วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

หุ้นอสังหาเดือนส.ค.ร่วง11%

ราคาหุ้นกลุ่มอสังหาริมทรัพย์เดือนส.ค. เฉลี่ยลดลง 11.09% ตามภาวะตลาด พบหุ้นเพซฯ และอนันดาฯ ราคาร่วงมากสุด

ราคาหุ้นกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ในเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา พบว่าดัชนีกลุ่มปรับลดลง 11.09% โดยราคาหุ้นในกลุ่มที่ปรับลดลงมากที่สุดคือบริษัท เพซ ดีเวลลอปเมนท์ คอร์ปอเรชั่น หรือ PACE โดยราคาหุ้นลดลง 54.57% รองมาคือบริษัท อนันดา ดีเวลลอปเม้นท์ (ANAN) ซึ่งราคาหุ้นลดลง 44.96% และบริษัท แสนสิริ (SIRI) ที่ราคาหุ้นปรับลดลง 23.13% ส่วนดัชนีตลาดหลักทรัพย์ (SET) เดือนส.ค. ปรับตัวลดลง 9.05%

นายชัยรัตน์ โกวิทจินดาชัย ผู้อำนวยการอาวุโส บริษัท ปริญสิริ จำกัด (มหาชน) หรือ PRIN เปิดเผยว่า ภาพรวมอสังหาริมทรัพย์ของไทยยังมีการเติบโตในช่วงครึ่งปีหลัง โดยเฉพาะในส่วนของความต้องการจริง ยอมรับว่าสถาบันการเงินมีความระมัดระวังในการปล่อยสินเชื่อมากขึ้น เพราะเริ่มมองเห็นสัญญาณความเสี่ยงทางเศรษฐกิจ ส่งผลให้ที่ผ่านมา อัตราการยกเลิกการจอง (Rejection Rate) ของบริษัทเพิ่มขึ้นเป็น 12-13% จากเดิมอยู่ที่ 6% แต่ก็ยังอยู่ในระดับที่บริษัทสามารถบริหารจัดการได้

เขากล่าวเพิ่มว่า ปีนี้บริษัทลดเป้ายอดขายเป็น 3 พันล้านบาท จากเดิมที่ตั้งเป้าไว้ที่ 3.5 พันล้านบาท โดยในครึ่งปีแรกบริษัทมียอดขาย อยู่ที่ 1.41 พันล้านบาท ขณะเดียวกัน ลดเป้าหมายรายได้รวมปีนี้เป็น 2,900 ล้านบาท จากเดิมที่ตั้งไว้ที่ 3.3 พันล้านบาท เนื่องจากการก่อสร้างโครงการของบริษัทเกิดความล่าช้าไป 3 เดือน ทำให้แผนการเปิดโครงการต้องเลื่อนออกไปและส่งผลต่อการโอนของลูกค้า และทำให้ยอดการรับรู้รายได้ของบริษัทลดลง

ความล่าช้าของโครงการดังกล่าว ส่งผลให้แผนการเปิดโครงการในปีนี้ลดลงเป็น 6 โครงการ มูลค่ารวม 5.07 พันล้านบาท จากเดิมที่วางแผนไว้เปิดโครงการใหม่ปีนี้ 7 โครงการ มูลค่ารวมกว่า 6 พันล้านบาท โดยครึ่งปีแรก บริษัทได้เปิดโครงการใหม่ไปแล้วจำนวน 4 โครงการ และในไตรมาส 4/2556 บริษัทจะเปิดโครงการใหม่ 2 โครงการ มูลค่ารวม 2.46 พันล้านบาท ได้แก่ โครงการบ้านเดี่ยวปริญ ราชพฤกษ์ มูลค่ารวม 1.7 พันล้านบาท และโครงการทาวน์เฮาส์ซิกส์เนเจอร์ พญาสุเรนทร์ 24 มูลค่ารวม 760 ล้านบาท

"การก่อสร้างที่ล่าช้าของเราส่งผลต่อการเปิดโครงการใหม่ 4 โครงการแรกต้องเลื่อนออกไป 3 เดือน ทำให้โครงการที่เราจะเปิดในปีนี้ต้องเลื่อนออกไปเปิดปีหน้า 1 โครงการ และส่งผลต่อยอดขาย Presale และยอดรับรู้รายได้ในปีนี้ที่ต้องปรับลดลง การที่เราก่อสร้างไม่ทันส่งผลให้เราต้องเคลียร์ Backlog เพื่อแก้ปัญหาต่างๆ ซึ่งพอเราเคลียร์เสร็จเราก็มี Backlog อยู่ที่ 1.8 พันล้านบาท ทยอยรับรู้ในปีนี้และปีหน้า"นายชัยรัตน์ กล่าว

ทั้งนี้ บริษัทคาดว่าอัตรากำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin)

ในปีนี้จะลดลงมาอยู่ที่ 32-33% ต่ำกว่าปีก่อนที่มีโครงการคอนโดมิเนียมที่ให้มาร์จินดี แต่บริษัทจะเน้นการเปิดโครงการคอนโดมิเนียมให้มากขึ้นในปีหน้า เพราะบริษัทมองเห็นถึงความต้องการซื้อเพื่อที่อยู่อาศัยที่แท้จริงของลูกค้า ซึ่งคอนโดมิเนียมของบริษัทจะเป็นคอนโดมิเนียม Low Rise 8 ชั้น อยู่ในพื้นที่ขอบๆ กรุงเทพฯ

นายชัยรัตน์ กล่าวเพิ่มว่า บริษัทอยู่ระหว่างการดำเนินการก่อสร้างโครงการศูนย์การค้า ชื่อว่า “Plearnary Mall" ตั้งอยู่บริเวณวัชรพล พื้นที่โครงการ 18 ไร่ มูลค่าโครงการรวม 600 ล้านบาท คาดว่าจะสามารถเปิดให้บริการได้ภายในเดือนพ.ค. 2557 ปัจจุบันมีผู้เช่าพื้นที่เซ็นสัญญาเช่าพื้นที่แล้ว 52% คาดการณ์ว่าจะคืนทุนใน 8 ปี โดยจะรับรู้รายได้เป็นค่าเช่า ประมาณ 300 ล้านบาทต่อปี และหากได้รับการตอบรับที่ดี รวมทั้งมีที่ดินในโลเคชันที่เหมาะสม บริษัทจะพิจารณาแผนการสร้างศูนย์การค้า