ตลาดหลักทรัพย์ ชี้หุ้นตก ฉุดยอดนักลงทุนหน้าใหม่ลด แต่ทั้งปียังเป็นไปตามเป้า คาดจำนวนบัญชีแตะ 1 ล้านปีหน้า ไม่หวั่นต่างชาติขายแสนล้าน
นางเกศรา มัญชุศรี รองผู้จัดการ หัวหน้าสายงานตลาด ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เปิดเผยว่า การขายของนักลงทุนต่างชาติ เป็นผลมาจากนักลงทุนการปรับเปลี่ยนสินทรัพย์ลงทุนทั้งภูมิภาค ซึ่งแม้ยอดการขายสุทธิจากต้นปีจึงถึงปัจจุบันจะสูงถึง 1 แสนล้านบาท แต่น้อยกว่าเมื่อปี 2551 ที่ขายสุทธิถึง 1.6 แสนล้านบาท โดยขณะนั้นขนาดมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดรวม (มาร์เก็ตแคป)ไม่สูงเท่าปัจจุบันที่อยู่ระดับ 12 ล้านบาท และถือว่าอยู่ในระดับที่ยังบริหารจัดการได้ และหากสถานการณ์ตลาดโลกดีขึ้น เชื่อว่านักลงทุนต่างชาติจะกลับมาได้
สำหรับนักลงทุนไทยนั้น ยอมรับว่าตั้งแต่ในเดือนก.ค.ซึ่งตลาดหุ้นไทยได้เริ่มปรับลดลง จำนวนการเพิ่มขึ้นนักลงทุนหน้าใหม่ชะลอตัว การเปิดบัญชีใหม่เพิ่มขึ้นไม่มาก และบัญชีที่มีการซื้อขาย (แอคทีฟ) ก็ลดลงเล็กน้อย จากช่วงครึ่งปีแรกมีสัดส่วนบัญชีแอคทีฟอยู่ที่ 31% แต่ในเดือนก.ค.มีบัญชีแอคทีฟ 2.74 แสนบัญชี คิดเป็นสัดส่วน 30% ของจำนวนบัญชีทั้งหมด
ทั้งนี้ แม้ว่าจำนวนนักลงทุนใหม่จะลดลง แต่เชื่อว่าทั้งปีจะเป็นไปตามเป้าที่วางไว้ 7 หมื่นราย โดยในช่วงครึ่งปีแรกมีนักลงทุนหน้าใหม่แล้ส 6.94 หมื่นบัญชี ขณะที่จำนวนบัญชีใหม่อยู่ที่ 1.02 แสนบัญชี สูงกว่าเป้าทั้งปีที่ตั้งไว้ 9.66 หมื่นบัญชี ส่งผลให้จำนวนบัญชีทั้งหมด ณ สิ้นก.ค.อยู่ที่ 9.09 แสนบัญชี และคาดว่าสิ้นปีจะมีบัญชีทั้งหมดแตะ 9.1 แสนบัญชี โดยหากจำนวนบัญชีใหม่เพิ่มขึ้นปีละ 1 แสนบัญชี จะทำให้ปีหน้าจำนวนบัญชีทั้งหมดเพิ่มขึ้นแตะระดับ 1 ล้านบัญชีเป็นปีแรก
"ปีนี้ตลาดหุ้นไทยมีความผันผวน แกว่งตัวในระดับ 30-40 จุด จากความไม่แน่นอนของตลาดโลก นักลงทุนจึงต้องรู้เท่าทันตลาด มีการบริหาร กระจายความเสี่ยง ซึ่งการลงทุนต่างประเทศก็เป็นหนึ่งในแนวทางการบริหารความเสี่ยง แต่นักลงทุนบางส่วนอาจไม่คุ้นเคยที่จะไปลงทุนหุ้นต่างประเทศโดยตรง ตลาดฯจึงมีแผนในการออกสินค้าใหม่ออกมารองรับ"






