กองหุ้นไทยโชว์ผลตอบแทนระยะยาวสุดสวย ย้อนหลัง 10 ปี 355.98% ย้อนหลัง 5 ปี 134.60% บลจ.บัวหลวงแชมป์ผลตอบแทน 10 ปีสูงสุด 629.93%
จากการสำรวจผลการดำเนินงานของ"กองทุนหุ้นไทย" ณ วันที่ 31 ก.ค. 56 ย้อนหลัง 10 ปี พบว่า กองทุนหุ้นให้ผลตอบแทนเฉลี่ย 355.98% (35.60% ต่อปี) ในขณะที่ดัชนีตลาดหุ้นไทยให้ผลตอบแทนรวม (SET TR) ที่ 345.53% (34.55% ต่อปี) โดยกองทุนที่มีผลงานดีสุดให้ผลตอบแทน 629.93% (62.99% ต่อปี) และกองทุนที่มีผลงานแย่สุดให้ผลตอบแทน 112.14% (11.21% ต่อปี) หรือต่างกันอยู่ 517.79% (51.78% ต่อปี)
"ในจำนวนนี้มี 40 กองทุน คิดเป็นสัดส่วนประมาณ 51.95%% ที่ชนะดัชนีตลาดหุ้นไทย และอีก 37 กองทุน คิดเป็นสัดส่วน 48.05% ที่แพ้ดัชนีตลาดหุ้นไทย"
สำหรับกองทุนหุ้นที่มีผลงานดีสุดในช่วง 10 ปี ที่ผ่านมา 3 อันดับแรก ได้แก่ อันดับ 1) “กองทุนเปิดบัวหลวงทศพล (BTP)” ของบลจ.บัวหลวง ได้ 5 ดาว ให้ผลตอบแทน 629.93% (62.99% ต่อปี) 2) “กองทุนเปิดบัวแก้ว (BKA)” ของบลจ.บัวหลวง ได้ 5 ดาว ให้ผลตอบแทน 559.43% (55.94% ต่อปี) และ 3) “กองทุนเปิดบัวแก้ว 2 (BKA2)” ของบลจ.บัวหลวง ได้ 5 ดาว ให้ผลตอบแทน 541.70% (54.17% ต่อปี)
ส่วนผลตอบแทนย้อนหลัง 5 ปี ของกองทุนหุ้นนั้น ให้ผลตอบแทนเฉลี่ย 134.60% (26.92% ต่อปี) ในขณะที่ผลตอบแทนรวมตลาดหุ้นไทยอยู่ที่ 162.59% (32.52% ต่อปี) โดยกองหุ้นที่มีผลงานดีสุดให้ผลตอบแทน 225.13% (45.03% ต่อปี) และกองที่มีผลงานแย่สุดให้ผลตอบแทน 28.16% (5.63% ต่อปี) หรือต่างกันอยู่ 196.97% (39.39% ต่อปี)
ในจำนวนนี้มี 36 กองทุน คิดเป็นสัดส่วนประมาณ 21.18% ที่มีผลตอบแทนชนะผลตอบแทนรวมของตลาดหุ้นไทยในช่วงเวลาเดียวกัน ในขณะที่มี 134 กองทุน คิดเป็นสัดส่วนประมาณ 78.82% ที่แพ้ดัชนีรวมตลาดหุ้นไทย)
สำหรับกองทุนหุ้นที่มีผลงานดีสุดในช่วง 5 ปี ที่ผ่านมา 3 อันดับแรก ได้แก่ อันดับ1) “กองทุนเปิดกรุงศรีหุ้นปันผล (KFSDIV)” ของบลจ.กรุงศรี ได้ 5 ดาว ให้ผลตอบแทน 225.13% (45.03% ต่อปี) 2) “กองทุนเปิดกรุงศรีหุ้นปันผลเพื่อการเลี้ยงชีพ (KFDIVRMF)” ของบลจ.กรุงศรี ได้ 4 ดาว ให้ผลตอบแทน 214.71% (42.94% ต่อปี) และ 3) “กองทุนเปิดกรุงศรีหุ้นระยะยาวปันผล (KFLTFDIV)” ของบลจ.กรุงศรี ได้ 4 ดาว ให้ผลตอบแทน 212.27% (42.45% ต่อปี)
นางวรวรรณ ธาราภูมิ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บลจ.บัวหลวง เปิดเผยว่า ตลาดหุ้นไทยในระยะสั้นระหว่างทางอาจจะมีความผันผวนบ้างแต่จากข้อมูลสถิติในระยะยาวก็ยังเป็นสินทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทนที่ดีกว่าการลงทุนประเภทอื่นโดยเปรียบเทียบ จะเห็นได้จากผลตอบแทนของสินทรัพย์แต่ละประเภทในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา (ปี2544 - 2545) หุ้นไทยให้ผลตอบแทนเฉลี่ย 14.6% ต่อปี ,ตราสารหนี้อายุ 3 - 7 ปี ให้ผลตอบแทน 4.3% ต่อปี ,เงินฝากประจำ 1 ปี ให้ผลตอบแทน 2.0% ต่อปี ทองคำ ให้ผลตอบแทน 13.0% ต่อปี ซึ่งในระยะเวลาดังกล่าวก็ผ่านวิกฤติมาหลายวิกฤติแล้วเช่นกัน ซึ่งข้อมูลดังกล่าวได้สะท้อนผ่านผลการดำเนินงานของกองทุนหุ้นไทยในระบบซึ่งสามารถที่จะสร้างผลตอบแทนที่ดีในระยะยาวให้กับนักลงทุนได้จริง เพราะการลงทุนในหุ้นนักลงทุนเองควรจะต้องมีเวลาในการลงทุนที่เหมาะสมเพื่อที่จะได้เห็นผลลัพธ์ของการลงทุนระยะยาวในหุ้นนั้นด้วยเช่นกันและตราบเท่าที่บริษัทที่เลือกลงทุนยังมีผลการดำเนินงานที่ดี แม้ตลาดหุ้นในระยะสั้นอาจจะผันผวนไปบ้างจากปัจจัยที่เข้ามากระทบก็ไม่มีอะไรต้องน่ากังวล จึงอยากให้นักลงทุนมีมุมมองที่ถูกต้องกับการลงทุนในหุ้นด้วยเช่นกัน
"สินทรัพย์แต่ละประเภทก็ให้ผลตอบแทนที่แตกต่างกันออกไปตามระดับของความเสี่ยงที่แตกต่างกัน สิ่งที่นักลงทุนควรทำคือการจัดสรรเงินลงทุนอย่างเหมาะสมไปในสินทรัพย์ประเภทต่างๆ ให้เหมาะกับตัวเองแล้วก็ลงทุนไปตามที่ได้มีการจัดสรรพอร์ตการลงทุนเอาไว้ นั่นจะทำให้นักลงทุนไม่ต้องกังวลกับภาวะตลาดที่เปลี่ยนไปแต่ประการใด เพราะได้มีการจัดสรรเงินลงทุนไว้อย่างเหมาะสมอยู่แล้ว"









