วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

พาณิชย์จ่อปรับเป้าเงินเฟ้อ คาดทั้งปีต่ำ3%

สถานการณ์เงินเฟ้อของประเทศกำลังถูกจับตามองจากทุกฝ่าย เป็นดัชนีชี้วัดสำคัญที่สะท้อนไปถึงเครื่องมือทางนโยบาย

ช่วงที่ผ่านมาดัชนีเงินเฟ้อค่อนข้างมีอัตราต่ำมาก มีสาเหตุหลากหลายประการ รวมถึงการควบคุมแทรกแซงราคาของทางการ อีกด้านสะท้อนการบริโภคภายในประเทศที่ถดถอยลง

นางวัชรี วิมุกตายน ปลัดกระทรวงพาณิชย์แถลงดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไปของประเทศ (เงินเฟ้อ) ประจำเดือน ก.ค.2556 วานนี้(1 ส.ค.) ว่า อัตราเงินเฟ้อเดือนก.ค.2556 ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากเดือน มิ.ย.2556 0.1% และเมื่อเทียบกับเดือน ก.ค.2555 สูงขึ้น 2%

ทั้งนี้ อัตราเงินเฟ้อเฉลี่ย 7 เดือนของปี 2556 (ม.ค. - ก.ค.) ปรับตัวเพิ่มขึ้น 2.6% โดยถือว่าเป็นการปรับตัวเพิ่มขึ้น ในอัตราที่ชะลอตัวลงต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 6 หลังจากเดือน มิ.ย.ที่ผ่านมาดัชนีเงินเฟ้อปรับตัวเพิ่มขึ้นจากเดือน มิ.ย. ปีก่อน 2.25%

โดยในเดือนที่ผ่านพบว่าสินค้าหมวดอาหารและเครื่องดื่มบางชนิดปรับตัวลดลงเข้าสู่ภาวะปกติ โดยเฉพาะราคาผักผลไม้ที่ปรับลดลงตามฤดูกาล ราคาไข่ไก่ ประกอบกับราคาเนื้อสัตว์มีราคาปรับเพิ่มขึ้นไม่มากนัก ยกเว้นราคาเนื้อหมู ที่ต้องมีการควบคุมราคาไม่ให้เกิน 130 บาทต่อกิโลกรัม เนื่องจากใกล้เทศกาลสารทจีนที่มีความต้องการเนื้อหมูสูง

ส่วนสินค้าหมวดที่ไม่ใช่อาหารมีการปรับเพิ่มขึ้นเฉลี่ยเพียง 0.8% โดยสินค้าที่ปรับเพิ่มขึ้น เช่น น้ำมันเชื้อเพลิง ค่าแรง วัสดุก่อสร้าง ขณะที่บางรายการราคาสินค้าปรับราคาลดลง เช่น ผ้าอนามัย น้ำยาปรับผ้านุ่ม กระดาษชำระ เป็นต้น

สำหรับอัตราเงินเฟ้อเฉลี่ย 7 เดือนแรกของปี 2556 เทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2555 ที่สูงขึ้น 2.6% มาจากการปรับเพิ่มสูงขึ้นของดัชนีหมวดอาหารและเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ 3.72% และดัชนีหมวดอื่นๆ ที่ไม่ใช่อาหารและเครื่องดื่มสูงขึ้น 1.94%

ทิศทางของเงินเฟ้อที่ปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่อง กระทรวงพาณิชย์อยู่ระหว่างพิจารณาว่าจะปรับเป้าหมายเงินเฟ้อของกระทรวงพาณิชย์ที่เดิมตั้งไว้ระหว่าง 2.8 - 3.4 % โดยจะขอรอดูสถานการณ์เงินเฟ้อในช่วงเดือน ส.ค.ที่จะถึงนี้ก่อนว่าจะมีการปรับลงมากน้อยเพียงใด

อย่างไรก็ตาม มีความเป็นไปได้ที่อัตราเงินเฟ้อของปีนี้ จะต่ำกว่า 3% ทั้งนี้อัตราเงินเฟ้อ 3 ปีย้อนหลังมีอัตราที่สูงกว่า 3% ต่อปีมาโดยตลอด โดยในปี 2553 อัตราเงินเฟ้ออยู่ที่ 3.3% ปี 2554 อัตราเงินเฟ้ออยู่ที่ 3.81% และปี 2555 อัตราเงินเฟ้ออยู่ที่ 3.02%

"แนวโน้มเงินเฟ้อคงลดลงกว่าที่คาดแต่จะปรับลงเท่าไหร่ต้องดูในเดือนหน้า แต่สถานการณ์เงินเฟ้อที่เกิดขึ้นไม่ได้แสดงถึงสัญญาณความผิดปกติแต่สะท้อนภาวะเศรษฐกิจโลกและเศรษฐกิจในประเทศ และไม่ได้เกิดปัญหาเงินฝืดขึ้นกับเศรษฐกิจของไทยในขณะนี้แต่อย่างใด นอกจากนั้นการสะท้อนของอัตราเงินเฟ้อในขณะนี้ยังเป็นไปในทิศทางเดียวกับที่หลายสำนักคาดการณ์ว่าเศรษฐกิจชะลอตัวจากการบริโภคภายในประเทศที่ลดลง"

ขณะที่ดัชนีราคาผู้บริโภคพื้นฐานไม่รวมหมวดอาหารและพลังงาน เดือนก.ค.เท่ากับ 103.07 เพิ่มขึ้น 0.85 % เทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อน ไม่เปลี่ยนแปลงเมื่อเทียบกับเดือนมิ.ย.และเงินเฟ้อพื้นฐานเฉลี่ย 7 เดือน เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนเพิ่มขึ้น 1.18 % เมื่อเทียบกับเป้าหมายเงินเฟ้อของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.)ที่อยู่ระหว่าง 0.5 - 3.0% ถือว่ายังอยู่ในช่วงเป้าหมายของธปท.

อย่างไรก็ตามจากการติดตามราคาสินค้ายังไม่มีสัญญาณการผันผวนของราคาสินค้า โดยเฉพาะสินค้าที่เป็นวัตถุดิบอาหาร และสินค้าอุตสาหกรรมทำให้ส่วนโครงการอื่นๆ เช่นมาตรการธงฟ้า ยังไม่มีความจำเป็นต้องเร่งใช้ในขณะนี้ นอกจากนี้รัฐบาลมีโครงการใช้จ่ายอยู่หลายโครงการและรัฐบาลมีนโยบายเร่งการใช้จ่ายให้เป็นไปตามเป้าหมายอยู่แล้ว

สำหรับการปรับราคาก๊าซหุงต้ม (แอลพีจี) ของกระทรวงพลังงานที่มีนโยบายปรับราคาก๊าซแอลพีจีเพิ่มขึ้นเดือนละ 50 สตางค์ต่อกิโลกรัมเป็นระยะเวลา 4 เดือนปลัดกระทรวงพาณิชย์บอกว่าจะส่งผลต่ออัตราเงินเฟ้อเพียงเดือนละ 0.006% หรือเท่าจะกระทบต่ออัตราเงินเฟ้อในปีนี้เพียง 0.024% เท่านั้น

นอกจากนั้นกระทรวงพลังงาน ยังมีมาตรการช่วยเหลือให้ผู้มีรายได้น้อยและผู้จำหน่ายอาหารและหาบเร่แผงลอย สามารถใช้ก๊าซหุงต้มได้ในราคาเดิม ตามปริมาณที่กำหนดดังนั้นจึงคาดว่าการปรับขึ้นราคาก๊าซหุงต้มจะไม่กระทบต่ออัตราเงินเฟ้อมากนัก