กลยุทธ์ Short-Term Trading เหมาะที่สุดในราย Daily โดยมี 1,475 (+/-5) เป็นจุดหมุน
SET View
ประเด็นหลักวันนี้ SET ดีดตัวขึ้นแรงหลังจากลงไปทดสอบบริเวณ 1,450 (+/-) จุดตามที่เราประเมินไว้ ซึ่งแนวโน้มในระยะสั้นรายวัน (Daily) ตราบใดที่ SET ยังกลับไปยืน 1,520 จุดไม่ได้ เรายังคงแนะนำเพียงกลยุทธ์ “Short-Term Trading” เท่านั้น โดย SET จำเป็นต้องยืนเหนือ 1,475 (+/-5) จุดให้ได้เพื่อยืนยันสัญญาณซื้อต่อ โดยมีเป้าหมายระยะสั้นที่ 1,495 และ 1,520 จุดขณะที่กรณีที่ SET ยืนเหนือ 1,475 (+/-5) จุดไม่ได้จะเป็นสัญญาณขายลดความเสี่ยงระยะสั้นออกมาก่อน เนื่องจาก SET มีโอกาสหมุนลงไปที่ 1,440 จุดอีกครั้ง อย่างไรก็ดีในเชิงแนวโน้มระยะกลาง (มากกว่า 1 เดือน) เรามองว่ายังคงสามารถ “ถือหุ้น” หรือ “อ่อนตัวซื้อ” ต่อไปได้ โดยประเมินว่า SET ได้ผ่านจุดต่ำสุดไปแล้วตั้งแต่ 1,340 จุด
รายงานจาก Merrill Lynch (ML) พบว่าในสัปดาห์ที่ผ่านมา (18-24 ก.ค.) มีกระแสเงินทุนไหลเข้าตลาดหุ้นโลก 8.0 พันล้านดอลลาร์ ทั้งนี้เงินทุนเกือบทั้งหมดยังคงไหลเข้าตลาดหุ้น Developed Market ราว 7.2 พันล้านดอลลาร์ เทียบกับตลาดหุ้น Emerging Market ที่มีเงินทุนไหลเข้าเพียง 802 ล้านดอลลาร์ โดยที่หลักๆเป็นการไหลเข้าตลาดหุ้นสหรัฐ และยุโรป อย่างไรก็ดีการที่ตลาดหุ้นเอเชียกลับมามีเงินทุนไหลเข้าอีกครั้งราว 178 ล้านดอลลาร์ สะท้อนความเป็นไปได้ว่ากระแสเงินทุนในตลาดหุ้นเอเชียกำลังเกิดสัญญาณ “Contrarian Buy Signal” ในระยะ 1 เดือนข้างหน้า บนสมมุติฐานว่ามุมมองของเฟดต้องไม่เปลี่ยนแปลงในการประชุม 30-31 ก.ค.
กลยุทธ์การลงทุน : การลงทุนระยะสั้น (ไม่เกิน 1 สัปดาห์) แนะนำ “อ่อนตัวซื้อ” หรือ “ถือ” กรณี SET ยืนเหนือ 1,475 (+/-5) จุดได้ ในหุ้น SIRI, AH, SEAFCO, KAMART, MFEC, AMATA, BBL, NOK และ BEC แต่กรณี SET หมุนลงต่ำกว่า 1,475 (+/-5) จุด แนะนำ “ขาย” เนื่องจาก SET จะลงไปที่ 1,440 จุดเร็วมาก ขณะที่การลงทุนระยะกลาง (มากกว่า 1 เดือน) แนะนำ “ถือหุ้น” 50% ของพอร์ต (INTUCH, INET, MODERN, STEC, SRICHA, STANLY และ PTTEP)






