื่อบินเกิดอุบัติเหตุไถลออกนอกรันเวย์
หลังจากที่ เครื่องบินแบบแอร์บัส เอ330-300 เครื่องบิน ทีจี 679 บินจากกวางโจว ประเทศจีน เกิดอุบัติเหตุไถลออกนอกทางวิ่ง (RUN WAY) ขณะลงจอดที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เวลาประมาณ 23.20 น. ของวันที่ 8 ก.ย. ที่ผ่านมา เช้าวานนี้ (9 ก.ย.) น.ต.ศิธา ทิวารี ประธานกรรมการ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท. ได้เรียกประชุมผู้บริหารท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อประเมินสถานการณ์ที่เกิดขึ้น
น.ต.ศิธา กล่าวว่า เนื่องจากเที่ยวบินทีจี 679 ได้ทำการบินลงที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ลงแตะพื้นรันเวย์แล้ว ระหว่างวิ่งไประยะทางประมาณ 1 กิโลเมตร เกิดอุบัติเหตุฐานล้อด้านขวาขัดข้อง ยางระเบิด ล้อเครื่องบินขูดกับรันเวย์ประมาณ 300 เมตร
ดังนั้น ทอท.ต้องประกาศงดใช้รันเวย์ฝั่งตะวันออกด้านทิศใต้ระยะทาง 2,000 เมตร เป็นเวลา 48 ชั่วโมง เพื่อซ่อมพื้นรันเวย์ที่ได้รับความเสียหาย และเคลื่อนย้ายเครื่องบินออกจากพื้นที่ คาดใช้เวลาซ่อมรันเวย์ประมาณ 5 ชั่วโมง ขณะที่บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ต้องใช้เวลาเคลื่อนย้ายเครื่องบิน 48 ชั่วโมง ซึ่ง ทอท.จะใช้งานรันเวย์ฝั่งตะวันตก ทำการบินขึ้นและลงแทน และจะใช้รันเวย์ฝั่งตะวันออกด้านทิศเหนือ ระยะทาง 2,000 เมตร ให้เครื่องบินขนาดเล็กทำการบินขึ้นเท่านั้น คาดสามารถเปิดให้บริการตามปกติก่อนเที่ยงของวันที่ 11 ก.ย. นี้ ส่วนค่าใช้จ่ายซ่อมรันเวย์น่าจะเกิน 1 ล้านบาท แต่คงให้การบินไทยรับผิดชอบ
เผยเที่ยวบินดีเลย์กว่า 200 เที่ยว
น.ต.ศิธา ยอมรับว่าตั้งแต่เกิดเหตุ จนถึงเวลา 10.15 น. วานนี้ (9 ก.ย.) พบปัญหาเที่ยวบินดีเลย์รวม 80 เที่ยวบิน เป็นเที่ยวบินขาเข้าที่บินวนรอลงจอด 35 ลำ ดีเลย์เฉลี่ย 14 นาที และเที่ยวบินขาออกที่ดีเลย์จากภาคพื้น 45 ลำ ดีเลย์เฉลี่ย 30 นาที ปกติมีเที่ยวบินขึ้นลงที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิวันละ 800 เที่ยว ระหว่างการปิดใช้งานนี้ ทอท.ได้แจ้งสายการบินให้ใช้บริการที่ท่าอากาศยานดอนเมือง และท่าอากาศยานอู่ตะเภาได้ แต่เบื้องต้น พบว่าสายการบินคงยืนยันใช้ที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ
อย่างไรก็ตาม ระยะยาว ทอท. ได้เตรียมแก้ปัญหากรณีต้องปิดรันเวย์ใดรันเวย์หนึ่งจากอุบัติเหตุ เมื่อเร็วๆ นี้ คณะกรรมการ ทอท.ได้อนุมัติให้สร้างรันเวย์สำรอง ความยาวไม่เกิน 3,000 เมตร เพื่อใช้เป็นรันเวย์สำรองจากเหตุฉุกเฉินต่างๆ
ขณะที่ นายอภินันท์ วรรณางกูร รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท วิทยุการบินแห่งประเทศไทย จำกัด (บวท.) กล่าวว่า ได้ออกประกาศให้สายการบินเตรียมการสำรองน้ำมัน รองรับการล่าช้าของเที่ยวบินจากการปิดรันเวย์ด้านตะวันออกแล้ว ส่วนข้อมูลการบินตั้งแต่ปิดรันเวย์ จนถึงเวลา 13.30 น. ของวานนี้ (9 ก.ย.) พบว่ามีเที่ยวบินขาเข้าบินวนรอลงจอด 99 ลำ เฉลี่ยดีเลย์ประมาณ 15 นาที และเครื่องบินขาออก ดีเลย์อยู่ที่ภาคพื้น 106 ลำ เฉลี่ยดีเลย์ประมาณ 30 นาที
เร่งถอดกล่องดำตรวจหาสาเหตุ
นายวรเดช หาญประเสริฐ อธิบดีกรมการบินพลเรือน (บพ.) กล่าวว่า วันนี้ (10 ก.ย.) เจ้าหน้าที่สอบสวนเหตุการณ์ดังกล่าว จะเข้าไปถอดกล่องดำบนเครื่องบิน เพื่อนำไปตรวจสอบสาเหตุของอุบัติเหตุโดยละเอียด ซึ่งต้องส่งกล่องดำไปยังสิงคโปร์เพื่อถอดข้อมูล อย่างไรก็ตาม เมื่อวันที่ 9 ก.ย. เจ้าหน้าที่ยังไม่สามารถไปถอดกล่องดำได้ เพราะเข้าพื้นที่ด้านท้ายเครื่องบินไม่ได้ ส่วนสาเหตุเบื้องต้นพบว่าล้อเครื่องบินด้านหลังหัก ซึ่งต้องตรวจสอบว่าเกิดจากปัจจัยใดบ้าง เพราะเครื่องบินเกิดขัดข้องหลังจากแตะรันเวย์แล้ว และกำลังวิ่งไปยังหลุมจอด ขณะเดียวกันจะได้เชิญนักบินมาให้สัมภาษณ์เพิ่มเติมด้วย
พลเอกพฤณท์ สุวรรณทัต รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวว่า ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิจะเปิดให้บริการตามปกติในเวลา 09.00 น. ของวันที่ 11 ก.ย. นี้
288 ชีวิตระทึกเครื่องหลุดรันเวย์
นายสรจักร เกษมสุวรรณ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า เที่ยวบินดังกล่าวมีผู้โดยสาร 288 คน เป็นผู้ใหญ่ 287 คน และเด็ก 1 คน ลูกเรือ 14 คน รวมเป็น 301 คน โดยมีผู้ได้รับบาดเจ็บ 14 คน และได้นำผู้ได้รับบาดเจ็บออกจากโรงพยาบาลสมิติเวช ศรีนครินทร์ ผู้โดยสารที่ได้รับบาดเจ็บหนักที่สุด เป็นผู้โดยสารชาวจีน ซึ่งข้อมือหัก
"อุบัติเหตุดังกล่าวไม่มีไฟลุกไหม้จากเครื่องยนต์ แต่เป็นประกายไฟที่เกิดจากการไถล และครูดกับพื้นรันเวย์ ส่วนการช่วยเหลือผู้โดยสารออกจากเครื่องบิน ลูกเรือได้ปฏิบัติตามขั้นตอนทุกประการ โดยได้ลำเลียงผู้โดยสารออกจากเครื่องบิน ใช้ทางออกฉุกเฉินด้านซ้าย 4 ประตู มีลูกเรือลงไปก่อน 1 คน ในแต่ละประตู เพื่อรับผู้โดยสาร ส่วนลูกเรือที่เหลือทำหน้าที่ดูแลผู้โดยสารบนเครื่องบิน ส่วนนักบินลงจากเครื่องบินคนสุดท้าย"นายสรจักร กล่าว
ส่วนประเด็นที่ร้องเรียนว่า ลูกเรือการบินไทยวิ่งหนีออกมาก่อนผู้โดยสารนั้น ลูกเรือที่ประจำประตูฉุกเฉินประตูละ 1 คน ต้องลงจากเครื่องบินก่อน เพื่อไปรับผู้โดยสารที่พื้นดิน ขณะที่ลูกเรือคนอื่นอยู่ช่วยเหลือผู้โดยสาร ถือเป็นมาตรฐานของการอพยพ ไม่ได้หนี ยืนยันการทำหน้าที่ของนักบินและลูกเรือได้ปฏิบัติตามระเบียบครบถ้วน
บินไทยยันพร้อมรับผิด ดูอาการถึง 6 เดือน
นายสรจักร กล่าวว่า การบินไทยจะดูแลชดเชยค่าเสียหายให้แก่ผู้โดยสารอย่างเต็มที่ หลังจากนี้ในช่วง 6 เดือน ถ้ามีใครเกิดอาการข้างเคียง ที่เป็นผลมาจากการบาดเจ็บจากเหตุการณ์นี้ก็จะดูแลให้ ขณะนี้กำลังพิจารณาค่าทำขวัญให้ผู้โดยสารในเที่ยวบินนี้ ส่วนกระเป๋าที่อยู่ใต้ท้องเครื่องบิน การบินไทยจะจัดส่งให้ถึงที่พัก ขณะที่สัมภาระที่อยู่บนห้องโดยสาร การบินไทยจะเข้าไปจัดเก็บรวบรวมพร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อยืนยันว่าระหว่างการจัดเก็บจะไม่มีปัญหาทรัพย์สินสูญหาย
"กรณีเครื่องบินไถลออกนอกรันเวย์ครั้งนี้ถือเป็นเหตุสุดวิสัย นักบินและลูกเรือได้ปฏิบัติตามระเบียบ ส่วนเครื่องบินแอร์บัสลำที่เกิดเหตุ มีอายุใช้งาน 18 ปี ได้ตรวจสอบใหญ่ไปเมื่อเดือนเม.ย.ที่ผ่านมา ส่วนนักบินมีชั่วโมงบิน 14 ปี"นายสรจักร กล่าว
ส่วนกรณีที่ระบุว่าหลังเกิดเหตุ การบินไทยได้นำสีไปปิดลบตราสัญลักษณ์การบินไทยบริเวณท้ายเครื่องบิน ยืนยันว่าเป็นหลักปฏิบัติตามปกติ ทุกๆ สายการบินได้ถือปฏิบัติเช่นนี้ ไม่ได้ถือว่าเป็นสิ่งผิดปกติใดๆ
ชดเชยค่ากระเป๋า 100-200 ดอลลาร์
นายดนุช บุนนาค รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่สายผลิตภัณฑ์และบริการลูกค้า บริษัท การบินไทย กล่าวว่า การบินไทยพร้อมจะรับผิดชอบดูแลผู้โดยสารทั้งหมด ในส่วนของผู้ที่ได้รับบาดเจ็บจะรับภาระค่ารักษาพยาบาลทั้งหมด ส่วนกระเป๋าสัมภาระที่ผู้โดยสารจะได้รับล่าช้า การบินไทยจะชดเชยให้ผู้โดยสารชั้นประหยัดคนละ 100 ดอลลาร์ ผู้โดยสารชั้นธุรกิจ จะชดเชยให้คนละ 200 ดอลลาร์





