จากธุรกิจโมเดลอาหารที่ทำเหมือนของจริงอย่างกับฝาแฝดสู่สื่อการเรียนรู้ ของที่ระลึกกับอนาคตของแต่งบ้านชิคๆเส้นทางที่ไม่มีตันของ Mike foodmodel
โชว์รูมขนาดกะทัดรัด บรรจุสารพัดเมนูอาหาร ของสดของแห้ง ไล่ไปจนถึงผัก และผลไม้ ไม่ต่างจากซูเปอร์มาร์เก็ตทั่วไป แต่ป้ายหน้าร้านระบุชัดว่านี่คือ ซูเปอร์มาร์เก็ตของโมเดลอาหาร โดย “Mike foodmodel” สะท้อนว่า ต่อให้อาหารเหล่านี้เหมือนของจริง ยั่วน้ำลายเอามากๆ แต่ทั้งหมดนี้ คือ “ของปลอม” ล้วนๆ
และนี่คือการเจอกันครั้งที่ 2 ของกรุงเทพธุรกิจ BizWeek กับ “ไมค์-สุภาพ นาคพงศ์พันธ์” เจ้าของธุรกิจรับผลิตโมเดลอาหาร ตอนรู้จักกันครั้งแรก ไมค์เริ่มต้นด้วยการเช่าห้องแถวเล็กๆ มีคนงานเพียง 3-4 คน กับเงินลงทุนเพียง 4-5 หมื่นบาท ผลิตโมเดลอาหาร “พื้นๆ” อย่างไก่ต้ม เป็ดพะโล้ ก๋วยเตี๋ยว ขายผ่านอินเตอร์เน็ตเป็นช่องทางหลัก ผ่านมา 7 ปี มีทีมงานขยายเป็น 30-40 คน สามารถผลิตโมเดลอาหารได้มากกว่า 20,000 แบบ มีรายได้กว่าสิบล้านบาทต่อปี
“ผมทำธุรกิจนี้ด้วยใจรัก ทำไปแล้วรู้สึกสนุก ก็ทำต่อ และมุ่งมั่นที่จะทำให้ลึกขึ้นกว่าเดิม โดยลงไปศึกษา พัฒนาวัสดุอุปกรณ์ เทคนิคต่างๆ ระบบงานและการตลาด เพื่อทำให้ได้งานที่ดีขึ้นเรื่อยๆ คนอื่นอาจทำเพราะอยากได้เงิน ทำแค่ให้มันผ่านๆ ไป แต่ผมคิดตลอดว่ามันต้องดีกว่านี้สิ โดยที่ไม่คิดด้วยซ้ำว่าจะทำเงินให้หรือไม่”
อดีตหนุ่มแบงก์ที่ผันตัวเองมาเป็นผู้ประกอบการสะท้อนความคิดของเขา แทนคำตอบของการยังอยู่ในธุรกิจที่เติบโตขึ้นเรื่อยๆ ขณะที่ผู้เล่นในตลาดเดียวกัน บางรายยังคงทำเหมือนๆเดิม ขณะที่บางรายหายไปจากตลาดแล้วด้วยซ้ำ
“อย่างข้าวเมื่อก่อนจะเป็นแค่ก้อนกลมๆ แต่ตอนนี้เราสามารถทำให้เมล็ดข้าวเรียงตัวสวยและมีสีขาวเรืองแสงได้ ซึ่งผมใช้เวลาปีกว่า หมดเงินไปเป็น 6 หลัก เพื่อให้ได้ข้าวแค่เมล็ดหนึ่ง ทำเสียก็ทิ้ง ผิดพลาดก็เริ่มใหม่หมด ถ้าเป็นคนอื่นคงไม่ทำแล้ว แต่ผมทำ เพราะอยากให้ดีขึ้น”
เขาบอกถึงความเพียรพยายาม ในการทำงานให้ “สมจริง” และจริงมากขึ้นทุกๆ วัน แม้จุดเริ่มต้นจะยากกว่าคนอื่น เพราะไม่ได้เรียนมาทางด้านศิลปะ และออกสตาร์ทจาก “ศูนย์” เลยต้องแสวงหาความรู้ทุกอย่างด้วยตัวเอง ทั้งทดลองเอง เข้าหาหน่วยงานสนับสนุน ตลอดจนมีลูกค้าเป็นเหมือนครู คอยโยนโจทย์ท้าทายให้ ยิ่งไม่พอใจ ยิ่งต้องแก้ ก็ยิ่งเชี่ยวกรำฝีมือให้แกร่งขึ้น ขณะที่ลูกค้ารายใหญ่ๆ ก็สร้างแรงกดดัน ให้ต้องทำของที่ดี จะได้ไม่มีใครต้องผิดหวังที่เลือกใช้บริการจากพวกเขา
โอกาสใหม่ๆ ส่องสว่างขึ้น เมื่อได้มารับงานทำโมเดลอาหารทางโภชนาการให้กับโรงพยาบาล เพื่อใช้เป็นสื่อการสอนสำหรับผู้ป่วยและบุคคลทั่วไป เขาเลยได้คลุกคลีกับเหล่าอาจารย์หมอ และพยาบาล จึงเริ่มรับโจทย์ที่ท้าทายขึ้น ไม่แค่เมนูอาหารน่าทานในตู้กระจกร้านอาหาร แต่ขยายมาทำอาหารทางโภชนาการ อาหารสำหรับผู้ป่วย โมเดลฟันแบบต่างๆ หุ่นจำลองอวัยวะต่างๆ ให้กับโรงพยาบาลและสถานศึกษา..ตลาดใหม่ที่แสนสดใสของพวกเขาในวันนี้
“เราเน้นแค่โมเดลสำหรับสื่อการสอน ซึ่งมีรายได้อยู่ประมาณ 10% ในปัจจุบัน ก็ค่อยๆ เริ่ม แต่ก็น่าสนใจนะ เพราะของพวกนี้หายาก ต้องนำเข้าและราคาค่อนข้างแพง แต่เราทำได้ถูกกว่านำเข้าถึง 50-70% และสามารถทำแบบขึ้นมาใหม่ได้โดยไม่ต้องสนใจว่าต่างประเทศจะมีหรือไม่ โดยช่วยกันคิดกับลูกค้า”
บทพิสูจน์ความหอมหวานในน่านน้ำใหม่ คือวันที่ลูกค้าจากต่างประเทศ บินมาให้เขาผลิตชิ้นงานให้ถึงเมืองไทย
“ลูกค้าเป็นมูลนิธิในต่างประเทศ จ้างให้ออกแบบอวัยวะเพศเทียมที่ใช้สอนการใส่ถุงยางให้แก่ผู้หญิงใน ปาปัวนิวกินี เขาบอกว่าที่มีอยู่ จะมีแต่โมเดลแบบครึ่งตัวผู้หญิง ซึ่งราคาแพงมาก เขาต้องทำแจกเยอะ เลยไม่มีงบ ยอมทนรอผมอยู่เป็นเดือนกว่าจะได้ต้นแบบมา แต่ก็ทำให้รู้ว่า ยังมีความต้องการซ่อนอยู่อีกมากในตลาดนี้”
หลายคนวิตกกังวลกับการมาถึงของประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ในปลายปี 2558 กลัวว่าจะเจอ “คู่แข่ง” มากกว่า “ลูกค้า” แต่กับนักพัฒนาโมเดลอาหาร เขาเชื่อว่า นี่คือโอกาสของพวกเขา
“ยิ่งมีเออีซี เราจะยิ่งค้าขายง่ายขึ้นนะ เพราะในกลุ่มเออีซี ไทยเป็นต้นแบบในหลายๆ เรื่องอยู่แล้ว อย่างช่วงหลังๆ เริ่มมีลูกค้ากัมพูชา พม่า ลาว เข้ามาสั่งซื้อสินค้าจากเรา และไปเร็วกว่าในเมืองไทยมาก ประเทศเขาเพิ่งเปิดแต่ไปเร็วมาก เลยมองที่จะหาตัวแทนจำหน่ายในแต่ละประเทศ มาช่วยเรา โดยใครอยากซื้อก็สามารถติดต่อผ่านตัวแทนในประเทศนั้นๆ ได้เลย”
เขาบอกว่าโมเดลอาหารอาเซียนทำง่าย เพราะส่วนใหญ่หน้าตาก็ “เหมือนๆ” พี่ไทยทั้งนั้น เรียกว่ายังง่ายกว่าบางประเทศ อย่างอาหารอินเดีย ที่เขาบอกว่า “หินสุดๆ” หลังเคยได้รับโจทย์ ทำโมเดลอาหารให้กับร้านอาหารอินเดียในประเทศไทย เรียกว่า กว่าจะแกะสูตรออกมาได้ว่าสีสันที่เห็นทำมาจากอะไรก็เล่นเอาเหงื่อตกแล้ว ที่สำคัญ ลูกค้าอินเดียขึ้นชื่อว่า ต่อรองยาก อยากได้ของดี แต่ราคาถูก
“ผมไม่ทำก็คงไม่มีที่อื่นทำได้แล้ว” เขาสรุปจากประสบการณ์
ตลาดโมเดลอาหารยังเป็นสินค้าเฉพาะกลุ่ม ยิ่งรับลูกค้าแบบ Made to order ยิ่งเต็มไปด้วยเรื่องจุกจิก เรียกว่ากว่าจะขายได้ ก็ช้า ไม่ใช่ของที่จะหาซื้อกันได้บ่อยๆ นั่นคือที่มาของการคิดขยายสู่ตลาดแมส โดยจับตลาดของฝาก รับนักท่องเที่ยวที่มาไทยเพิ่มขึ้นทุกปี
“ผมนั่งมองว่านักท่องเที่ยวมาไทยซื้ออะไรกลับไป ไม่กางเกงมวย ช้าง ก็วัดพระแก้ว ซึ่งคนก็รู้จักกันหมดแล้ว แต่พอลองถามเพื่อนฝรั่งว่ามาเมืองไทยคิดถึงอะไร เขาก็บอกอาหารไทยอร่อยมาก แต่ซื้อกลับไปไม่ได้ เราเลยจะทำของที่ระลึกที่ชิ้นไม่ใหญ่มาก โดยจะมีวิธีทำให้เขาด้วย เพื่อให้ไปสอนคนที่บ้านให้ทำอาหารไทย โดยจะทำออกมาไม่เกินต้นปีหน้า”
จากโมเดลอาหารตั้งร้าน ก็พร้อมเป็นของฝากกระจายความน่าทานออกสู่ตลาดโลก ขณะที่ไอเดียยังไม่รู้จบ เมื่อเขาแย้มความฝันในอนาคตว่า จะขยายไปสู่ของแต่งบ้าน ที่ย้ำแค่ว่า ต้องแปลกใหม่ และไม่เหมือนใครเท่านั้น
เริ่มต้นจากการขายผ่านอินเตอร์เน็ต แม้ทุกวันนี้เว็บไซต์ (<http://www.foodmodelshop.com> ) ก็ยังเป็นช่องทางหลักในการขายของพวกเขา โดยใช้การโฆษณาผ่าน Google เพื่อโปรโมตเว็บไซต์ให้เป็นที่รู้จัก ไมค์ให้เห็นผลว่า ตลาดนี้ไม่ได้ใหญ่มากนัก การจะเปิดหน้าร้านในที่ต่างๆ เป็นเรื่องยากที่จะทำให้คนเข้ามาหา และควักกระเป๋าซื้อ เพราะไม่ใช่สิ่งที่เขาต้องการ แต่อินเตอร์เน็ต คนที่เข้ามาก็กำลังมองหาของที่อยากได้อยู่แล้ว และสามารถเข้าถึงลูกค้าได้ทั้งในและต่างประเทศ
ทุกวันนี้ธุรกิจของเขาสร้างรายได้กว่าสิบล้านบาทต่อปี และยังเติบโตขึ้นทุกปี ปีละ 20-30% เขาย้ำว่ายังมีโอกาสในตลาด ขณะที่ผู้เล่นในสนามจากวันที่เข้ามาในธุรกิจจนถึงทุกวันนี้ ก็ยังมีแค่ 4-5 รายเท่านั้น
“คนทำน้อย เพราะการทำงานกับความชอบของคนมันยากมาก ความสวยไม่มีตาชั่ง คนชอบไม่เหมือนกัน และงานนี้มันจุกจิกหลายเรื่อง บางคนเข้ามาเขารับไม่ได้ ก็ออกไป ที่สำคัญถ้าทำของไม่หลากหลายพอ ลูกค้าก็ไม่เลือกอยู่ดี”
เขาบอกแต้มต่อในการทำธุรกิจ ของคนที่มี “น้ำอดน้ำทน” กับอารมณ์ของลูกค้า ด้วยประสบการณ์จากงานแบงก์ที่สอนเขาว่า “ลูกค้าถูกเสมอ” และนั่นคือหัวใจของการทำงานในวันนี้
ก่อนปิดบทสนทนา คนขยันแตกหน่อไอเดีย ฝากข้อคิดว่า เวลาทำอะไร อย่าไปคิดว่าต้องทำตามคนที่ประสบความสำเร็จ หรือเห็นใครทำอะไรก็ทำบ้าง แต่ให้พยายามทำในสิ่งที่เราชอบ และกำลังทำอยู่ให้ดีที่สุด
“อย่างเปิดร้านเบเกอรี่อยู่ ก็คิดแค่ว่า จะทำอย่างไรให้เบเกอรี่ของเราอร่อยและแตกต่างจากคนอื่น เป็นเบเกอรี่ที่ดีที่สุดโดยไม่ต้องไปสนใจว่าวันนี้คนเขานิยมอะไรกัน ขอแค่ทำในสิ่งที่เราชอบและพัฒนา แต่ที่สำคัญคือเราต้องอยู่ให้ได้ด้วย ก็ตั้งใจทำไป สุดท้ายเราก็จะอยู่ได้เอง”
ไอเดียธุรกิจไม่รู้จบ ของผู้ประกอบการพันธุ์อึด ที่ชื่อ “Mike foodmodel”
.................................
Key to success
สูตรสร้างโอกาสธุรกิจ “Mike foodmodel”
๐ ขยายจากโมเดลอาหารตั้งโชว์ สู่สื่อการสอน
๐ วิจัยพัฒนาต่อเนื่อง
๐ ไม่ปฏิเสธโจทย์ยาก แต่ต้องทำให้ดีที่สุด
๐ ทำราคาให้ถูกลงเพื่อขยายตลาดมากขึ้น
๐ ไม่ต้องทุ่มงบโฆษณา สินค้าพีอาร์ตัวเอง
๐ ยืดหยุ่น คุยง่าย และลูกค้าถูกเสมอ





