"แบงก์ชาติ"เปิดผลสำรวจนักธุรกิจ พบส่วนใหญ่จ่อขยับราคาสินค้าเพิ่ม หลังต้นทุนพุ่ง ส่วนแนวโน้มธุรกิจส่อชะลอ จากความเชื่อมั่นผู้ประกอบการลด
รายงานข่าวจากธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า จากการสำรวจความเห็นของภาคธุรกิจไทย พบช่วงไตรมาส 3 ปีนี้ ผู้ประกอบการคาด ต้นทุนการดำเนินงานยังเพิ่มขึ้น จึงมีแผนเพิ่มราคาสินค้า และบริการหลังจากแบกรับต้นทุนที่สูงขึ้นในช่วงที่ผ่านมา โดยหลายธุรกิจอยู่ในขั้นตอนการขอเพิ่มราคาจากคู่ค้า
ขณะที่บางรายเร่งพัฒนาสินค้า เพื่อให้สามารถปรับเพิ่มราคาได้ เช่น อุตสาหกรรมเครื่องประดับ และอุตสาหกรรมยานยนต์ แต่สำหรับสินค้าที่อ้างอิงราคาตลาดโลก เช่น ยางพาราและปาล์มน้ำมัน ผู้ประกอบการเน้นการเพิ่มประสิทธิภาพแรงงาน และการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลิตภัณฑ์แทน
การสำรวจของธปท. มีขึ้นในช่วงไตรมาส 2 ที่ผ่านมา โดยเป็นการสำรวจผ่านช่องทางต่างๆ คือ การเข้าพบแลกเปลี่ยนความเห็นกับนักธุรกิจทั่วประเทศจำนวน 196 ราย และการส่งแบบสำรวจความเชื่อมั่นทางธุรกิจรายเดือน ไปยังบริษัทต่างๆ 1,010 รายทั่วประเทศ โดยมีการตอบกลับประมาณ 600 รายต่อเดือน รวมทั้งการสำรวจภาวะแนวโน้มสินเชื่อรายไตรมาส จากผู้บริหารงานด้านสินเชื่อของสถาบันการเงิน 50 แห่ง ครอบคลุมสินเชื่อ 98.9%
ภาพรวมการสำรวจครั้งนี้ พบว่า ผู้ประกอบการส่วนใหญ่มองภาวะธุรกิจมีแนวโน้มชะลอลงต่อเนื่อง สะท้อนจากความเชื่อมั่นของผู้ประกอบการต่อแนวโน้มธุรกิจที่อ่อนลงเป็นลำดับ สอดคล้องกับความเห็นของผู้ประกอบการส่วนใหญ่ที่คาดว่า การบริโภคโดยรวมจะยังชะลอต่อเนื่อง แต่กำลังซื้อของผู้บริโภคระดับกลางถึงบนยังมีอยู่ และต้องทำกิจกรรมส่งเสริมการขายเพื่อกระตุ้นยอดขายและรักษาส่วนแบ่งตลาด
ส่วนด้านการลงทุนใหม่ ขึ้นกับความต้องการจากต่างประเทศ ที่คาดจะฟื้นตัวอย่างช้าๆ รวมทั้งปัจจัยสนับสนุนจากการลงทุนในโครงการขนาดใหญ่ของภาครัฐ ขณะที่ภาคการท่องเที่ยวยังมีแนวโน้มดีต่อเนื่อง
รายงานข่าวระบุว่า ภาคการบริโภค มีแนวโน้มชะลอตัวต่อเนื่อง โดยผู้ประกอบการส่วนใหญ่เชื่อว่า คำสั่งซื้อในประเทศอีก 3 เดือนข้างหน้า จะเพิ่มขึ้นจากปัจจุบัน แต่สัดส่วนผู้ที่เห็นว่าคำสั่งซื้อ จะดีขึ้นปรับลดลงติดต่อกันเป็นเดือนที่ 4 สะท้อนความเชื่อมั่นต่อการบริโภคในระยะต่อไปที่ลดลงเป็นลำดับ
การสำรวจดังกล่าวสอดคล้องกับความเห็นของสถาบันการเงิน จากการสำรวจภาวะ และแนวโน้มสินเชื่อที่พบว่า ความต้องการสินเชื่อเพื่อการบริโภคอื่นๆ ของภาคครัวเรือนมีแนวโน้มทรงตัวจากไตรมาสก่อน เทียบกับการประเมินในช่วงก่อนหน้าที่คาดว่า ความต้องการสินเชื่อดังกล่าวจะเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง
ผู้ประกอบการบางส่วน เห็นว่ากำลังซื้อของผู้บริโภคระดับกลางถึงบนยังมีอยู่ แต่จำเป็นต้องกระตุ้นการใช้จ่ายผ่านการทำกิจกรรมส่งเสริมการขายอย่างต่อเนื่อง และยังคาดว่า การเปิดตัวสินค้ากลุ่ม Smartphone ที่ใช้เทคโนโลยี 3จี และโทรทัศน์ระบบดิจิทัล ที่จะมีขึ้นปลายปี จะช่วยกระตุ้นยอดขายเครื่องใช้ไฟฟ้าในระยะต่อไป
การลงทุนภาคเอกชน พบว่า ช่วงไตรมาส 3 มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น โดยจากผลสำรวจความเชื่อมั่นทางธุรกิจพบ ผู้ประกอบการส่วนใหญ่คาดจะลงทุนเพิ่มขึ้นในระยะต่อไป สอดคล้องกับการสำรวจภาวะและแนวโน้มสินเชื่อที่พบว่า ความต้องการสินเชื่อเพื่อการลงทุนของธุรกิจมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นจากไตรมาสก่อน ผู้ประกอบการเห็นว่า การลงทุนใหม่ ขึ้นอยู่กับความต้องการจากต่างประเทศที่คาดจะค่อยๆ ฟื้นตัว รวมทั้งปัจจัยสนับสนุนจากการลงทุนในโครงการขนาดใหญ่ของภาครัฐ
ส่วนภาคการผลิตและการส่งออก ช่วงไตรมาส 3 พบว่า การผลิตมีแนวโน้มปรับดีขึ้นตามภาวะการส่งออก โดยจากผลสำรวจความเชื่อมั่นทางธุรกิจ พบว่าผู้ประกอบการส่วนใหญ่คาดว่าคำสั่งซื้อจากต่างประเทศในอีก 3 เดือนข้างหน้า จะเพิ่มขึ้นจากปัจจุบัน สอดคล้องกับความเห็นของผู้ประกอบการที่คาดว่า การส่งออกชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์จะปรับดีขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไป จากอุปสงค์ต่างประเทศที่ค่อยๆ ฟื้นตัวในช่วงครึ่งหลังของปี
รายงานข่าว ระบุด้วยว่า ภาคการท่องเที่ยว ช่วงไตรมาส 3 ปีนี้ ธุรกิจการท่องเที่ยวยังเติบโตได้ต่อเนื่อง แม้จะอยู่ในช่วงหมดฤดูท่องเที่ยวผู้ประกอบการคาดว่า นักท่องเที่ยวยังคงเดินทางเข้ามาเพิ่มขึ้น เพราะสถานการณ์ในประเทศที่สงบเรียบร้อยไม่มีภัยธรรมชาติ รวมทั้งไทยยังเป็นประเทศที่มีความคุ้มค่าต่อการท่องเที่ยวและได้รับการจัดอันดับความนิยมในลำดับต้นๆ
ผู้ประกอบการเห็นว่าภาครัฐควรประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวอย่างเป็นระบบ ทั้งในระดับชาติและท้องถิ่นเพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวเชิงคุณภาพเพิ่มขึ้น
ส่วนแนวโน้มธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ช่วงไตรมาส 3 มีแนวโน้มชะลอลงต่อเนื่อง โดยจากการสำรวจภาวะและแนวโน้มสินเชื่อพบว่า สถาบันการเงินมีการประเมิน ความต้องการสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย จะใกล้เคียงกับไตรมาสก่อน อีกทั้งสถาบันการเงินมีแนวโน้มเพิ่มความเข้มงวดมาตรฐานการให้สินเชื่อมากขึ้น เพราะมีความกังวลเพิ่มขึ้นต่อความเสี่ยงด้านเครดิตของผู้กู้และความเสี่ยงด้านฟองสบู่ในตลาดอสังหาริมทรัพย์
"ผลสำรวจดังกล่าวสอดคล้องกับผู้ประกอบการที่ประเมินว่า ความต้องการอาคารชุดจะขยายตัวในอัตราที่ชะลอลง คาดความต้องการที่อยู่อาศัยแนวราบจะปรับดีขึ้น โดยเฉพาะทาวน์เฮ้าส์ในเขตชานเมือง ที่มีระดับราคาใกล้เคียงกับอาคารชุดในเมือง ส่วนหนึ่งจากผู้บริโภคคลายความกังวลเกี่ยวกับปัญหาอุทกภัย อีกทั้งให้ความสำคัญกับความคุ้มค่าของพื้นที่ใช้สอยต่อราคา" รายงานข่าวระบุ
สำหรับภาวะการจ้างงาน พบว่า ผู้ประกอบการมองตลาดแรงงานช่วงไตรมาส 3 ยังคงตึงตัวต่อเนื่อง ธุรกิจที่ใช้แรงงานเข้มข้นสูง เช่น อิเล็กทรอนิกส์ อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง อัญมณีและเครื่องประดับ รวมทั้งเครื่องนุ่งห่ม ยังมีแนวโน้มขาดแคลนแรงงาน









