วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ทีวีดิจิทัลดันโฆษณาสะพัด2แสนล้าน

กสทช.ประเมินทีวีดิจิทัลกระตุ้นอุตสาหกรรมโฆษณาพุ่ง "เท่าตัว" สะพัด 2 แสนล้าน ใน 5 ปี คาดเม็ดเงินลงทุนกิจการบรอดแคสต์"แสนล้าน"

คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) กำหนดกรอบเวลาการประมูลคลื่นความถี่โทรทัศน์ระบบดิจิทัล (ทีวีดิจิทัล) ประเภทธุรกิจ24 ช่อง กรณี "ช้าที่สุด" ไม่เกิน "กลาง ม.ค.ปี57" โดยขั้นตอนแรกเริ่มต้นแล้ววานนี้ (27 ส.ค.56) ในการประกาศ "หนังสือ เชิญชวน เรื่อง การขอรับใบอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่เพื่อให้บริการโทรทัศน์ในระบบดิจิทัล ประเภทบริการทางธุรกิจระดับชาติ

นายพสุ ศรีหิรัญ รักษาการผู้อำนวยการกลุ่มงานวิชาการและจัดการทรัพยากรกระจายเสียงและโทรทัศน์ สำนักงาน กสทช. เปิดเผยว่ากระบวนการเปลี่ยนแปลงระบบส่งสัญญาณออกอากาศโทรทัศน์ดิจิทัล และการจัดสรรช่องทีวีดิจิทัลใหม่รวม 48 ช่อง โดยเป็นช่องบริการธุรกิจ 24 ช่อง ซึ่งเป็นรูปแบบ"ฟรีทีวี" ช่องใหม่ เพิ่มขึ้นจากช่องอะนาล็อกเดิม 6 ช่อง จะส่งผลให้อุตสาหกรรมโฆษณามีทางเลือกในการใช้สื่อมากขึ้น

หากพิจารณาจากเม็ดเงินในอุตสาหกรรมโฆษณามูลค่า 1 แสนล้านบาทต่อปี คาดในช่วง 5 ปี ของการเปลี่ยนสู่ทีวีดิจิทัล จะช่วยกระตุ้นอุตสาหกรรมโฆษณาเพิ่มขึ้น "เท่าตัว" จากปัจจุบัน หรือมีมูลค่าราว 2 แสนล้านบาท เป็นผลมาจากจำนวนช่องทีวีดิจิทัลที่เพิ่มขึ้น และราคาค่าโฆษณาต่ำลงจากการมีฟรีทีวีเพิ่มเป็น 24 ในประเภทธุรกิจ ซึ่งจะช่วยให้ผู้ประกอบการและสินค้าขนาดกลางและเล็ก ที่ไม่มีโอกาสใช้พื้นที่โฆษณาทางฟรีทีวี เนื่องจากอัตราค่าโฆษณาสูง ได้มาใช้พื้นที่โฆษณาในทีวีดิจิทัลมากขึ้น

"เม็ดเงินในอุตสาหกรรมโฆษณากลุ่มอาเซียนมีสัดส่วนที่ 2% ของค่าใช้จ่ายอุปโภคบริโภคของประชากร (private consumption) ส่วนไทยอยู่ที่ 1% เชื่อว่าเมื่อเปลี่ยนสู่ทีวีดิจิทัล จะขยับสัดส่วนเป็น 2% เช่นเดียวกับอาเซียน กระตุ้นมูลค่าโฆษณาเท่าตัวจากปัจจุบัน" นายพสุ กล่าว

ประเมิน37รายจ่อชิงทีวีดิจิทัล
พ.อ.นที ศุกลรัตน์
รองประธาน กสทช. และประธานกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ (กสท.) เปิดเผยว่าหลังจากประกาศหนังสือเชิญชวน ประมูลทีวีดิจิทัลผ่านสื่อ เมื่อวันที่ 27 ส.ค.56 ขั้นตอนสำคัญหลังจากนี้คือการซื้อเอกสาร (ซอง) ประมูล ราคาหมวดหมู่(ช่องรายการ) ละ 1.07 ล้านบาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) ในวันที่ 10-12 ก.ย.นี้ คาดว่าช่วงเวลาซื้อซองประมูลจะเห็นผู้ประกอบการที่ต้องการเข้าร่วมประมูลชัดเจน 75%

จากการประเมินผู้ประกอบการที่สนใจเข้ารวมประมูลทีวีดิจิทัล คาดจะอยู่ที่ 35-37 ราย โดยช่องเด็ก ราคาเริ่มต้นประมูลช่องละ 140 ล้านบาท จำนวน 3 ช่อง คาดผู้สนใจมากกว่า 5 ช่อง , ช่องข่าว ราคาเริ่มต้นช่องละ 220 ล้านบาท จำนวน 7 ช่อง คาดผู้สนใจมากกว่า 8-9 ราย , ช่องวาไรตี้ ราคาเริ่มต้นช่องละ 380 ล้านบาท คาดผู้สนใจกว่า 14 ราย และช่องเอชดี ราคาเริ่มต้นประมูลช่องละ 1,510 ล้านบาท คาดผู้สนใจประมูล 8-9 ราย โดยช่องวาไรตี้ จะมีผู้สนใจเข้าร่วมประมูลสูงสุด

"การจัดเรียงลำดับประเภทช่องรายการที่จะประมูลเป็นลำดับแรก จะเลือกจากช่องที่มีข้อจำกัดสูงสุดประมูลก่อน เพื่อสร้างโอกาสให้กับผู้ประกอบการทุกรายที่มีศักยภาพด้านคอนเทนท์ ได้เป็นเจ้าของช่อง" พ.อ.นที กล่าว

เข้มตรวจสอบครองสิทธิข้ามสื่อ
ใน"ขั้นตอนการพิจารณาคุณสมบัติ" ที่กำหนดให้ยื่นเอกสาร(ซอง) เพื่อเข้าร่วมประมูล ในวันที่ 28-29 ต.ค.56 หลังจากนั้นจะใช้เวลาพิจารณารายชื่อและประกาศรายชื่อผู้เข้าร่วมประมูลภายใน 45 วัน โดยกำหนดเพดานสูงสุดให้ผู้ประกอบการ 1 รายประมูลได้ 3 ช่อง (ห้ามประมูลช่องข่าวและเอชดี)

ทั้งนี้ ผู้ที่ยื่นตรวจสอบเอกสารมากกว่า 1 ช่องรายการ แม้จะประมูลชนะช่องที่ต้องการในลำดับแรกๆ แล้ว จะต้องเข้าร่วมประมูลในช่องรายการอื่นๆ ที่ลงทะเบียนไว้แล้วด้วยเช่นกัน อีกทั้งต้องเคาะราคาครั้งแรก ภายใน 5 นาที ไม่เช่นนั้นอาจเข้าข่ายผิดประกาศฯ การประมูล และอาจถูกโทษ "ปรับ" ในอัตรา 10% ของราคาเริ่มต้นประมูลประเภทนั้น

"เชื่อว่าการกำหนดเพดานสูงสุดให้ 1 ราย ประมูลได้ 3 ช่อง น่าจะเพียงพอในกลุ่มที่มีเงินทุนและศักยภาพที่ต้องการดำเนินธุรกิจทีวีดิจิทัล และไม่เห็นความจำเป็นในการจัดตั้งนอมินี เข้าร่วมประมูลเพื่อให้ได้ช่องจำนวนมาก" พ.อ.นที กล่าว

กระบวนการตรวจสอบเอกสารผู้ยื่นประมูล หากพบความสัมพันธ์ด้านการถือหุ้น เงินทุน และการบริหาร ที่เข้าข่ายนอมินี และประมูลช่องรายการเกินเพดานประกาศฯ กำหนดไว้ และผิดหลักเกณฑ์การครองสิทธิข้ามสื่อ ทั้งบริษัทแม่และนอมินีจะถูกตัดสิทธิเข้าร่วมประมูลทันที กรณีที่ตรวจพบหลังการประมูลจะถูกตัดสิทธิเช่นกัน และมีโทษทางอาญา จากการแจ้งเอกสารเท็จ

คาดเม็ดเงินลงทุนแสนล้าน
พ.อ.นที กล่าวเพิ่มเติมว่าการจัดสรรคลื่นทีวีดิจิทัล ทุกประเภทรวม 48 ช่อง ทั้ง สาธารณะ ธุรกิจ และชุมชน รวมทั้งใบอนุญาตโครงข่าย (mux) ,สิ่งอำนวยความสะดวก และบริการประยุกต์ ภายใต้โรดแมพการเปลี่ยนผ่านจากโทรทัศน์อะนาล็อกสู่ดิจิทัล คาดจะทำให้เกิดเม็ดเงินการลงทุนในทุกอุตสาหกรรม ราว 1 แสนล้านบาท ภายใน 5 ปี

ทั้งนี้ ประเมินการลงทุนในกลุ่มโครงข่าย (mux) ประมาณ 5 พันล้านบาท , งบประมาณจากอุสาหกรรมจอทีวีดิจิทัล บิวท์อิน และอุปกรณ์รับสัญญาณ (set top box) ราว 2 หมื่นล้านบาท และส่วนใหญ่กว่า 75% หรือ 7.5 หมื่นล้านบาท จะเป็นการลงทุนด้านคอนเทนท์ในช่องรายการต่างๆ

สำหรับผู้ให้บริการโครงข่าย 4 รายที่ได้รับใบอนุญาตไปแล้ว ประกอบด้วย อสมท ,กรมประสัมพันธ์ ,กองทัพบก และไทยพีบีเอส มีหน้าที่ต้องเร่งขยายโครงข่ายให้ครอบคลุมพื้นที่ทั่วประเทศ 95% ภายใน 4 ปี โดย กสทช. กำหนดให้โครงข่ายแจ้งราคาค่าเช่าใช้บริการล่วงหน้า 30 วันก่อนการประมูล ทั้งนี้ เชื่อว่าผู้ประมูลช่องรายการ และผู้ให้บริการโครงข่าย 90% จะตกลงการเลือกผู้ใช้บริการโครงข่ายร่วมกันได้ โดยแต่ละโครงข่ายจะให้บริการช่องมาตรฐานความคมชัดทั่วไป (SD) 6 ช่อง และเอชดี 2 ช่อง