ผลิตไฟฟ้าราชบุรีโฮลดิ้ง หรือราชบุรีฯ ยอมรับสนใจซื้อกิจการโรงไฟฟ้า "แมคควอรี่" ของรัฐนิวเซาธ์เวลส์ในออสเตรเลีย หวังเพิ่มรายได้
นายพงษ์ดิษฐ พจนา กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ผลิตไฟฟ้าราชบุรีโฮลดิ้ง (RATCH) เปิดเผยว่า บริษัทมีความสนใจจะเข้าไปเสนอราคาซื้อกิจการบริษัท แมคควอรี่ เจนเนอเรชั่น ซึ่งเป็นผู้ผลิตไฟฟ้าที่ใหญ่ที่สุดในรัฐ นิวเซาธ์เวลส์ ของออสเตรเลีย เนื่องจากเป็นโรงไฟฟ้าถ่านหินขนาดใหญ่ มีแผนการเดินเครื่องที่แน่นอน เนื่องจากเป็นการลงทุนขนาดใหญ่ ต้องใช้เม็ดเงินลงทุนสูง และการแข่งขันแรงบริษัทจึงต้องหาพันธมิตรร่วมทุน
ขณะนี้บริษัทได้เริ่มมองหาพันธมิตร และเจรจาบ้างแล้ว เบื้องต้นน่าจะมีพันธมิตร 3 กลุ่ม คือราชบุรี บริษัทในออสเตรเลีย และอาจเป็นบริษัทต่างชาติอีก 1 ราย แต่ยังไม่มีความชัดเจน ระหว่างนี้คงต้องใช้เวลาเตรียมข้อมูล และความพร้อมในด้านต่างๆ ก่อนจะยื่นประมูล ซึ่งในเดือนหน้าทางออสเตรเลียน่าจะออกทีโออาร์ได้ และรู้ผลการประมูลภายในไตรมาส 4 ปีนี้
"การซื้อกิจการไฟฟ้าในต่างประเทศ เป็นหนึ่งในยุทธศาสตร์ ในการสร้างการเติบโตให้กับบริษัท ซึ่งการกิจการของแมคควอรี่ เป็นโรงไฟฟ้าถ่านหิน ที่มีแผนเดินเครื่องแน่นอน สามารถสร้างรายได้ให้กับบริษัทมากขึ้น แต่การลงทุนต้องใช้เงินจำนวนมาก บริษัทคงไม่สามารถไปคนเดียวได้ สำหรับผลการดำเนินงานของบริษัท ในช่วงไตรมาส 2 ปีนี้เติบโตตามแผนที่วางไว้"
ด้านสำนักข่าวรอยเตอร์ รายงานว่า รัฐบาลรัฐนิวเซาธ์เวลส์ของออสเตรเลีย เปิดเผยว่า ผู้ที่สนใจเสนอซื้อกิจการ ของบริษัทแมคควอรี่ เจนเนอเรชั่น ซึ่งเป็นบริษัทผลิตไฟฟ้าที่ใหญ่ที่สุดของ รัฐนิวเซาธ์เวลส์ และครอบครองกำลังการผลิตไฟฟ้าราว 26% ของรัฐ จะมีเวลาจนถึงวันที่ 19 ส.ค.ที่จะถึงนี้ ในการแสดงความสนใจเข้าซื้อกิจการบริษัทดังกล่าวจากรัฐบาลรัฐนิวเซาธ์เวลส์
โดยมีการคาดการณ์ว่า ข้อเสนอซื้อนี้ จะมีมูลค่าอย่างน้อย 1 พันล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย เทียบเท่าประมาณ 923 ล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 2.87 หมื่นล้านบาท สำหรับผู้สนใจเข้าซื้อบริษัทแมคควอรี่ เจนเนอเรชั่น ได้รวมถึง บริษัท ผลิตไฟฟ้าราชบุรีโฮลดิ้ง ซึ่งเป็นผู้ผลิตไฟฟ้าเอกชนรายใหญ่ ที่สุดของไทย และบริษัทอีอาร์เอ็ม พาวเวอร์ ซึ่งมีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ใน นครบริสเบนของออสเตรเลีย
ขณะที่แหล่งข่าวกล่าวว่า บริษัทอื่นๆที่มี แนวโน้มจะพิจารณายื่นเสนอซื้อแมคควอรี่ รวมถึงบริษัทเอจีแอล เอเนอร์จี ซึ่งเป็นบริษัทสาธารณูปโภคขนาดใหญ่ของออสเตรเลีย และบริษัทเซินหัว กรุ๊ป คอร์ปของจีน โดยการขายกิจการบริษัทแมคควอรี่ในครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการ แปรรูปรัฐวิสาหกิจ โดยตั้งเป้าจะระดมทุน 3 พันล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย
ทั้งนี้ทางรัฐบาลออสเตรเลีย คาดว่า จะสามารถดำเนินการ ขายให้เสร็จสิ้นลงในปีงบดุลบัญชีปี 2556-2557 หลังจากบริษัทต่างๆ แสดงความสนใจในการเข้าซื้อแมคควอรี่แล้ว รัฐบาลรัฐนิวเซาธ์เวลส์ ก็จะคัดเลือกบริษัทที่มีคุณสมบัติเหมาะสม และแจ้งให้บริษัทดังกล่าวยื่นข้อเสนอซื้อขั้นต้น โดยสินทรัพย์ในภาคโครงสร้างพื้นฐานของออสเตรเลียได้รับความสนใจ เป็นอย่างมากในช่วงนี้ เนื่องจากเศรษฐกิจออสเตรเลียมีเสถียรภาพ โดยผู้สนใจเสนอซื้อมีทั้งนักลงทุนเชิงกลยุทธ์ และกองทุนเงินบำเหน็จ บำนาญทั้งในออสเตรเลียและในต่างประเทศ
ด้านบล.ธนชาต วิเคราะห์ว่า อัตราหนี้สินต่อทุน (ดีอี) ของราชบุรีฯยังคงอยู่ระดับต่ำ งบดุลแข็งแกร่ง โดยคาดว่าดีอีอยู่ที่ 0.4-0.7 เท่าในปี 2556-2558 แม้ราชบุรีฯจะมีแผนใช้เงินลงทุนมากสำหรับลงทุนขยายโครงการเดิม ทำให้บริษัทไม่ต้องกังวลหากจะเข้าซื้อกิจการในต่างประเทศได้โดย ขณะนี้ราชบุรีฯกำลังมองหาพันธมิตรทางธุรกิจเพื่อร่วมเสนอราคาสำหรับนิวเซาธ์เวลส์ นอกจากนี้บริษัทยังอยู่ระหว่างการศึกษาศักยภาพในทวีปเอเชียเหนือ โดยข้อเสนอทั้งสองจะสรุปใน 6-12 เดือนข้างหน้า
ส่วนการเคลื่อนไหวราคาหุ้นผลิตไฟฟ้าราชบุรีโฮลดิ้ง เมื่อวานนี้ (30 ก.ค.) ปิดตลาดที่ 52.75บาท ลดลง 0.25 บาท หรือ 0.47% มีมูลค่าการซื้อขาย 33.9 ล้านบาท






