ธุรกิจเกษตรไทยในยุคสะดวกซื้อ

มีความท้าทายนานัปประการรออยู่เบื้องหน้า คำถามก็คือ ธุรกิจเกษตรต้องเตรียมความพร้อมเพื่อรับมือและก้าวข้ามอย่างไร
ปัจจุบันประเทศไทยเรานั้นได้รับการยกย่องว่ามีความเข้มแข็งในเรื่องของธุรกิจการเกษตร ในวงเล็บที่ว่าเมื่อเทียบกับประเทศอื่นๆ ในกลุ่มอาเซียน
สิ่งหนึ่งที่สามารถยืนยันได้ก็คือ การที่องค์การเพิ่มผลผลิตแห่งเอเชีย (Asian Productivity Organization:APO) กำหนดให้ไทยเป็นเจ้าภาพการจัดการประชุมและทำเวิร์คชอปในหัวข้อ Advanced Agribusiness Management for Executives and Managers of SMEs (มีตัวแทนจากกลุ่มประเทศสมาชิกมาเข้าร่วม 13 ประเทศ)
อย่างไรก็ดี คงเคยได้ยินได้ฟังกันอยู่บ่อย ๆว่า การเป็นแชมป์ไม่ยากเท่ากับการรักษาแชมป์ เพราะธุรกิจการเกษตรก็มีความท้าทายนานัปประการรออยู่เบื้องหน้า คำถามก็คือ จะต้องเตรียมความพร้อมเพื่อรับมือและก้าวข้ามได้อย่างไร
เมื่อเร็วๆ นี้ สถาบันเพิ่มผลผลิตแห่งชาติ สถาบันเครือข่ายของกระทรวงอุตสาหกรรม ในฐานะสมาชิกของ APO จัดให้สื่อมวลชนได้มีโอกาสสัมภาษณ์พิเศษกูรูผู้เชี่ยวชาญสาขาธุรกิจการเกษตร ได้แก่ "สุวรรณ เหรียญเสาวภาคย์" รักษาการแทนผู้อำนวยการสถาบันเพิ่มผลผลิตแห่งชาติ "ศาสตราจารย์ ราล์ฟ คริสตี้" ผู้อำนวยการสถาบันนานาชาติคอร์เนล เพื่ออาหาร การเกษตร และการพัฒนา และศาสตราจารย์ด้านระบบเศรษฐกิจของตลาดเกิดใหม่ (Emerging Markets) มหาวิทยาลัยคอร์เนล ประเทศสหรัฐอเมริกา "ศาสตราจารย์ลุย ดิวินากราเซีย" รองอธิการบดีฝ่ายวิชาการและคณบดีคณะธุรกิจที่ มหาวิทยาลัยพิลิท่า ฮาลาแพน (Universitas Pelita Harapan) ประเทศอินโดนีเซีย โดยมี "ดรุณี เอ็ดเวิร์ดส" นายกสมาคมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีทางอาหารแห่งประเทศไทย หรือโฟสแตต (FOSTAT) เป็นผู้ดำเนินการสัมภาษณ์
อะไรคือความท้าทายสำคัญของธุรกิจการเกษตร?
ในฐานะมุมมองจากโลกตะวันตก ศ. ราล์ฟ คริสตี้ บอกว่ามุมมองของเขามีอยู่ 4 เรื่อง ด้วยกัน เรื่องแรก ก็คือเทคโนโลยี ที่มาในรูปของสารสนเทศ, ไบโอเทคโนโลยี,นาโนเทคโนโลยี ฯลฯ เรื่องที่สอง นโยบายของทางภาครัฐ ทั้งในเรื่องของความปลอดภัยของอาหาร และกระทั่งการกีดกันทางการค้า เรื่องที่สาม สิ่งแวดล้อม ซึ่งในเวลานี้ทั่วโลกกำลังมุ่งหน้าไปสู่คำว่าความยั่งยืนทั้งสิ้น และเรื่องที่สี่ ก็คือ เรื่องของทรัพยากรมนุษย์ที่ต้องมีคุณภาพ
ขณะที่มุมมองจากโลกตะวันออก ศ.ลุย ดิวินากราเซีย กล่าวว่า ความท้าทายสำหรับเขาคงเป็นจำนวนคนบนโลกที่เพิ่มขึ้นทุกวัน และนั่นก็ย่อมหมายถึง จำนวนการผลิตทางการเกษตรจำเป็นต้องเพิ่มจำนวนขึ้นเป็นทวีคูณ ซึ่งเขาแนะว่าต้องอาศัยการพัฒนาศักยภาพและภาวะผู้นำของคนที่อยู่ในห่วงโซ่คุณค่า และควรมองไกลไปถึงเรื่องความยั่งยืน นั่นเป็นเพราะในการบริหารจัดการเพื่อก่อให้เกิดผลิตภาพย่อมต้องสร้างผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง
อะไรคือแนวโน้มหรือทิศทางในการดาเนินธุรกิจเกษตรของฝั่งตะวันตก และของประเทศกลุ่มอาเซียน?
ศ. ราล์ฟ คริสตี้ กล่าวว่า ในวันนี้โลกไม่ได้แยกความเป็นตะวันออกและตะวันตกอีกต่อไป เนื่องจากสิ่งที่เกิดและกำลังจะเกิดขึ้นล้วนเป็นภาพที่เหมือนกัน นั่นคือ "ภาพของการอพยพเคลื่อนย้ายของคนชนบทเข้ามาอยู่ในเมืองใหญ่ๆ และเมืองหลวง" ไลฟ์สไตล์ของคนจึงยึดติดกับความสะดวกสบาย การกินดี อยู่ดีมีสุข
อีกทั้งปฏิเสธไม่ได้ว่าในวันนี้มี "ซูเปอร์มาร์เก็ต" เปิดบริการอยู่ทั่วทุกมุมโลก เพราะในวันนี้เป็นโลกยุคของการ "สะดวกซื้อ" ซึ่งทำให้เกิดเป็นระบบและเส้นทางมาตรฐานของการบริโภคเดียวกัน และเรื่องสุดท้ายที่ยังคงเป็นกระแสร้อนอย่างต่อเนื่อง ก็คือ "โลกร้อน" ซึ่งจะทำให้วงจรชีวิตของสัตว์ ตลอดจนพืชเกิดการเปลี่ยนแปลงไปอย่างสิ้นเชิง
ส่วน ศ.ลุย ดิวินากราเซีย มองเห็นว่าแนวโน้มสำคัญนั้นมีอยู่ 7 เรื่องด้วยกัน ดังต่อไปนี้
1. การเติบโตขึ้นของกลุ่มคนชั้นกลาง 2. การที่ประเทศที่พัฒนาแล้วเช่น อเมริกาและกลุ่มประเทศยุโรปเพิ่มแรงกฏดันทางการค้าด้วนการออกกฏ ระเบียบเกี่ยวกับความปลอดภัยในสินค้ากลุ่มอาหารมากยิ่งขึ้น 3. การเติบโตของอาหารฮาราล 4. เทคโนโลยีที่ก้าวหน้า 5. คู่แข่งขันที่ไม่หยุดพัฒนาศักยภาพของตนเอง 6.ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน และ 7. ความมั่นคงทางการเมือง
ในเวลาที่จำนวนประชากรใกล้ล้นโลก องค์กรธุรกิจเกษตรไทย จะสามารถแข่งขันและเติบโตอย่างยั่งยืนได้อย่างไร?
ทั้งสี่ท่านให้คำแนะนำว่า ความสำเร็จจะเกิดขึ้นก็ด้วยการยกระดับความสามารถ ด้วยการปรับปรุงและเปลี่ยนแปลงเพื่อให้องค์กรสามารถตอบสนองโลกที่เปลี่ยนแปลงไปอยู่ตลอดเวลา
ความสำเร็จไม่อาจเกิดขึ้น หากขาดความร่วมมือร่วมใจไม่ว่าจะเป็นคนภายในองค์กร กระทั่งผู้มีส่วนได้ส่วนเสียอื่นๆ อาทิ คู่ค้า ลูกค้า
ความสำเร็จไม่อาจเกิดขึ้น โดยการฝ่าฝืนกฏระเบียบ หรือนโยบายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นของภาครัฐ ,ประเทศคู่ค้า,ซัพพลายเออร์ ฯลฯ
ความสำเร็จไม่อาจเกิดขึ้น หากขาดความรอบคอบในการทำงาน ในกระบวนการทำงานควรคำนึงถึง P-D-C-A อยู่เสมอ
------
ความหมายของธุรกิจการเกษตร
หมายถึง กระบวนการทางธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับสาขาเกษตรและสาขาอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งครอบคลุมถึงการผลิตพืช การเลี้ยงสัตว์ การเพาะเลี้ยงสัตว์และจับสัตว์น้ำ รวมทั้งการผลิตปัจจัยการผลิตธุรกิจการรวบรวมสินค้าจากเกษตรกร การแปรรูป การขายปลีก การขายส่ง การเก็บรักษา การขนส่งสินค้าไปสู่ผู้บริโภค และผู้ใช้ภายในประเทศและต่างประเทศ และรวมถึงสินเชื่อ
ส่วนความสำคัญของธุรกิจการเกษตรนั้นมีมากมาย เช่น เป็นแหล่งการค้าปัจจัยการผลิตการเกษตร , เป็นแหล่งวัตถุดิบ, เป็นแหล่งรายได้ของประเทศ, เป็นแหล่งแรงงานของประเทศ , เป็นมูลค่าที่สำคัญขององค์ประกอบและเป็นผลิตภัณฑ์ประชาชาติ เป็นต้น (ที่มา www.geocities.ws/economic_stou/docks/po13.ppt)




