วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ไม่รู้ ไม่มี ไม่สร้าง...ไม่รอด

คนไทยขาดทักษะชีวิตหลายด้าน โดยเฉพาะการจัดการเงิน นักศึกษาขาดเป้าหมายในการใช้ชีวิต ขาดระเบียบวินัย ใช้เงินเก่ง ไม่เคยวางแผนการเงิน

เดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ผู้เขียนได้มีโอกาสเข้าร่วมโครงการ Asia Summer Program 2013 เพื่อไปสอน Summer Course ที่ Dongseo University ที่เมืองปูซาน ประเทศเกาหลีใต้ โดยโครงการนี้มีนักศึกษากว่า 300 คน อาจารย์เกือบ 30 คน จาก 27 ประเทศเข้าร่วมโดยมีมหาวิทยาลัยจากประเทศไทย 5 มหาวิทยาลัยส่งอาจารย์และนักศึกษาเข้าร่วมโครงการประมาณ 25 คน ตลอด 3 สัปดาห์ของการเรียนการสอน การทำกิจกรรมและใช้ชีวิตร่วมกับคณาจารย์ นักศึกษาและทีมงานรวมแล้วเกือบ 400 คน ผู้เขียนสังเกตเห็นว่าพฤติกรรมการใช้ชีวิตและการใช้เงินของนักศึกษาแต่ละประเทศดูจะมีความแตกต่างกันอยู่ไม่น้อยเลยตั้งแต่เสื้อผ้าหน้าผม รองเท้า กระเป๋า โทรศัพท์มือถือ Gadget ต่างๆ ดู รวมๆ แล้ว โดยเฉลี่ยคนไทยจะดูสวย หล่อล้ำ นำสมัยกว่าใครๆ ยิ่งเรื่องกิน เรื่องช้อปไม่ต้องพูดถึงเรามาที่หนึ่งไม่แพ้ใคร นักศึกษาไทยหลายคน ชอปปิ้งจนต้องจ่ายค่าปรับเพราะน้ำหนักกระเป๋าเกินโดนปรับกันไปหลายพันบาท แถมยังมีกระเป๋าเล็กกระเป๋าน้อย มีเป้สะพายหลังหิ้วขึ้นเครื่องมาเองอีกคนละห้าหกใบ!!!!

โดย Summer Course ครั้งนี้ ผู้เขียนได้นำเรื่อง Sufficiency Economy หรือเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวไปสอน นักศึกษาที่มาลงเรียนมี 28 คน มาจาก 7 ประเทศ ได้แก่ ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย มาเลเซีย จีน เกาหลีใต้ บังคลาเทศและประเทศไทย ตลอด 30 ชั่วโมงของการเรียนการสอน ผู้เขียนประทับใจนักศึกษาจากประเทศฟิลิปปินส์ อินโดนีเซียและมาเลเซีย เป็นพิเศษ นักศึกษาจาก 3 ประเทศนี้ ไม่ใช่แค่ภาษาอังกฤษดีกว่าเด็กไทย (โดยเฉลี่ย) แต่ยังตรงต่อเวลา ตั้งใจเรียน เอาใจใส่ในการเรียน ตอบคำถามได้อย่างฉะฉาน มีทักษะในการเขียนตอบที่ดี กล้าแสดงออกอย่างสร้างสรรค์ มีความรับผิดชอบและเป็นผู้ใหญ่ ในขณะที่เสื้อผ้า หน้าตา กระเป๋า รองเท้า โทรศัพท์มือถือกลับดูธรรมดาอย่างมาก ส่วนใหญ่จะใส่เสื้อยืด กางเกงยีนส์ รองเท้าผ้าใบ ทานข้าวใน Cafeteria ตามที่ทางโครงการจัดไว้ให้ ส่วนโทรศัพท์มือถือของนักศึกษาฟิลิปปินส์และมาเลเซียที่ได้เจอ นักศึกษาส่วนใหญ่ยังไม่ได้ใช้ Smart phone

พอกลับจากประเทศเกาหลีใต้ ช่วงต้นเดือนสิงหาคม ผู้เขียนไปที่ไหนมักมีคนสอบถามและชวนคุยเรื่องหนี้สินมากเป็นพิเศษ คงสืบเนื่องจากที่ธนาคารแห่งประเทศไทยได้เปิดเผยตัวเลขหนี้สินครัวเรือนว่ามีการปรับเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จากประมาณ 50% ของ GDP ในปี 2550 เพิ่มเป็น 80% ของ GDP เมื่อสิ้นไตรมาสที่ 2 ปี 2556 รวมทั้ง ยังมีโพลล์อีกหลายสำนักที่แสดงผลสำรวจออกมาตรงกันว่าหนี้สินภาคครัวเรือนของคนไทยเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว

สิ่งที่สะท้อนออกมาจากตัวเลขหนี้สินครัวเรือนและพฤติกรรมการเรียน การใช้ชีวิต การใช้เงินของคนรุ่นใหม่ เมื่อพิจารณาร่วมกับสภาพสังคมที่นิยมการบริโภคมากขึ้นและนิสัยรักสบาย ขาดระเบียบวินัยของคนไทย ผู้เขียนคิดว่าเป็นเรื่องที่น่ากังวลอยู่ไม่น้อย โดยสาเหตุสำคัญที่คนไทยมีปัญหาทางการเงิน ผู้เขียนคิดว่าเป็นเพราะ

1.คนไทยส่วนใหญ่ "ไม่รู้" สถานะทางการเงินที่แท้จริงของตัวเอง หรืออาจจะ "ไม่อยากรู้" "ไม่อยากรับรู้" หรือ "ไม่ยอมรับ" ก็เป็นได้
2.คนไทยส่วนใหญ่ "ไม่มี" เป้าหมายทางการเงินที่ชัดเจน จึงใช้จ่ายเงินอย่างไม่มีเหตุผล
3.คนไทยส่วนใหญ่ "ไม่สร้าง" ภูมิคุ้มกันทางการเงินให้ตัวเองอย่างจริงจัง

ยิ่งได้เห็น ได้รู้จักนักศึกษาจากประเทศบ้านใกล้เรือนเคียงกัน ยิ่งน่ากังวล เพราะยิ่งประจักษ์ชัดถึงความแตกต่างในหลายด้านของนักศึกษาซึ่งเป็นผลผลิตของระบบการศึกษาในแต่ละประเทศ... ในฐานะที่อยู่ในแวดวงการศึกษามาตลอดชีวิต ผู้เขียนคิดว่าระบบการศึกษาไทยมีปัญหาอย่างมาก เพราะคนไทยส่วนใหญ่ยังขาดทักษะชีวิต (Life skill) หลายด้าน โดยเฉพาะด้านการจัดการทางการเงิน เด็กๆ โดยเฉพาะนักศึกษาขาดเป้าหมายในการใช้ชีวิต ขาดความมุ่งมั่น ขาดระเบียบวินัย แถมยังใช้เงินเก่ง ไม่เคยวางแผนการเงิน.... แต่อยากรวย อยากมีเงินมีทองเยอะๆ อยากมีอาชีพอิสระ ไม่อยากทำงานหนัก อยากใช้ชีวิตสบายๆ

ตัวเลขหนี้สินภาคครัวเรือนคงจะลดลงได้ยากและจะกลายเป็นปัญหาที่น่าหนักใจมากขึ้นเรื่อยๆ เพราะตัวเลขหนี้สินจะเพิ่มขึ้นจากลูกหนี้ที่อายุน้อยลงเรื่อยๆ

น่าเสียดายที่ ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงซึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงสอน ทรงปฏิบัติเป็นแบบอย่างให้คนไทยได้เห็นมาโดยตลอด กลับไม่ได้รับความสนใจจากหลายฝ่ายที่เกี่ยวข้องที่จะสนับสนุน ส่งเสริมให้เกิดการน้อมนำไปปฏิบัติอย่างจริงจัง เพื่อการเติบโตของประเทศอย่างมั่นคง เพื่อการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์อย่างยั่งยืน