วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

AH : ซื้อ

ปรับคำแนะนำเป็น “ซื้อ” ราคาหุ้นต่ำกว่ามูลค่าเหมาะสมมากแล้ว

กำไร 2Q56 ลดลงตามภาวะอุตสาหกรรม แต่ยังอยู่ในเกณฑ์ดี


AH รายงานผลประกอบการ 2Q56 อ่อนตัวลงตามภาวะอุตสาหกรรมยานยนต์ที่มียอดผลิตรถยนต์ลดลง 14% จากไตรมาสก่อนหน้า โดยมีรายได้เท่ากับ 3.9 พันล้านบาท ลดลง 14% QoQ และมีกำไรเท่ากับ 187 ล้านบาท ลดลง 33% QoQ อย่างไรก็ตาม ผลประกอบการยังอยู่ในเกณฑ์ดี บริษัทมีความสามารถในการทำกำไรสูงขึ้นจากปีก่อน มีอัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ 7.3% เพิ่มขึ้น 1% YoY ทำให้ถ้าไม่รวมรายได้พิเศษค่าสินไหมประกัน 90 ล้านบาท กำไร 2Q56 จะยังทรงตัวใกล้เคียงกับช่วงเดียวกันของปีก่อน


แนวโน้มกำไร 2H56 ยังอ่อนตัว แต่อาจมีรายได้พิเศษเข้ามาช่วย


อุตสาหกรรมยานยนต์ไทยมีแนวโน้มชะลอตัวลงต่อเนื่องใน 3Q56 โดยยอดผลิตรถยนต์เดือน ก.ค. ลดลง 7% จากเดือนก่อนหน้า มาอยู่ที่ราว 2 แสนคัน เนื่องจากยอดขายรถยนต์ในประเทศยังหดตัวและยอดส่งออกยังไม่ขยายตัว ทำให้เราคาดว่าผลประกอบการช่วง 2H56 ของ AH จะอ่อนตัวต่อเนื่องตามภาวะอุตสาหกรรม เราประมาณการอย่างอนุรักษ์นิยมคาดกำไร 2H56 อยู่ที่เพียง 147 ล้านบาท ลดลง 68% HoH และ 73% YoY อย่างไรก็ตาม กำไร 2H56 อาจดีกว่าที่คาด หากได้รับสินไหมประกันที่อยู่ระหว่างเจรจาเพิ่มเติมอีก 300 ล้านบาท


ในเดือน ส.ค. ที่ผ่านมาราคาหุ้นลดลงแล้วกว่า 17%


ช่วงเดือน ส.ค. ที่ผ่านมา ราคาหุ้น AH ลดลง 17% ตามภาวะตลาดหุ้นที่ปรับตัวลงจากความกังวลต่อกระแสการไหลเวียนของเงินทุนโลก และการชะลอตัวของภาวะเศรษฐกิจไทย อย่างไรก็ตาม ราคาหุ้น AH นั้นปรับตัวลงมากกว่าดัชนี SET ที่ลดลง 9% และดัชนีหุ้นกลุ่มชิ้นส่วนยานยนต์ (AUTO) ที่ลดลง 13% นอกจากนี้ ราคาหุ้นยังต่ำกว่ามูลค่าเหมาะสมที่เราประเมินแล้วกว่า 28% ทำให้ผลตอบแทนจากส่วนต่างของราคาหุ้นเมื่อเทียบกับมูลค่าเหมาะสม (Capital Gain) เริ่มกลับมามีความน่าสนใจอีกครั้ง แม้ว่าสถานการณ์อุตสาหกรรมยานยนต์ไทยจะยังอยู่ในช่วงชะลอตัว


ราคาหุ้นลดลงต่ำกว่ามูลค่าเหมาะสมมากแล้ว เปลี่ยนคำแนะนำเป็น “ซื้อ”


แม้เรายังไม่เห็นสัญญาณการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยและคาดว่ากำไร 2H56 จะอ่อนตัวตามภาวะอุตสาหกรรม แต่เรามองว่าราคาหุ้นได้ปรับสะท้อนความกังวลดังกล่าวแล้ว โดยซื้อขายที่ระดับ Forward P/E ปี 2556 เพียง 7 – 8 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ย P/E ในอดีตของกลุ่ม AUTO ที่ 10 เท่า และยังต่ำกว่ามูลค่าทางบัญชีต่อหุ้นที่ 16.19 บาทด้วย นอกจากนี้กำไร 2H56 อาจดีกว่าที่คาดหากบริษัทได้รับเงินสินไหมประกันเพิ่มเติมจากบริษัทประกัน เราจึงเปลี่ยนคำแนะนำเป็น “ซื้อ” (จากเดิม “ถือ”) และยังคงประเมินมูลค่าเหมาะสม 19 บาท (เทียบเท่า P/E ปี 56 ที่ 10 เท่า)