ราคาหุ้นถ่านหินปรับขึ้นยกแผง รับอานิสงส์ทิศทางเศรษฐกิจโลกฟื้น-ราคาหุ้นต่ำสวนทางน้ำมัน ขณะที่ ราคาถ่านหิน จะฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไป
ความเคลื่อนไหวราคาหุ้นกลุ่มพลังงานและถ่านหินปรับตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยราคาหุ้นบริษัท ปตท. (PTT) ปิดตลาด 330 บาทเพิ่มขึ้น 3 บาท คิดเป็น 0.91%มูลค่าการซื้อขายรวม 1.54 พันล้านบาท หุ้นบ้านปู (BANPU) 305 บาท เพิ่มขึ้น 10 บาท คิดเป็น 3.39% มูลค่า 1.49 พันล้านบาท หุ้นปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม (PTTEP) 169.50 บาท เพิ่มขึ้น 3 บาท คิดเป็น 1.80% มูลค่าการซื้อขายรวม 1.01 พันล้านบาท
ฝ่ายวิจัยบล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) ระบุว่า หุ้นกลุ่มพลังงานเริ่มกลับมาดีขึ้นกว่าตลาด ในช่วง 4 เดือนที่ผ่านมา และจะเกิดขึ้นต่อเนื่องไปอีกในช่วง 6-12 เดือนข้างหน้า โดยมีปัจจัยหนุนจากการที่สัญญาณการฟื้นตัวของเศรษฐกิจสหรัฐฯมีความต่อเนื่อง ภาพดังกล่าวจะถูกตอกย้ำหากเฟดมีการลดขนาดวงเงิน QE ลงจริง ดังนั้นการลงทุนในหุ้นกลุ่มพลังงานจึงเป็นกลยุทธ์ที่ปลอดภัยหากนักลงทุนมีความกังวลเกี่ยวกับประเด็นคิวอี ในขณะเดียวกันตัวเลขเศรษฐกิจของจีนในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา เริ่มส่งสัญญาณว่าการชะลอตัวของเศรษฐกิจจีนมีโอกาสสิ้นสุดแล้ว แม้จะไม่ได้เป็นปัจจัยหนุนแต่ก็ถือว่าเป็นการลดแรงกดดันต่อเศรษฐกิจโลกได้เป็นอย่างดี ขณะเดียวกัน ราคาหุ้นพลังงานที่ผ่านมาก็แย่กว่าตลาดหลังปี 2553 สวนทางกับราคาน้ำมันที่ปรับเพิ่มขึ้นในช่วงเดียวกัน
ทั้งนี้ ฝ่ายวิจัยให้น้ำหนักการลงทุนกลุ่มพลังงานเท่ากับตลาด (Neutral) เพราะมีมุมมองเชิงบวกต่อกลุ่มพลังงานมากขึ้น แต่ที่ให้น้ำหนักการลงทุนเพียงเท่าตลาดเนื่องจากปัจจุบันกลุ่มพลังงานมีจุดเด่นเพียงในด้านของ Valuation ที่ไม่แพง ความเสี่ยงของธุรกิจลดลง แต่ในเชิงของการเติบโตของกำไรสุทธิยังคงไม่โดดเด่น ทั้งนี้ พบว่าหุ้นปตท. (PTT), หุ้นปตท.สผ (PTTEP), หุ้นพีทีทีจีซี (PTTGC) และหุ้นบางจาก (BCP) มีความน่าลงทุนมากที่สุด จุดเด่นคือ ผลตอบแทนที่ดี ขณะนี้ ฝ่ายวิจัยชอบหุ้นพลังงานต้นน้ำมากที่สุดได้แก่ หุ้นปตท.สผ.ส่วนหุ้นถ่านหิน คือหุ้นบ้านปู แม้ยังคงถูกกดดันจากอุปทานส่วนเกิน แต่การที่ราคาหุ้นเผชิญแรงขายจากนักลงทุนต่างชาติตั้งแต่ปี 2553 ทำให้กลายเป็นหุ้นที่ปลอดภัยจากแรงขายของต่างชาติในรอบนี้
บทวิเคราะห์ บล.เอเชีย พลัส เชื่อว่า ราคาถ่านหินได้ผ่านจุดต่ำสุดไปแล้ว จากนี้ไปน่าจะอยู่ในช่วงของการฟื้นตัวในลักษณะค่อยเป็นค่อยไปตามความต้องการใช้ที่จะปรับตัวเพิ่มขึ้นจากโรงไฟฟ้า และภาคอุตสาหกรรม โดยคาดว่าทิศทางเศรษฐกิจโลกที่เริ่มเห็นสัญญาณการฟื้นตัวต่อเนื่องทั้งในสหรัฐ กลุ่มทวีปยุโรป รวมถึงในภูมิภาคเอเชียจะส่งผลให้แนวโน้มราคาถ่านหินน่าจะกลับมาเห็นการฟื้นตัว
แนวโน้มความต้องการใช้ถ่านหินที่เริ่มเห็นสัญญาณฟื้นตัวสะท้อนได้จากตัวเลขปริมาณถ่านหินคงคลังของจีนในเดือนล่าสุดที่ปรับตัวลดลงมาต่ำกว่า 20 วัน จากเดิมที่อยู่สูงถึง 70 วันในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา น่าจะส่งผลให้จีนกลับมาทบทวนการนำเข้าถ่านหินอีกครั้งหลังจากก่อนหน้านี้ได้ชะลอการนำเข้าตามความต้องการใช้ที่ลดลงในช่วงครึ่งปีแรก ประกอบกับยังเชื่อว่าการก่อสร้างโรงไฟฟ้าใหม่ๆ ในภูมิภาคจะยังใช้ถ่านหินเป็นเชื้อเพลิงหลักเนื่องจากมีต้นทุนต่ำ ซึ่งจะส่งผลให้ความต้องการใช้ยังเห็นการเติบโตได้ต่อเนื่องในระยะยาว
นอกจากนี้ ยังเชื่อว่าหากราคาถ่านหินมีการปรับตัวลดลงต่ำกว่า 75 ดอลลาร์ต่อตัน จะทำให้ผู้ประกอบการเหมืองถ่านหินที่มีต้นทุนสูงต้องทยอยปิดตัวลง ซึ่งจะทำให้ปริมาณถ่านหิน หดหายไปจากตลาด และจะทำให้ราคาถ่านหินกลับมาดีดตัวขึ้นอีกครั้ง ดังนั้น จึงคาดว่าราคาถ่านหินน่าจะยืนอยู่ในกรอบ 75-80 ดอลลาร์ต่อตัน และจะทยอยปรับตัวสูงขึ้นได้อย่างต่อเนื่องในปี 2557







