วันอาทิตย์ ที่ 5 เมษายน 2569

Login
Login

ปตท.จัดทัพใหม่!หนุนทำกำไรแสนล้าน

ปตท.จัดทัพใหม่!หนุนทำกำไรแสนล้าน

บอร์ด ปตท.ไฟเขียว แต่งตั้งโยกย้าย 5 ผู้บริหารระดับสูง "ปานปรีย์"แจงยึด3ปัจจัยหลัก"อาวุโส-ประสบการณ์-ความเหมาะสม"มั่นใจทำกำไรแสนล้านตามเป้า

นายปานปรีย์ พหิทธานุกร ประธานกรรมการ บริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน) (PTT) เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการ ปตท. วานนี้ (6 ก.ย.) ว่า ที่ประชุมได้พิจารณาแต่งตั้งโยกย้ายผู้บริหารระดับสูงรวม 5 ตำแหน่ง ซึ่งจะมีผลบังคับตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค. นี้ คือ 1.นายณัฐชาติ จารุจินดา ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการกลุ่มธุรกิจปิโตรเลียมขั้นปลาย ดำรงตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการกลุ่มปิโตรเลียมขั้นต้นและก๊าซธรรมชาติ แทนนายวิชัย พรกีรติวัฒน์ ที่เกษียณอายุ 2.นายสรัญ รังคสิริ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่หน่วยธุรกิจน้ำมัน ดำรงตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการกลุ่มธุรกิจปิโตรเลียมขั้นปลาย

3.นายบวร วงศ์สินอุดม กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ พีทีทีจีซี ดำรงตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่พีทีทีจีซี แทน นายอนนต์ สิริแสงทักษิณ ที่เกษียณอายุ 4.นายสุกฤตย์ สุรบถโสภณ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ หน่วยธุรกิจปิโตรเคมีและการกลั่น ปตท.ดำรงตำแหน่งกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไออาร์พีซี จำกัด (มหาชน) และ 5.นายอธิคม เติบศิริ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไออาร์พีซี จำกัด (มหาชน) ดำรงตำแหน่งรองกรรมการผู้จัดการใหญ่ หน่วยธุรกิจปิโตรเคมีและการกลั่น

สาเหตุที่เลือกนายณัฐชาติมาดูแลกลุ่มปิโตรเลียมขั้นต้นและก๊าซธรรมชาติ เพราะเป็นงานที่ใกล้เคียงกับกลุ่มธุรกิจปิโตรเลียมขั้นปลายที่ดูแลอยู่ในปัจจุบัน ส่วนนายสรัญถือเป็นผู้ที่มีประสบการณ์ด้านน้ำมันมายาวนาน ขณะที่นายบวรเลื่อนจากกรรมการผู้จัดการใหญ่มาเป็นประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ซึ่งเป็นสายงานเดิม ส่วนกรณีนายอธิคมถือเป็นลูกหม้อเก่าของปตท. เมื่อดำรงตำแหน่งกรรมการผู้จัดการใหญ่ในไออาร์พีซี ซึ่งเป็นบริษัทลูกมาระยะหนึ่งจึงจำเป็นต้องให้กลับเข้ามาช่วยงานในปตท.

"ไม่ใช่การโยกย้ายฟ้าผ่าและไม่มีการพลิกโผใดๆ เพราะทุกตำแหน่งเป็นไปตามความคาดหมาย โดยที่ประชุมยึด 3 ปัจจัยหลักในการแต่งตั้งครั้งนี้ คือ อาวุโส ประสบการณ์ และความเหมาะสม"

ส่วนการตั้งข้อสังเกตว่าผู้บริหารที่ได้รับการแต่งตั้งเป็นผู้ใกล้ชิดหรือเป็นคนในสายของนายประเสริฐ บุญสัมพันธ์ กรรมการปตท. ซึ่งเคยเป็นอดีตซีอีโอและกรรมการผู้จัดการใหญ่ปตท.นั้น ต้องเข้าใจว่านายประเสริฐดำรงตำแหน่งดังกล่าวมาเป็นเวลากว่า 8 ปี จึงไม่แปลกที่ผู้บริหารปตท.ในปัจจุบันรวมทั้งนายไพรินทร์ ชูโชติถาวร ซีอีโอคนปัจจุบันจะถูกมองว่าเป็นลูกน้องของนายประเสริฐ เพราะเคยทำงานร่วมงานกันมาเป็นเวลานาน

อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่าการแต่งตั้งโยกย้ายดังกล่าวจะไม่มีผลกระทบต่อการดำเนินงานและผลประกอบการของ ปตท. เพราะผู้ที่ได้รับการแต่งตั้งทุกคนเป็นผู้ที่มีความเหมาะสม แม้ผลประกอบการของ ปตท. ในช่วงไตรมาส 1 และไตรมาส 2 จะไม่ค่อยดีนัก เพราะเป็นผลจากราคาน้ำมันปรับตัวลดลง ประกอบกับ ปตท. มีภาระในการรักษาระดับราคาก๊าซแอลพีจีและเอ็นจีวีตามนโยบายรัฐบาล แต่มั่นใจว่าผลประกอบการไตรมาส 3 จะปรับตัวดีขึ้นอย่างแน่นอน เพราะราคาน้ำมันเริ่มปรับตัวสูงขึ้นและเชื่อว่าสถานการณ์จะดีขึ้นต่อเนื่องจนถึงไตรมาส 4 และผลประกอบการในปี 2556 ของปตท.จะดีกว่าปี 2555 ที่มีรายได้ 2.84 ล้านล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 1.04 แสนล้านบาท

ก่อนหน้านี้ ปตท. ระบุว่า ผลการดำเนินงานในปีนี้ยังคงเป็นไปตามเป้าหมายเดิม คือ มีกำไรสุทธิประมาณ 1 แสนล้านบาท แม้จะมีปัจจัยลบทั้งเรื่องน้ำมันรั่วและฟ้าฝ่าโรงแยกก๊าซธรรมชาติ โดยกำไรปีนี้อาจลดลงบ้าง ส่วนหนึ่งเป็นผลจากธุรกิจก๊าซธรรมชาติที่ ปตท. มีภาระในการอุดหนุนก๊าซเอ็นจีวีและแอลพีจี แต่ธุรกิจปิโตรเคมีอยู่ในระดับที่ดีจึงช่วยให้ ปตท.รักษาระดับกำไร 1 แสนล้านบาทได้

นอกจากนี้ ปตท.ยังมีแผนเปิดหน่วยธุรกิจใหม่ในลักษณะ In House Banking เพื่อจัดระบบการสนับสนุนแหล่งเงินทุนของบริษัทในเครือ เพราะว่า กลุ่ม ปตท. มีความต้องการใช้เงินลงทุนจำนวนมากในอนาคต ขณะที่ธนาคารพาณิชย์มีข้อจำกัดในการปล่อยกู้ โดยไม่สามารถปล่อยกู้ให้อุตสาหกรรมกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งได้มากเกินไป และ In House Banking ยังมีส่วนช่วยลดต้นทุนทางการเงิน ในภาวะที่ต้นทุนด้านการเงินปรับเพิ่มขึ้นอีกด้วย โดย ปตท.ได้เริ่มนำแนวทางดังกล่าวมาใช้กับบริษัทลูกในต่างประเทศ 9 แห่ง จากที่มีอยู่ 100 แห่ง โดยตั้งเป็นสำนักงาน Regional Treasury Center หรือ RTC ตั้งอยู่ในสิงคโปร์ เพื่อบริหารการเงินให้กับบริษัทในต่างประเทศ โดยไม่ใช้เงินกู้จากธนาคารพาณิชย์