วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

แบงก์ชาติชี้สัญญาณหนี้เน่ารถยนต์พุ่ง

ธปท.จับตาสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์ หลังสัญญาณค้างชำระหนี้พุ่ง เผยยอดจัดชั้นกล่าวถึงพิเศษไตรมาส 2 โต แตะ 6.8% ส่งทีมสำรวจมาตรฐานการให้สินเชื่อ

นายอานุภาพ คูวินิชกุล ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายกลยุทธ์สถาบันการเงิน สายนโยบายสถาบันการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) เปิดเผยว่า ช่วงไตรมาส 2 ที่ผ่านมา ธปท. เริ่มเห็นสัญญาณการค้างชำระหนี้ในกลุ่มสินเชื่อเพื่อการอุปโภคและบริโภคมากขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์ แต่เนื่องจากฐานของสินเชื่อกลุ่มนี้ไม่ได้สูงมากนัก จึงทำให้ภาพรวมของหนี้ไม่ก่อให้เกิดรายได้(NPL) ของธนาคารพาณิชย์ทั้งระบบไม่ได้เปลี่ยนไปมากนัก โดยไตรมาส 2 ที่ผ่านมา ธนาคารพาณิชย์ทั้งระบบมี NPL เฉลี่ยที่ 2.2% ทรงตัวจากเดือนก่อนหน้านี้

สำหรับช่วงไตรมาส 2 ที่ผ่านมา กลุ่มสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์เป็นกลุ่มที่มียอดการเพิ่มขึ้นของสินเชื่อจัดชั้นกล่าวถึงเป็นพิเศษ(Special Mention Loan หรือ SM) เพิ่มขึ้นสูงสุด โดยอยู่ที่ 6.8% เทียบกับไตรมาสแรกซึ่งอยู่ที่ 6.2% ขณะที่ค่าเฉลี่ย SM ของธนาคารพาณิชย์ทั้งระบบ ช่วงไตรมาส 2 อยู่ที่ 2.2% ส่วน NPL ของกลุ่มสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์ช่วงไตรมาส 2 ที่ผ่านมา มีการขยายตัวที่ 1.7% เทียบกับไตรมาสก่อนหน้านี้ที่เติบโต 1.5%

"ถ้าดูตามตัวเลขสินเชื่ออุปโภคบริโภค และสัดส่วนหนี้ค้างชำระ โดยเฉพาะ หนี้จัดชั้นกล่าวถึงเป็นพิเศษ นั้น กลุ่มสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์ ถือเป็นตัวที่เพิ่มขึ้นมากกว่าตัวอื่นๆ จึงถือเป็นสัญญาณที่ต้องติดตาม แต่คิดว่าไม่มีอะไรที่ดูแล้วจะกระทบต่อระบบมากมาย เพราะสัดส่วนต่อสินเชื่อรวมไม่ได้สูงมากนัก"

สำหรับสินเชื่อกลุ่มอุปโภคบริโภค มีสัดส่วนต่อสินเชื่อรวมอยู่ที่ประมาณ 30% ขณะที่ สินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์มีสัดส่วนต่อสินเชื่อรวมที่ 8.8%

"ที่ผ่านมาสายกำกับสถาบันการเงินได้เข้าตรวจสอบธนาคารพาณิชย์เพิ่มเติม ถึงการให้สินเชื่อเพื่อซื้ออสังหาริมทรัพย์ และสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์ เพื่อประเมินมาตรฐานและคุณภาพการให้สินเชื่อ โดยในส่วนของสินเชื่ออสังหาฯ นั้นพบว่า คุณภาพยังอยู่ในเกณฑ์ปกติ ส่วนสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์นั้น เนื่องจากการตรวจสอบเพิ่งแล้วเสร็จไปเมื่อสิ้นเดือนที่ผ่านมา ขณะนี้จึงอยู่ระหว่างประเมินผล

สำหรับการเติบโตของภาพรวมสินเชื่อทั้งระบบ ช่วงครึ่งปีแรกที่ผ่านมานั้น พบว่ามีการเติบโตที่ 13% แบ่งเป็นการเติบโตในช่วงไตรมาสแรกที่ 13.2% และไตรมาส 2 ที่ 12.8%"