วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

'ไทคอน'เล็งสร้างรง.เช่าในทวาย

ไทคอนฯเล็งจับมือโรจนะสร้างโรงงานให้เช่าในนิคมทวาย คาดเห็นความชัดเจนปีหน้า ยันเป้ารายได้รวมปีนี้เกิน 8 พันล้าน เหตุขายสินทรัพย์เข้ากองทุน

นายวีรพันธ์ พูลเกษ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไทคอน อินดัสเทรียล คอนเน็คชั่น หรือ TICON เปิดเผยว่า ในอีก 2 เดือน บริษัทจะเดินทางไปดูพื้นที่ในนิคมอุตสาหกรรมทวาย ที่ประเทศพม่า โดยจะไปกับบริษัท สวนอุตสาหกรรมโรจนะ ทั้งนี้หากบริษัทตัดสินใจเข้าไปทำธุรกิจ จะเป็นไปในรูปแบบการซื้อพื้นที่ในนิคมจากบริษัท สวนอุตสาหกรรมโรจนะ และพัฒนาเป็นโรงงานหรือคลังสินค้าสำหรับเช่า เพื่อรองรับความต้องการผู้ประกอบการไทยที่เข้าไปลงทุนดำเนินธุรกิจในประเทศพม่า

"จริงๆ ที่จะไปคือไปดูพื้นที่เฉยๆ ถ้าสนใจจะทำธุรกิจจริง ก็จะเป็นในรูปแบบของการไปซื้อพื้นที่ของโรจนะ เพื่อพัฒนาเป็นโรงงาน หรือคลังสินค้า แต่บริษัทต้องดูความพร้อมของสาธารณูปโภคภายใน และรอบนอกของนิคมก่อนว่ามีความพร้อมและสามารถรองรับความต้องการลูกค้าได้มากน้อยแค่ไหน"

ทั้งนี้ คาดว่าจะได้เห็นความชัดเจนในปีหน้าว่า จะทำธุรกิจในประเทศพม่าหรือไม่ ขณะเดียวกันบริษัทมีความสนใจทำธุรกิจในกรุงย่างกุ้งมากกว่า เพราะเป็นพื้นที่ที่เศรษฐกิจพัฒนาแล้ว น่าจะมีความพร้อมมากกว่า

เขากล่าวเพิ่มว่า ผลประกอบการปีนี้ คาดว่าจะมีรายได้มากกว่า 8,000 ล้านบาท โดยเป็นรายได้จากการขายสินทรัพย์เข้ากองทุน 6,000 ล้านบาท รายได้จากพื้นที่ให้เช่า 1,200 ล้านบาท รายได้จากเงินปันผลจากกองทุนที่ถือหุ้น 250 ล้านบาท รายได้จากค่าธรรมเนียมบริหารกองทุน 150 ล้านบาท และรายได้จากการขายหน่วยลงทุน 1,000 ล้านบาท และในส่วนของกำไรสุทธิปีนี้ก็จะดีกว่าปีที่แล้วเช่นเดียวกัน

ในปีนี้บริษัทจัดสรรงบสำหรับซื้อที่ดินสร้างโรงงานและคลังสินค้าให้เช่าเพิ่ม ประมาณ 12,000 ล้านบาท โดยในครึ่งปีแรก บริษัทได้ใช้งบสำหรับซื้อที่ดินไปสำหรับไทคอน และ TPARK ไปแล้ว 6,000 ล้านบาท คิดเป็นพื้นที่รวมมากกว่า 1,200 ไร่ ทำให้ ณ สิ้นเดือนก.ค.ที่ผ่านมา บริษัทและ TPARK มีพื้นที่โรงงานและคลังสินค้าให้เช่าเพิ่มขึ้นรวม 254,981 ตารางเมตร จึงมั่นใจว่า จะขยายพื้นที่โรงงานและคลังสินค้าให้เช่าใหม่เพิ่มขึ้นรวมเป็น 400,000 ตารางเมตร ภายในสิ้นปี 2556 หรือเพิ่มขึ้น 30% จากปีที่แล้ว

นอกจากนี้ บริษัทยังมองแนวทางการทำธุรกิจใหม่คือ โซลาร์เซลล์ ซึ่งคาดว่าน่าจะได้ข้อสรุปภายในปีนี้ เพราะแผนการดังกล่าวสอดคล้องกับการสนับสนุนของโครงการภาครัฐบาลซึ่งมีกฎเกณฑ์การขายไฟ โดยคาดว่าจะหาข้อสรุปได้ภายในปีนี้ ดังนั้นโครงการผลิตโซลาร์เซลล์ของไทคอน จึงน่าจะมีข้อสรุปภายในปีนี้เช่นกัน

นายวีรพันธ์ กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่เห็นสัญญาณกรชะลอตัวของลูกค้าต่างประเทศที่จะเข้ามาลงทุนในประเทศไทย แม้เศรษฐกิจในประเทศจะมีสัญญาณชะลอตัวก็ตาม เนื่องจากลูกค้าจะพิจารณาถึงเศรษฐกิจของประเทศแม่ก่อน รวมถึงพิจารณาโอกาสทางการขยายตัวทางธุรกิจของตนเอง ซึ่งประเทศไทยนับว่ายังเหมาะกับการเป็นฐานการผลิต เพราะต้นทุนการผลิตโดยรวมต่ำกว่าหลายๆ ประเทศ อย่างไรก็ตาม ยอมรับว่ามีลูกค้าบางรายที่มองปัจจัยเรื่องค่าเงินเป็นปัจจัยประกอบการตัดสินใจเข้ามาลงทุน หรือสร้างฐานการผลิตในประเทศไทย

ความคืบหน้าในการจัดตั้งทุน REITS มูลค่า 6,000 ล้านบาท ซึ่งเป็นกองทุนอสังหาริมทรัพย์ประเภทสิทธิการเช่า (Lease Hold) โดยมีอายุของการถือหน่วยลงทุน 30 ปี ขณะนี้ยังอยู่ในขั้นตอนรอกฎเกณฑ์ของสำนักงาน ก.ล.ต. ในเรื่องภาษี และยอมรับมีความเป็นไปได้สูงที่จะไม่สามารถจัดตั้งกองทุน REITS ได้ ทั้งนี้ บริษัทพร้อมจะปรับแผนเป็นการเสนอขายกองทุนอสังหาริมทรัพย์แทน ทั้งนี้ ก็เพื่อลดอัตราหนี้สินต่อทุนของบริษัทไม่ให้เกิน 2.5 เท่า