พิษวิกฤติค่าแรง ต้นทุนพลังงานพุ่ง ความผันผวนของค่าเงินบาท ตลาดส่งออกถดถอยดึงกำไรหดหายตลอดหลายปี ติดตามทางรอดสู่ทางรุ่งอุตสาหกรรมเซรามิกไทย
ลำปาง คือ เมืองศูนย์กลางเซรามิก มีผู้ผลิตคิดเป็น 1 ใน 3 ของประเทศ และกว่า 70% ของผู้ส่งออกอยู่ที่ลำปาง มีมูลค่าส่งออกรวมกว่า 2,000 ล้านบาท ต่อปี จากมูลค่าส่งออกเซรามิกทั้งประเทศที่มีอยู่กว่า 18,000 ล้านบาท
นี่ไม่ใช่เรื่องสนุก ที่ต้องเผชิญโจทย์สาหัสตั้งแต่ต้นทุนค่าแรง300 บาท การปรับราคาของแก๊สในภาคอุตสาหกรรม ความผันผวนของค่าเงินบาท ไล่มาจนตลาดส่งออกซบ ล้วนเป็นเรื่องหนักอกของผู้ประกอบการเซรามิกทั้งนั้น
“ผู้ประกอบการที่ลำปาง ประมาณ 83% เป็นขนาดย่อม มีการจ้างงานไม่เกิน 50 คน ซึ่งส่วนใหญ่ใช้การจ้างแบบเหมาชิ้น ไม่ได้เป็นรายเดือนหรือรายวัน ทำให้ไม่ได้รับผลกระทบจากค่าแรงที่ปรับขึ้นมากนัก แต่ตัวที่กระทบโดยตรง คือ ต้นทุนด้านพลังงาน ซึ่งสถานการณ์โดยรวม ต้องบอกว่า กำไรน้อยลง แต่ก็ไม่ถึงกับไม่มีกำไร หรือขาดทุนยับเยิน และส่วนใหญ่ปรับตัวโดยการ Downsizing ลง แต่ไม่ถึงขนาดปิดกิจการ”
“อรพรรณ ตันติวีรสุต” ผอ.ศูนย์พัฒนาอุตสาหกรรมเซรามิก ลำปาง รายงานสถานการณ์ที่เกิดขึ้นกับผู้ประกอบการเซรามิก ลำปางในปัจจุบัน สอดรับกับ “กอบชัย สังสิทธิสวัสดิ์” รองอธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรมที่ ยืนยันว่ายังไม่มีการล้มหายตายจากของผู้ประกอบการ เพียงแต่ปรับสภาพตัวเองเท่านั้น
“อย่างแทนที่จะผลิตมากขึ้น ก็ผลิตเพื่อจำหน่ายอย่างเพียงพอ สะต๊อกก็ไม่ให้จมทุน ให้เกิดเงินทุนหมุนเวียนพอดีกับธุรกิจ ซึ่ง 5 เดือนแรก การเติบโตตกลงมาไม่ถึง 2% ผมว่าพอ 1 ปี อาจจะไม่ลดเลย ถ้าหากภาพรวมเศรษฐกิจยังดีอยู่”
หลังจากกรมส่งเสริมอุตสาหกรรมพยายามเข้ามาให้ความช่วยเหลือผู้ประกอบการในหลายมิติ ตั้งแต่การเพิ่ม Productivity มุ่งเน้นนวัตกรรม เพิ่มความรู้ความสามารถให้ผู้ประกอบการ กระทั่งการตั้งศูนย์แสดงและจำหน่ายสินค้าเซรามิกและหัตถอุตสาหกรรม ขึ้นที่จังหวัดลำปาง เพื่อเป็นศูนย์กลางเจรจาการค้า (Business Center) เชื่อมโยงระหว่างผู้ผลิตและผู้ซื้อในอุตสาหกรรมเซรามิก ตลอดจนเป็นศูนย์กลางให้คำปรึกษาทางธุรกิจ (Business Opportunity Center : BOC) เตรียมช่วยเหลือทั้ง กระบวนการผลิต วิจัยและพัฒนา ตลาดและบริหารจัดการ และการรวมกลุ่ม Cluster เป็นต้น
“กอบชัย” ย้ำว่า ในอนาคตการพัฒนาอุตสาหกรรมเซรามิก ต้องมอง “การตลาด” นำ “การส่งเสริม” เพื่อให้การพัฒนาสินค้าไม่กลายเป็นเพียงสะต๊อก แต่รับกับความต้องการของตลาดอย่างแท้จริง พร้อมกำหนดยุทธศาสตร์ปี 2560 ที่ยกระดับขีดความสามารถทางอุตสาหกรรมของผู้ประกอบการเซรามิก ผ่านกว่า 40 โครงการหลักของกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม และตอกย้ำการเป็นผู้นำเซรามิกในภูมิภาค ด้วยการเตรียมจัดงาน “ASEAN Ceramic 2013” ในเดือนกันยายนนี้ ที่ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา
ขณะที่ภาครัฐยังแสดงความมั่นใจในอุตสาหกรรมเซรามิก เสียงสะท้อนจากผู้เล่นในสนามดูเหมือนจะสวนทางรัฐ
“ตอนนี้โรงงานปิดตัวไปเยอะมาก ที่ปิดไปน่าจะมีถึง 20-30% มันวิกฤตินะ และยังไม่หยุด ส่วนใหญ่เป็นรายใหญ่ ที่เน้นส่งออกเป็นหลัก ผมว่าหนักว่าปี’40 เพราะว่าปี ’40 ยุโรปและอเมริกายังซื้อ แต่ตอนนี้ยุโรปไม่มีเงิน อเมริกาไม่มีเงิน ขายในประเทศก็เหนื่อย สินค้าจีนก็นำเข้ามาแข่งอีก ค่าแก๊สก็ขึ้น ค่าแรงก็ขึ้น ถามว่าแล้วจะไปส่งเสริมกันอย่างไร มีอย่างเดียว คือ เอาของในสะต๊อกไปจำนำ เพราะไม่เน่า ก็เหมือนกับจำนำข้าว”
“เรวัตร ไชยยารักษ์” กรรมการผู้จัดการ บริษัท นาปางคูณเซรามิค จำกัด ที่อยู่ในสนามมากว่า 30 ปี บอกสถานการณ์สุดช้ำที่เกิดกับผู้ประกอบการเซรามิกลำปาง
โดยแบ่งปันประสบการณ์ จากอดีตที่เคยมียอดส่งออกถึง 80% มีรายได้ต่อปีกว่า 20 ล้านบาท และมีแรงงานกว่าร้อยคน หลังออเดอร์ส่งออกหยุดชะงัก ธุรกิจต้องเป็นหนี้นับ 10 ล้านบาท จึงต้องเร่งปรับโครงสร้างหนี้ และทยอยล้างหนี้สินออกจากตัว จากคนงานนับร้อยก็ลดเหลือเพียงครึ่งหนึ่ง ต้องยอมขาดทุนกำไร และรับให้ได้กับยอดขายที่โตถอยหลัง
“สินค้าเราเน้นส่งออก พอไม่ได้ส่งออก แล้วจะให้ไปขายใคร ขายในประเทศถูกๆ ก็ไม่คุ้ม ก็เห็นใจทุกคนเพราะประกอบอาชีพเหมือนกัน อยากให้ทุกคนอยู่รอด ขณะเดียวกันเราก็ต้องดูแลตัวเองด้วย คือ ต้องลดรายจ่าย อะไรที่ไม่จำเป็นก็ต้องลด คิดดูว่าอีก 3-4 ปี จะเหลือกี่โรงงาน โอเคถ้าดีขึ้นก็เป็นโอกาส แต่โอกาสจะมีมาเมื่อไร..เราไม่รู้”
หนึ่งในหนทางปรับตัวที่พวกเขาทำ และพิสูจน์มาแล้วว่า “เวิร์ค” จากการที่ช่วยพลิกวิกฤติให้กับนาปางคูณจนกลับมามีจุดยืนอย่างวันนี้ได้ นั่นคือการกล้าเปลี่ยนจากงานเซรามิกพื้นๆ หาได้ตามท้องตลาด มาเป็นงานดีไซน์สุดปราณีต โดยใช้เทคนิคพิเศษในการผลิต ผ่านรูปแบบที่ดูทันสมัย สร้างมูลค่าเพิ่มให้กับชิ้นงาน และเป็นที่ต้องการของตลาดมากขึ้น โดยเฉพาะลูกค้าญี่ปุ่น กลุ่มดีไซเนอร์ นักออกแบบตกแต่งภายใน และเหล่าผู้มีรสนิยม ตลอดจนร้านอาหารญี่ปุ่น โรงแรม และสปา ซึ่งเพื่อความอยู่รอดของธุรกิจ จึงทำตลาดทั้งสองกลุ่ม คือ niche market มีอยู่ 20% ส่วน Mass มี 80% ในราคาขายตั้งแต่ 60 บาท ไปจนหลักแสนบาท
หนึ่งในทีมงานบอกเราว่า สินค้าที่นาปางคูณ มีขายตั้งร้านลาบ ยันโรงแรม 5 ดาว เลยทีเดียว
“สิ่งที่ต้องการคือ อยากให้ช่วยกระตุ้นเรื่องรสนิยมการบริโภคของคนไทย อยากให้คนไทยมีรสนิยมในการใช้เซรามิก ซึ่งนี่จะกระตุ้นการเติบโตของอุตสาหกรรมได้ดีที่สุด อย่างดีไซน์ ตอนนี้ยิ่งตามกันเร็ว ดีไซน์ไม่ต่างกัน จะไทย ญี่ปุ่น หรือฝรั่ง ก็ไม่ต่างกัน แต่เทคนิคเฉพาะอาจตามกันได้ช้า ซึ่งเรื่องเทคนิคผมมั่นใจว่าผมยั่งยืนนะ แต่อยากให้ภาพรวมโตไปด้วยกับผม โดยการกระตุ้นรสนิยมของผู้บริโภคให้เกิดขึ้นให้ได้”
เมื่อภาชนะใส่อาหาร ไม่ได้มีแค่เมลามีน และรูปทรงของจานชามเซรามิกก็ไม่จำกัดแค่ ขาวๆ กลมๆ เท่านั้น แต่บิดเบี้ยวบ้างก็ได้ ซึ่งถ้าผู้บริโภคเข้าใจ และมีรสนิยมมากขึ้น แสงสว่างก็คงส่องนำทางให้กับพวกเขา
เจอสถานการณ์มาไม่เบาะ แต่เรวัตรก็ยังย้ำกับเราว่า มั่นใจในธุรกิจนี้ และจะเดินหน้ากิจการของพวกเขาต่อไป
“ตอนนี้ยอดขายเรา 12 ล้านบาท ต่อปี ก็เติบโตถอยหลัง แต่ยังอยู่ได้ ส่วนใครที่ว่าเซรามิกไม่มีอนาคต สำหรับผมไม่ได้มองด้านเดียวนะ ผมมองว่าทุกอย่างมันมีช่องทางของมันเสมอ และเราไม่ได้จะจนหรือรวยตลอดไป เดี๋ยวยอดขายก็คงมาเอง แต่ปัญหาคือ พอบูมเราก็ลงทุน แต่พอตก เราก็เจ็บตัว ยิ่งพอบอกเราต้องเป็นเซรามิกอาเซียน ต้องยิ่งใหญ่ ผู้ประกอบการก็วิ่งตาม ก็ยิ่งต้องลงทุน แต่พอลงทุนแล้วไม่มีลูกค้า ก็เจ็บตัว ผู้ประกอบการจึงต้องคิดให้ได้ ว่าสุดท้ายแล้วเราต้องช่วยเหลือตัวเอง และต้องเสียภาษีให้กับประเทศ”
เขาฝากมุมคิดให้กับธุรกิจเซรามิก ที่รักและคลุกคลีมาตลอดชีวิต ด้วยการยืดหยัดด้วยตัวเองให้ได้ พร้อมกับย้ำว่าธุรกิจนี้ไม่หมู ต้องใช้ทั้งวิทยาศาสตร์และศิลปะ จะเป็นศิลปินจ๋า ก็อยู่รอดไม่ได้ ถ้าไม่เข้าใจธุรกิจ
บรรยากาศอาจไม่สวยหรู แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่า เวลาเดียวกันยังมีผู้ประกอบการเซรามิกหน้าใหม่โดยเฉพาะรายเล็กๆ เกิดขึ้นในลำปาง เพราะที่นี่ยังมีความได้เปรียบ จากการเป็นแหล่งของวัตถุดิบชั้นดี และเป็นศูนย์กลางของเซรามิกที่ลูกค้าจากทั่วประเทศแห่แหนเข้ามารับซื้อ หนึ่งในทางแก้ปัญหาของผู้ประกอบการในพื้นที่ คือ รวมตัวกัน ช่วยส่งเสริมด้านการตลาดและกำหนดราคากลางให้กับสินค้า เพื่อที่ไม่ต้องฟาดฟันกันเองในสนามแข่งเดียวกันนี้
และนี่คือทางเลือกของผู้ประกอบการเซรามิก ที่ทุกคนยังหวังให้เป็นทางรอด และอนาคตของพวกเขา
.........................
Key to success
สูตรปรับสภาพ เซรามิก ลำปาง
๐ ลดคน ลดต้นทุน ไม่สะต๊อกสินค้า
๐ เพิ่มนวัตกรรมและประสิทธิภาพการผลิต
๐ พัฒนาดีไซน์ เพิ่มมูลค่าและโอกาสให้สินค้า
๐ มุ่งสู่งาน Niche แต่ไม่ทิ้งงาน Mass เพื่อความอยู่รอด
๐ รวมกลุ่ม สร้างความแข็งแกร่งให้ธุรกิจ
..............................


