วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

หอการค้าฯคาดไตรมาส4สินค้าราคาขยับ

หอการค้าฯชี้ขึ้นแอลพีจีภาคครัวเรือน-ค่าไฟฟ้า ทำให้ต้นทุนภาคธุรกิจเพิ่มขึ้น บวกกับการขึ้นค่าแรง 300 บาท คาดไตรมาส 4 สินค้าแห่ขึ้นราคา

นายธนวรรธน์ พลวิชัย ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยถึงผลสำรวจทรรศนะต่อการขึ้นค่าจ้าง 300 บาท จากกลุ่มตัวอย่าง 800 คน พบว่าหลังจากมีการปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำภาคธุรกิจมีการปรับตัว ส่วนใหญ่ 39.7 %ปรับเพิ่มราคา รองลงมา 26.5% ลดสวัสดิการลง และ 16.2 %หาเครื่องจักรทดแทนแรงงาน ปัจจุบันค่าจ้างหรือเงินเดือนที่ปรับขึ้นส่วนใหญ่ 11.9% กระทบต่อต้นทุนเพิ่มขึ้น ส่งผลให้สภาพคล่องของธุรกิจแย่ลงถึง 37.8% ส่วนมาตรการที่รัฐบาลออกมาช่วยเหลือผู้ประกอบการ 34.3% ได้รับประโยชน์ปานกลางเท่านั้น และส่วนใหญ่ 73.1% ยังไม่ได้รับการเยียวยาจากภาครัฐเลย

ขณะที่ภาคธุรกิจจะสามารถแบกรับภาระค่าแรง 300 บาท ต้นทุนที่เพิ่มขึ้น การขาดแคลนแรงงาน โดยเฉลี่ยรวมทุกภาคธุรกิจสามารถแบกรับภาระได้เพียง 5 เดือน ก่อนที่จะปิดกิจการ และสามารถแบกรับภาระต้นทุนได้ระดับปานกลางเพียง 44.2%

อย่างไรก็ตาม เบื้องต้นผู้ประกอบการส่วนใหญ่ต้องการให้รัฐบาลเข้ามาช่วยเหลือภาคธุรกิจหลังจากการปรับขึ้นค่าจ้าง คือการกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศ ส่งเสริมการส่งออก ลดราคาสินค้า หรืออุดหนุนทุนให้กับภาคธุรกิจ หาแหล่งเงินกู้อัตราดอกเบี้ยต่ำ เป็นต้น

การปรับขึ้นแอลพีจีภาคครัวเรือน และค่าไฟฟ้า ทำให้ต้นทุนของภาคธุรกิจเพิ่มขึ้น บวกกับการขึ้นค่าแรง 300 บาท ซึ่งมีแนวโน้มว่าในช่วงไตรมาส 4 ปี 2556 ผู้ประกอบการจะปรับขึ้นราคาสินค้า ซึ่งเชื่อว่าจะปรับไม่เกิน 5% และมองว่าในปี 2557 ราคาสินค้าจะปรับตัวสูงขึ้น เงินเฟ้อจะปรับเพิ่มขึ้นถึง 3.5% และจากการสำรวจการปรับขึ้นแอลพีจีส่งผลกระทบต่อธุรกิจในระดับปานกลางเพียง 51.5% ทำให้ผู้ประกอบการปรับขึ้นราคาหรือไม่ 26.4 %ขอดูสถานการณ์ก่อน

อย่างไรก็ตาม ต้นทุนยังคงเป็นปัญหาใหญ่สำหรับผู้ประกอบการ โดยเฉพาะกลุ่มเอสเอ็มอี แม้ขณะนี้จะเริ่มปรับตัวได้บ้าง แต่ยังได้รับผลกระทบมากกว่ากลุ่มธุรกิจขนาดกลางและขนาดใหญ่ อีกทั้งปัญหาขาดแคลนแรงงานเริ่มส่งผลกระทบกับธุรกิจมากขึ้น