เหวี่ยงขึ้นต่อยังเปราะบาง ยืน 1,430 จุด อ่อนตัวซื้อ ได้ แต่ ดีดขึ้นทยอยขาย ด้วย
SET View
- ประเด็นหลักวันนี้ แม้ว่า SET จะมีโอกาส Rebound ได้ในวันนี้ แต่แนวโน้มหลักยังคงมีความเปราะบาง เนื่องจากยังไม่ได้รับการสนับสนุนจากหุ้นในกลุ่ม Market Cap. ขนาดใหญ่ สะท้อนออกมาจากการที่ตั้งแต่ต้น ส.ค.2556 กลุ่มพลังงาน, ธนาคาร, วัสดุก่อสร้าง และอาหาร (Market Cap. รวม 46%) ให้ผลตอบแทนน้อยกว่า SET (Underperform) นอกจากนี้ในช่วงเวลาเดียวกันกลุ่มหลักทรัพย์ที่ต่างชาติขายสุทธิผ่าน NVDR มากที่สุด 5 อันดับแรกยังติดอยู่ในกลุ่ม 6 แรกที่มี Market Cap. สูงที่สุด ได้แก่วัสดุก่อสร้าง, อสังหาฯ, สื่อสาร, พลังงาน และธนาคาร ในทางเทคนิคสัปดาห์นี้ถ้า SET ไม่ปิดต่ำกว่า1,430 (+/-5) จุดอีกครั้ง มีโอกาสขึ้นไปแกว่งในกรอบ 1,440-1,470 จุด ซึ่งเรามองเป็นโอกาสขาย Lock-in-Profit ขณะที่กรณี SET ปิดต่ำกว่า 1,430 (+/-5) จุดลงมาอีกครั้ง จะหมุนลงไปที่ 1,400 จุดเร็วมาก
- รายงานจาก Merrill Lynch (ML) พบว่าในสัปดาห์ที่ผ่านมา (1-7 ส.ค.2556) มีกระแสเงินทุนไหลเข้าตลาดหุ้นโลกราว 9.6 พันล้านดอลลาร์ สวนทางกลับตลาดพันธบัตรโลกที่มีเงินทุนไหลออกราว 2.2 พันล้านดอลลาร์ อย่างไรก็ดีเราประเมินว่าตลาดหุ้นไทยจะไม่ได้รับปัจจัยหนุนจากทิศทางของกระแสเงินทุนในตลาดหุ้นโลก เพราะในสัปดาห์ที่ผ่านมาเงินทุนเกือบทั้งหมดในตลาดหุ้นโลกยังคงไหลเข้าตลาดหุ้นพัฒนาแล้ว (Developed Market) ราว 1.03 หมื่นล้านดอลลาร์ เทียบกับตลาดหุ้นเอเชีย และไทยที่ยังคงมีเงินทุนไหลออกอีกราว 540 และ 179 ล้านดอลลาร์ตามลำดับ
- กลยุทธ์การลงทุน : การลงทุนระยะสั้น (ไม่เกิน 1 สัปดาห์) กรณีที่ SET ปิดไม่ต่ำกว่า 1,430 (+/-5) จุด ยังคง “ถือ” หรือ “อ่อนตัวซื้อเก็งกำไร” ต่อไปได้ เพื่อไปรอทยอยขาย Lock-in-Profit ที่แนวต้าน 1,470 และ 1,490 จุด ในหุ้นที่ประกาศผลการดำเนินงานใน 2Q56 ออกมาดี หรือได้ประโยชน์จาก พ.ร.บ. เงินกู้ 2.2 ล้านล้านบาท ได้แก่ QH, PS, MFEC, RS, VGI, MAJOR, STEC, SEAFCO (ยังไม่ประกาศงบ) และ , SIM (คาดประกาศงบ 14 ส.ค.) โดยมี 1,430 จุดเป็นจุด “Cut Loss” ที่ต้องมีวินัยอย่างสูง






