วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

โว้กผนึก200แบรนด์-ค้าปลีกหรูงัด'แฟชั่นส์ไนท์เอาท์'ปลุกชอปปิง

ช่วงผลัดเปลี่ยนคอลเลคชั่นใหม่ของบรรดาสินค้าแฟชั่น แบรนด์เนม ท่ามกลางเศรษฐกิจ-กำลังซื้อ "ขาลง"

เป็นโจทย์ใหญ่ของผู้ประกอบการจะขับเคลื่อนธุรกิจไม่ให้สะดุดจากปัจจัยลบนี้อย่างไร? เครื่องมืออันทรงพลังจาก "เมืองหลัก" ทั่วโลกจะถูกนำมาประยุกต์สร้างสีสัน กระตุ้นบรรยากาศจับจ่ายใช้สอย

สิรี อุดมฤทธิรุจ ประธานกรรมการบริหารบริษัท เซเรนดิพิตี้ มีเดีย จำกัด ผู้บริหารนิตยสาร โว้ก ประเทศไทย กล่าวว่า นิตยสารโว้ก ประเทศไทย ร่วมกับ 7 ห้างสรรพสินค้า ศูนย์การค้า ย่านใจกลางเมือง ประกอบด้วย สยามพารากอน สยามเซ็นเตอร์ สยามดิสคัฟเวอรี่ เซ็นทรัล ชิดลม เซ็นทรัลเวิลด์ เซน และเอราวัณ แบงค็อก พร้อมด้วยแบรนด์แฟชั่น ไลฟ์สไตล์ เครื่องสำอาง ร้านค้าทั้งไทยและต่างประเทศกว่า 200 แบรนด์ สร้างปรากฏการณ์แฟชั่น โว้กแฟชั่นส์ไนท์เอาท์ ( Vogue Fashion’s Night Out : VFNO) เป็นโกลบอลอีเวนท์กระตุ้นการชอปปิงโดยตรง

ทั้งนี้ หลังจากนิตยสารโว้กเปิดตัวฉบับภาษาไทย ตั้งแต่ปลายปี 2555 ที่ผ่านมา ได้มีแนวคิดในการจัดงานมหกรรมแฟชั่นดังกล่าว ซึ่งเคยจัดครั้งแรกในนิวยอร์ก และในอีกหลายประเทศทั่วโลก ระหว่างปี 2552-2553

โดยร้านค้าแฟชั่นต่างเปิดให้ช้อปถึง 5 ทุ่ม ซึ่งในต่างประเทศถือเป็นเรื่องที่พิเศษมาก เพราะโดยปกติห้างสรรพสินค้า ศูนย์การค้าในต่างประเทศล้วนปิดบริการเร็วเมื่อเทียบไทย

"แฟชั่นไนท์เอาท์จะกระตุ้นให้เกิดการชอปปิง เป็นเครื่องมือช่วยทุกธุรกิจทั้งแฟชั่น ไลฟ์สไตล์ ดีไซเนอร์ ผู้ค้าปลีก ผนึกพลังมีส่วนร่วมกระตุ้นตลาดไปพร้อมๆ กับโว้ก เป็นการดึงอีเวนท์ระดับโลกมาเมืองไทยสร้างทางเลือกในการชอปปิงยามค่ำคืนให้แตกต่างไปจากเดิม และกระตุ้นการบริโภคส่งท้ายปี"

ค้าปลีกปลุกชอปปิง-ปั๊มยอด
แฟชั่นส์ไนท์เอาท์ ริเริ่มทั่วโลกได้รับการสนับสนุนโดยโว้ก และสภาการออกแบบแฟชั่นแห่งสหรัฐ หรือ ซีเอฟดีเอ (CFDA : Council of Fashion Designers of America) เกิดขึ้นครั้งแรกเมื่อปี 2552 ถูกจัดขึ้นในนิวยอร์กเป็นการส่งเสริมให้ผู้บริโภค "ซื้อสินค้า" และสนับสนุนอุตสาหกรรมแฟชั่นในช่วงภาวะเศรษฐกิจที่ยากลำบาก ในปี 2553 จัดขึ้นต่อเนื่องในออสเตรเลีย บราซิล จีน ลอนดอน ปารีส เบอร์ลิน กรีซ อินเดีย มิลาน โปรตุเกส รัสเซีย สเปน เกาหลีใต้ ไต้หวัน และตุรกี

"นับเป็นแสดงพลังของคนในวงการแฟชั่นและไลฟ์สไตล์เพื่อกระตุ้นกระแสชอปปิงทั่วโลก ท่ามกลางสภาวะเศรษฐกิจตกต่ำ ด้วยแนวคิดผนึกกำลังสร้างบรรยากาศสนุกสนานของการชอปปิงยามค่ำคืน เป็นที่มาของชื่อ แฟชั่นไนท์เอาท์ กระจายไปตาม เมืองหลวงหลักทั่วโลก"

โดยบรรดานักออกแบบ ผู้ประกอบการค้า ร้านบูติค ห้างสรรพสินค้า และแบรนด์ต่างๆ ที่เข้าร่วมต่างพร้อมใจสร้างกิจกรรมเพื่อดึงดูดและรองรับความต้องการของลูกค้าในรูปแบบต่างๆ อาทิ การขยายเวลาเปิดร้านไปจนถึงเที่ยงคืน การนำเสนอโปรโมชั่นและบริการพิเศษ การจัดทำสินค้ารุ่นผลิตเฉพาะจำนวนจำกัด (ลิมิเต็ดเอดิชั่น) การวางจำหน่ายคอลเลคชั่นใหม่ การแจกสินค้าพรีเมี่ยม เป็นต้น

การจัดงานในประเทศไทย ระหว่างวันที่ 27-28 ก.ย.นี้ ใช้งบลงทุนกว่า 15 ล้านบาท จะมีการผสมผสานกิจกรรมคอนเสิร์ต ปาร์ตี้ แฟชั่นโชว์ ร่วมกับผู้ประกอบการห้างสรรพสินค้าและศูนย์การค้า รวมทั้งแบรนด์แฟชั่น ไลฟ์สไตล์ เครื่องประดับ เครื่องสำอาง ร้านอาหารต่างๆ จัดแคมเปญโปรโมชั่นในแนวทางเดียวกันนี้

สานไทยฮับแฟชั่นแห่งภูมิภาค
กิจกรรมโว้กแฟชั่นส์ไนท์เอาท์ จะมีพื้นที่พิเศษ (VOGUE Space) ที่สยามพารากอน เซ็นทรัล ชิดลม และเซ็นทรัลเวิลด์ มี "โว้กสตูดิโอ" กิจกรรมสร้างลุคทันสมัยให้ผู้ร่วมงานด้วยทีมงานมืออาชีพ ไม่ว่าจะเป็นช่างภาพ สไตลิสต์ และแฮร์สไตลิสต์ เป็นต้น พร้อมสร้างการรับรู้ต่อการจัดงานครั้งนี้ยังมีสื่อรูปแบบต่างๆ อาทิ สื่อโฆษณาบนรถไฟฟ้าบีทีเอส สื่อโฆษณาในห้างสรรพสินค้าและศูนย์การค้า ผ่านนิตยสารโว้ก ประเทศไทย ช่องทางอินสตาแกรม และแอพพลิเคชั่นรายสัปดาห์บนสมาร์ทโฟน เป็นต้น

ทางด้านกลุ่มเดอะมอลล์ วางแผนร่วมงานดังกล่าวโดยจะมีแคมเปญ มิดไนท์ เซล ปาร์ตี้ ไนท์ เอาท์ ที่เดอะมอลล์ ดิ เอ็มโพเรี่ยม และสยามพารากอน ระหว่างวันที่ 27 ก.ย.- 2 ต.ค.นี้ ด้วย โดยเปิดให้ชอปปิงจนถึง "เที่ยงคืน" เป็นการกระตุ้นยอดส่งท้ายไตรมาส 3 ปลุกบรรยากาศใช้จ่ายในช่วงเข้าสู่ฤดูกาลขายไตรมาส 4 ให้คึกคัก

ทั้งนี้อุตฯ แฟชั่นในไทยมีการขยายตัวสูงเทียบเพื่อนบ้านและในภูมิภาคอาเซียนในทิศทางเดียวกับธุรกิจค้าปลีก สะท้อนจากรุกเข้าเปิดตลาดของบรรดาแบรนด์แฟชั่นจากทั่วโลกยึดครองพื้นที่ศูนย์การค้าย่านใจกลางเมืองซึ่งยังมีแบรนด์อีกจำนวนไม่น้อยเข้าคิวรอ "พื้นที่ว่าง" ก้าวสู่ "ฮับแฟชั่น" เป็นหนึ่งในจุดขายดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติได้เป็นอย่างดี