กทพ.สั่งแก้ปัญหาระบบ "อีซี่พาส" รวนด่วน เหตุระบบประมวลผลล่าช้าหลังผู้ใช้เพิ่มขึ้นเฉลี่ยเดือนละ 2 หมื่นราย คาดใช้เวลา 3-6 เดือน
นายชวลิต วัฒนกูล รองผู้ว่าการฝ่ายก่อสร้างและบำรุงรักษา การทางพิเศษแห่งประเทศไทย(กทพ.) เปิดเผยว่า กทพ.อยู่ระหว่างปรับปรุงฐานข้อมูลและประสิทธิภาพการประมวลผลของระบบเก็บค่าผ่านทางพิเศษอัตโนมัติ หรืออีซี่ พาส เพื่อรองรับจำนวนผู้ใช้บริการทางพิเศษที่เพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง จากนโยบายยกเว้นการเก็บค่ามัดจำ คาดว่าจะใช้เวลาดำเนินการประมาณ 3-6 เดือน จึงเข้าสู่ภาวะปกติ
"ขณะนี้มีผู้ร้องเรียนเข้ามาเป็นจำนวนมาก เกี่ยวกับปัญหาต่างๆ เช่น ความล่าช้าของระบบเติมเงิน ป้ายแสดงยอดเงินคงเหลือบริเวณหน้าด่านไม่ตรงกับจำนวนจริงที่เหลือยู่ในบัตร หรือบางคนใช้แล้วแต่ระบบไม่มีการตัดเงิน ซึ่งกทพ.ยืนยันว่าเงินของผู้ใช้ทางไม่ได้หายไป เงินคงเหลือในระบบถูกต้อง แต่ปัญหาที่เกิดขึ้น คือ ระบบรายงานผลล่าช้า จากการส่งผ่านข้อมูลจากหน้าด่านไปยังฐานข้อมูลกลาง และส่งกลับมายังด่าน" นายชวลิต กล่าว
ในส่วนของระบบอีซี่พาส ที่ กทพ.ใช้อยู่ในปัจจุบัน สามารถรองรับจำนวนผู้ใช้บริการประมาณ 5 แสนเที่ยวต่อวัน แต่ปัจจุบันมีจำนวนผู้ใช้บริการแล้วประมาณ 6-7 แสนเที่ยวต่อวัน จึงส่งผลให้เกิดปัญหาดังกล่าวขึ้น แต่ภายหลังมีการปรับปรุงระบบแล้ว จะสามารถรองรับการใช้บริการได้ถึงหลักล้านเที่ยวต่อวัน โดยปัจจุบันมีผู้ใช้ทางด่วนทั้งระบบประมาณ1.8 ล้านเที่ยวต่อวัน
สำหรับการปรับปรุงระบบครั้งนี้ จะช่วยลดระยะเวลาส่งผ่านข้อมูล ซึ่งจะทำให้เมื่อเติมเงินในบัตรอีซี่ พาสแล้วไม่เกิน 15 นาที จะสามารถใช้เงินจากบัตรได้ จากเดิมที่ต้องใช้เวลารอประมาณ 15 นาที ถึง 4 ชั่วโมง ซึ่งจะช่วยอำนวยความสะดวกให้ผู้ใช้บัตรอีซี่ พาส ได้มากขึ้น โดยยืนยันว่าระบบอีซี่ พาส ของไทยแตกต่างกับต่างประเทศ โดยเป็นระบบที่ดี เพราะแสดงให้เห็นจำนวนเงินที่เหลือบริเวณหน้าด่าน ขณะที่ต่างประเทศไม่มี
อย่างไรก็ตาม ทางด่วนในปัจจุบันมีระยะทางประมาณ 200 กิโลเมตร มีตู้เก็บค่าผ่านทาง จำนวน 615 ตู้ แบ่งเป็นตู้เก็บเงินอีซี่ พาส จำนวน 264 ตู้ ที่เหลือ 351 ตู้เป็นระบบเก็บเงินสด และมีเพียง 1 สาย คือ สายอุดรรัถยา ที่ไม่มีระบบอีซี่ พาส โดยปัจจุบันมีผู้ใช้ทางเป็นสมาชิกบัตรอีซี่ พาส ประมาณ 7 แสนราย และมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องเฉลี่ยเดือนละ 2 หมื่นราย









