วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

กกร.ห่วงชุมนุมการเมืองกระทบธุรกิจ

กกร.กังวลการชุมนุมการเมืองกระทบภาคธุรกิจ ความเชื่อมั่นการลงทุน เสนอให้มีการชุมนุมอย่างสงบ ระบุการเมืองขัดแย้งแต่เศรษฐกิจต้องเดินหน้า

นายพยุงศักดิ์ ชาติสุทธิผล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) ว่า ที่ประชุมหารือเกี่ยวกับสถานการณ์การชุมนุมทางการเมือง ซึ่งการหารือครั้งนี้ยังไม่มีการออกแถลงการณ์ของ กกร.แต่ภาคเอกชนเห็นว่าสถานการณ์การเมืองเป็นเรื่องที่ภาคเอกชนกังวลว่าจะกระทบกับธุรกิจ โดยขณะนี้ยังหาทางออกทางการเมืองไม่ได้แต่ต้องการให้เกิดการชุมนุมอย่างสงบและชุมนุมตามอยู่ในกรอบประชาธิปไตยและไม่ให้เกิดความวุ่นวาย

นายพยุงศักดิ์ กล่าวว่า กกร.ได้หารือเกี่ยวกับการพัฒนาการค้าและการลงทุนของไทยที่มีศักยภาพในการพัฒนาได้อีกมาก ซึ่งต้องการให้สถานการณ์การเมืองใช้เหตุและผลและไม่ควรการให้พัฒนาประเทศหยุดชะงัก รวมทั้งคิดถึงผลประโยชน์ของประเทศเป็นหลักแต่ก็ต้องติดตามต่อจากนี้ว่าจะเป็นอย่างไร เพราะผลการสำรวจของภาคเอกชนหลายสถาบันมีความกังวลผลกระทบการเมืองต่อธุรกิจ

โดยผลสำรวจความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรมของ ส.อ.ท.มีความกังวลปัจจัยทางการเมืองมากขึ้นมาตั้งแต่เดือน เม.ย.2556 และสอดคล้องกับผลสำรวจขององค์การส่งเสริมการค้าต่างประเทศของญี่ปุ่น (เจโทร) ที่ต้องการเห็นความสงบทางการเมืองของไทย

ทั้งนี้ ที่ประชุมหารือเกี่ยวกับสถานการณ์เศรษฐกิจโลกและเศรษฐกิจไทย โดยภาคเอกชนไม่ต้องการให้ปัญหาความขัดแย้งทางการเมืองกระทบกับการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคม 2 ล้านล้านบาท และการบริหารจัดการน้ำ 350,000 ล้านบาท และภาคเอกชนต้องการให้กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานผ่านการพิจารณาเพื่อสร้างความมั่นใจให้กับนักลงทุน ซึ่งขณะนี้การลงทุนในไทยมีแนวโน้มขยายตัว โดยพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมถูกขายหรือให้เช่าเพิ่มขึ้น และถ้ามีการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานช้าไปอาจทำให้ไทยเสียความน่าสนใจในการลงทุน เนื่องจากเมื่อเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) แล้วทุกประเทศในอาเซียนจะน่าสนใจเข้าไปลงทุน

นายชาติศิริ โสภนิช ประธานสมาคมธนาคารไทย กล่าวว่า ภาคเอกชนหวังว่าการชุมนุมเกิดขึ้นแล้วเศรษฐกิจยังเดินหน้าต่อไปได้ โดยสังคมจะต้องมีเสถียรภาพ และการชุมนุมจะต้องไม่กระทบกับภาคธุรกิจ ซึ่งขณะนี้เชื่อว่าความขัดแย้งทางการเมืองยังไม่กระทบกับการปล่อยสินเชื่อของสถาบันการเงิน และเชื่อว่าการปล่อยสินเชื่อยังเป็นไปตามเป้าหมายที่สถาบันการเงินแต่ละแห่งประเทศไว้ตามภาวะเศรษฐกิจโลก และเศรษฐกิจไทยที่ขยายตัว โดยเป้าหมายที่สถาบันการเงินแต่ละแห่งวางไว้คงมองปัจจัยทางการเมืองไว้แล้ว

สมาคมธนาคารไทยคาดว่าผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) ปีนี้ที่จะขยายตัว 4.0-4.5 % เป็นอัตราการขยายตัวค่อนข้างดีเมื่อเปรียบเทียบกับประเทศอื่น และสถานการณ์เช่นนี้สมาคมธนาคารไทยยังเชื่อว่าภาวะเศรษฐกิจไทยในระยะปานกลางก็ยังอยู่ในเกณฑ์ดี