วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ตลาด-ก.ล.ต.ยันไม่ออกมาตรการดูแลหุ้นตก

ก.ล.ต.ยันไม่จำเป็นต้องมีมาตรการดูแลตลาดหุ้น หลังถกตลาดหลักทรัพย์วาระพิเศษ มองเป็นปรากฎการณ์ชั่วคราว

นายวรพล โสคติยานุรักษ์ เลขาธิการ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เปิดเผยผลการประชุมวาระพิเศษร่วมกับตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.)ถึงภาวะตลาดหุ้นไทยว่า ก.ล.ต. และตลาดหลักทรัพย์ จะยังไม่มีการออกมาตรการใดๆมาดูแลภาวะการซื้อขายในตลาดหุ้นไทย เพราะเห็นว่าดัชนีที่ปรับลดลงแรง มาปัจจัยเรื่องสหรัฐจะถอนมาตรการคิวอี ทำให้เม็ดเงินลงทุนต่างชาติไหลออก และการปรับพอร์ตของนักลงทุนเป็นไปในทิศทางเดียวกันทั้งภูมิภาค ไม่ใช่เฉพาะในตลาดหุ้นไทยเท่านั้น

ทั้งนี้ เมื่อพิจารณาถึงโครงสร้างพื้นฐานทางเศรษฐกิจไทย พบว่าพื้นฐานเศรษฐกิจไทยยังแข็งแกร่ง ฐานะการเงิน การคลังมั่นคง จากมีหนี้สาธารณะต่ำ หนี้ต่างประเทศไม่สูง ขาดดุลทางการคลังน้อย ขณะที่บริษัทจดทะเบียน(บจ.)ยังแข็งแกร่ง กำไรเติบโตต่อเนื่อง มีฐานะทางการเงินมั่นคง โดยมีอัตราส่วนหนี้สินต่อทุนอยู่ที่ระดับ 1.27 เท่าซึ่งต่ำมาก เมื่อเทียบกับช่วงที่ผ่านมา

"สถานการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นปรากฎการณ์ชั่วคราว ที่ผ่านมาต่างชาติได้ขายหุ้นไทยออกไปมากพอสมควร เงินทุนน่าจะรอเวลากลับมา โดยเชื่อมั่นในศักยภาพของเศรษฐกิจไทย และความสามารถของบจ. ว่าจะทำให้เม็ดเงินลงทุนหวนกลับมาตลาดหุ้นไทยได้ หากสถานการณ์ต่างๆคลี่คลาย เพราะผลตอบแทนน่าจะดี หลังที่ผ่านมามีหุ้นถึง 100 ตัวที่มูลค่าต่ำกว่ามูลค่าตามบัญชี(บุ๊คแวลู) จึงเป็นโอกาสการลงทุนที่ดี"

นายจรัมพร โชติกเสถียร กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์ กล่าวว่า ภาวะตลาดในปัจจุบันยังไม่มีความจำเป็นที่จะต้องออกมาตรการพิเศษมาดูแล โดยเฉพาะในรูปแบบของกองทุนพยุงหุ้น เนื่องจาก ตลท.ยังมีกลไกเครื่องมือต่างๆ ดูแลได้อยู่ ส่วนการชะลอ QE ของสหรัฐมองในแง่ที่ดี เนื่องจากเป็นสัญญาณบ่งบอกว่าเศรษฐกิจสหรัฐจะกลับมาขยายตัวได้ดี หากเป็นสภาวะนั้นจริงจะส่งผลดีต่อการส่งออกของไทยและอีกหลายธุรกิจ รวมทั้งการท่องเที่ยว เพราะจะทำให้มีนักท่องเที่ยวเข้ามาในประเทศไทยมากขึ้น

"แม้ว่าที่ผ่านมาเงินลงทุนต่างชาติจะไหลออกจากหุ้นไทยสูงถึง1.1แสนล้านบาท แต่ก็ได้เริ่มชะลอการขายแล้ว นอกจากนี้ปัจจุบันตลาดหุ้นไทยยังคงโดดเด่นที่สุดมนตลาดหุ้นภูมิภาคในเรื่องสภาพคล่อง โดยมีมูลค่าการซื้อขายต่อวันสูงที่สุด จึงเชื่อว่าตลาดหุ้นไทยยังดป็นที่น่าสนใจ"