วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

LHBANK - ซื้อเก็งกำไร

กำไรครึ่งปี 56 เติบโต 53%YoY คาดทั้งปีโต 26% YoY

ประเด็นสำคัญในการลงทุน :
คงประมาณการกำไรสุทธิปี 56 ตามเดิมซึ่งเติบโต 26%YoY : ผลประกอบการในปี 56 ยังมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่องแม้ว่าจะไม่ก้าวกระโดดเช่นในปี 55 ที่มียอดสินเชื่อเติบโตถึง 57% และกำไรสุทธิ 683 ล้านบาทเติบโต 38% ด้วยสมมติฐานอัตราการเติบโตของสินเชื่อราว 23% และการรักษาส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยให้ทรงตัวใกล้เคียงกับระดับเดิมในปี 55 ฝ่ายวิจัยคาดกำไรสุทธิปี 56 ราว 860 ล้านบาทซึ่งเพิ่มขึ้น 26% จากปี 55 กำไรครึ่งปี 56 ที่ 503 ล้านบาทเพิ่มขึ้น 53% โดยคิดเป็น 59% ของประมาณการทั้งปี ทั้งนี้ฝ่ายวิจัยยังคงประมาณการตามเดิม
ผู้บริหารคาดอัตราการเติบโตของสินเชื่อปี 56 ราว 20-25% : ผู้บริหารลดเป้าเติบโตของสินเชื่อจากเดิม 25-30% เหลือ 20-25% แม้ว่าจะลดลงมากจากที่เติบโตถึง 57% ในปี 55 ซึ่งเป็นการเติบโตจากฐานที่ต่ำในปี 54 โดยธนาคารได้ประกอบธุรกิจธนาคารพาณิชย์เต็มปีในปี 55 สำหรับสินเชื่อ SME ที่มองกันว่าเป็นกลุ่มที่มีความเสี่ยงสูงนั้น ธนาคารจะเน้นการปล่อยสินเชื่อให้กับธุรกิจประเภทโลจิสติกส์ พัฒนาอสังหาริมทรัพย์เพื่อเป็นที่อยู่อาศัยและเพื่อการพาณิชย์ เช่น อพาร์ตเมนต์ คอมมูนิตี้มอลล์ ธุรกิจเพื่อการค้าและเพื่อการอุปโภคบริโภคในเชิงอุตสาหกรรมที่ยังมีศักยภาพในการเติบโต ในส่วนของสินเชื่อธุรกิจขนาดใหญ่จะปล่อยกู้ในลักษณะร่วมปล่อยกู้กับธนาคารขนาดใหญ่รายอื่นโดยจะมุ่งเน้นสินเชื่อที่ได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐ ได้แก่ โรงไฟฟ้า การขนส่ง กลุ่มโรงพยาบาล การก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐาน และกลุ่มโรงแรม
คุณภาพสินทรัพย์ยังดี : ณ สิ้นเดือนมิ.ย.56 มีสัดส่วนสินเชื่อด้อยคุณภาพ(% Gross NPL Ratio) ที่ 1.6% ลดลงจาก 1.8% เมื่อปลายปี 55 ทั้งนี้ สินเชื่อส่วนใหญ่จะเป็นสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยในกลุ่ม (ลูกค้าของ LH และ QH) คิดเป็น 85% ของพอร์ตสินเชื่อรายย่อย ซึ่งมีคุณภาพดีและมีความเสี่ยงต่ำกว่าสินเชื่อรายย่อยประเภทอื่น โดยหลักทรัพย์ค้ำประกันสามารถขายทอดตลาดได้ในราคาดี นอกจากนี้ธนาคารก็ได้ทำตามแผนในเพิ่มการสำรองต่อส่วนของเงินสำรองพึงกันตามเกณฑ์ของธนาคารแห่งประเทศไทยเพิ่มขึ้นเป็น 132% จากระดับ 112% เมื่อปลายปี 55
แนะนำ “ซื้อเก็งกำไร” ราคาเหมาะสม 1.71 บาท : ราคาเหมาะสมซึ่งอิง P/BV ที่ระดับ 1.5 เท่าและ Ke ที่ 5.1% อยู่ที่ 1.71 บาทยังมี upside จากราคาปิดล่าสุด ทั้งนี้อัตราการเติบโตของสินเชื่อสูงแต่ทำให้ฐานเงินทุนลดลงเร็ว เห็นได้จากเงินกองทุนชั้นที่ 1 (Tier I)ลดลงเร็วมากจาก 24.4% เมื่อปลายปี 54 เหลือ 15.6% เมื่อปลายปี 55 และอยู่ที่ 15.04% ณ สิ้นเดือนมิ.ย.56 เงินกองทุนชั้นที่ 1 (Tier I) เท่ากับ 14.4% ซึ่งยังอยู่ในระดับสูงเมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ยของกลุ่มที่ระดับ 11.4% ทำให้ฝ่ายวิจัยแนะนำ “ซื้อเก็งกำไร”