วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

นักพิฆาตปัญหา ภารกิจพิชิตเป้า “เลอศักดิ์ จุลเทศ”

Banker หน้าเก่า สู่ Developer หน้าใหม่ “เลอศักดิ์ จุลเทศ” อดีตผู้อำนวยการธนาคารออมสิน กับโจทย์หิน ขจัดอุปสรรคให้พฤกษาวิ่งเร็วขึ้น

คร่ำหวอดในแวดวงการเงินมานาน 35-36 ปี ก่อนโดดข้ามห้วยธุรกิจชิมลางการบริหารงานเซ็กเมนต์ใหม่ๆอย่างอสังหาริมทรัพย์ สำหรับ “เลอศักดิ์ จุลเทศ” อดีตผู้อำนวยการธนาคารออมสิน ที่เพิ่งเข้ามานั่งเก้าอี้ใหม่เอี่ยม รองประธานกรรมการบริหารและกรรมการผู้อำนวยการ บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท จำกัด (มหาชน) สดๆร้อนๆ เมื่อวันที่ 15 ก.ค.ที่ผ่านมา

“ตอนเกษียณจากธนาคารออมสิน ผมอายุ 58 ปี ตอนนี้ 59 ปีแล้ว ช่วงที่ทำงานธนาคาร ได้สร้างผลงานและเกียรติประวัติให้กับธนาคารหลายอย่าง ไปอยู่ที่ไหนก็อยากใช้ประสบการณ์ที่มีมาช่วยสร้างการเติบโตให้เกิดขึ้นในองค์กรนั้นๆ เมื่อพฤกษาเห็นว่าผมยังมีไฟ สามารถใช้ความรู้ความสามารถที่มีมาเสริมจุดแข็ง ก็ยินดีมาช่วย" ประโยคสนทนาที่เลอศักดิ์เล่าถึงเหตุผลของการเข้ามานั่งบริหารพฤกษา


โดยก่อนที่จะตกปากรับคำมาคุมทัพพฤกษาเต็มตัว เลอศักดิ์เข้ามาเป็น "กรรมการอิสระ" ได้ระยะหนึ่งแล้ว กระทั่งได้เริ่มงานที่องค์กรแห่งนี้จริงจังเมื่อกลางเดือนก.ค. หลังครบวาระ 4 ปีของการบริหารธนาคารออมสิน ตั้งแต่ 14 ก.ค. 51 - 13 ก.ค. 55


ภารกิจแรกที่ “เลอศักดิ์” หมายมั่นจะลงมือทำนั่นคือ การเดินแผนบริหารความเสี่ยง (Risk map) ที่เจ้าตัวยกให้เป็นเรื่องหลัก สกัดปัญหาของพฤกษาโดยเฉพาะข้อร้องเรียนเรื่องคุณภาพของบ้าน กับภาวะ “Error” ทั้งผนังลอก รั่ว ร้าว ทรุด ประมาณ 1% หรือหลักพันหน่วย จากลูกค้าที่อยู่อาศัยในโครงการของพฤกษามากกว่า 1 แสนยูนิต ทุกหน่วยธุรกิจใหม่ไม่ว่าจะเป็นบ้านเดี่ยว คอนโดมิเนียม ทาวน์เฮ้าส์จะถูกหยิบยกมาดูทั้งหมดและดูย้อนหลังด้วย ว่ามีลูกบ้านร้องเรียนมามากแค่ไหน เป็นการรวมปัญหาจับใส่ตะกร้าแล้วเขย่าปัญหาใหม่หมด ก่อนลงมือสะสางอย่างจริงจัง

“จะนำเรื่องร้องเรียนที่มีอยู่ในตอนนี้และข้อร้องเรียนย้อนหลังทั้งหมดมาดู เพื่อนำมาทำเป็น Risk map ทั้งเรื่องสภาพคล่อง การวางกลยุทธ์ เรื่องร้องเรียน การบริหารคน ทุกอย่างที่เป็นปัญหา จุดอ่อนและอุปสรรค ต้องนำมาบริหารจัดการใหม่ ระดมสมองกัน แล้วเคลียร์ให้ปัญหาเหลือน้อยที่สุด หรือปรับให้ถึงจุดที่ผู้บริโภคพอใจ” เขาย้ำ


โดยเจ้าตัวพร้อมที่จะนำประสบการณ์ด้านบริหารความเสี่ยงจากสถาบันการเงินของรัฐ มาประยุกต์ใช้กับพฤกษาอย่างเต็มที่ โดยเฉพาะ “จุดแข็ง” ในอดีตที่เคยทำให้ธนาคารออมสินกวาดรางวัลหน่วยงานรัฐวิสาหกิจดีเด่นมาครอบครองหลายรางวัล ทั้งรางวัลการบริหารจัดการคุณภาพในปี 2552 ก่อนเกษียณยังกวาดเรียบ 8 รางวัลใหญ่มาครอง เขาการันตี


ขณะที่ความยากในการบริหารธุรกิจอสังหาริมทรัพย์นั้น เลอศักดิ์ยกให้เป็นเรื่องของความรู้ความสามารถเฉพาะด้าน "ความถนัดของแต่ละคน" สำหรับเขาแล้วมุ่งมั่นจะนำความรู้ความสามารถมาทำให้เกิดประโยชน์แก่องค์กรสูงสุด
“ความยากคือเรื่องของโครงสร้าง คำโบราณบอกว่า รู้จริงสิ่งเดียวอาจมีมั่ง หาก Concentrate (มุ่งมั่น) งานตามความถนัดได้เชื่อว่าจะทำให้เกิดประโยชน์สูงสุด”


อดีตผู้อำนวยการธนาคารออมสิน ยังเล่าว่า พร้อมที่จะเดินหน้าวางระบบจัดการข้อมูล (Core Data) ให้เกิดขึ้น โดยมองว่าเมื่อองค์กรเติบใหญ่ในระดับหนึ่งแล้ว การจัดการข้อมูลแบบ Manual หรือยัดข้อมูลลงใน Excel น่าจะไม่เพียงพออีกต่อไป จำเป็นต้องพัฒนาระบบเทคโนโลยีสารสนเทศให้เห็นเป็นรูปธรรมในแนวทางที่วางไว้ (IT Roadmap) เช่น ผลงาน Core Banking (ระบบที่อยู่เบื้องหลังการให้บริการ) ของธนาคารออมสิน ที่เขาทำสำเร็จภายในเวลา 2 ปี
นั่นทำให้ต้องผนึกกำลังร่วมกับทีมผู้บริหารพฤกษา เพื่อมุ่งไปสู่วิสัยทัศน์ และพันธกิจ ดังที่ “ทองมา วิจิตรพงศ์พันธุ์” หัวเรือใหญ่พฤกษาตั้งเป้าไว้ เลอศักดิ์บอกว่า การจะทำให้องค์กรประสบความสำเร็จได้ การรวมพลังงานกันของคณะกรรมการบริษัท พนักงาน ทีมงานล้วนมีบทบาทสำคัญไม่ยิ่งหย่อนกว่ากัน และนั่นเป็นกุญแจดอกความสำเร็จที่เคยเกิดขึ้นกับธนาคารออมสินมาแล้ว


การเข้ามานั่งเป็นผู้บริหารระดับสูง ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลง หลังพฤกษาประกาศปรับโครงสร้างองค์กร กับเป้าหมายต้องการโกอินเตอร์เพื่อให้ติดท็อป 10 ยักษ์อสังหาฯในทวีปเอเชีย โกยยอดขาย 1 แสนล้านบาท ภายใน 4-6 ปี ..จะทำได้ไหม !? เลอศักดิ์ยอมรับว่า เป็นเรื่องท้าทายไม่น้อย ยิ่งคนไทยมักพนันขันต่อว่าจะทำได้หรือทำไม่ได้ แต่เขาเชื่อว่า ด้วยน้ำใจนักกีฬาของผู้บริหารเช่นเขา ที่รู้แพ้ รู้ชนะ รู้อภัย และ รู้รักสามัคคี จะเป็นหนึ่งในฟันเฟืองที่ขับเคลื่อนองค์กรแห่งนี้ให้เดินตามเป้าหมาย ได้ไม่ยาก


“เมื่อเข้ามาบริหารที่นี่ก็ต้องทำหน้าที่ให้ดีที่สุด ทำเต็มศักยภาพ ผลจะเป็นยังไงค่อยว่ากัน”
เขายังบอกว่า เป้าหมายใหญ่ของการช่วยคุมทัพพฤกษา แม้เป้าหมายองค์กรจะอยู่ที่การนำองค์กรติดท็อปเทนในเอเชีย แต่สำหรับเป้าหมายส่วนตัวของเขาแล้ว คือการนำอุปสรรคความเสี่ยงมากำจัด
"ผมเป็นนักแก้ปัญหา อยากใช้ความรู้มาแก้ และลดระดับของปัญหาลง เปรียบกับบริษัทมีตุ้มถ่วงไว้ 5 ตุ้ม ถ้าเอาออกไปได้ เราก็วิ่งเร็วขึ้น”


เลอศักดิ์ทิ้งท้ายอีกว่า “ขอให้มั่นใจว่าผมจะสร้างบ้านคุณภาพและบริการที่ดีที่สุดแก่ลูกค้า ตอบสนองความต้องการของคนอยากมีบ้านเป็นของตัวเอง หรือเปลี่ยนบ้านใหม่ แม้ตัวผมจะเป็นหน้าใหม่ (ในวงการอสังหาฯ) ก็จะให้คำมั่นกับผู้บริโภค และทำหน้าที่ในฐานะรองประธานกรรมการบริหารและกรรมการผู้อำนวยการให้ดีที่สุด ตราบใดที่มีประเทศไทย จะต้องมีพฤกษาอยู่คู่ผู้บริโภค”


ช่างเป็นภารกิจที่ใหญ่หลวง ลูกบ้านทราบแล้วเปลี่ยน !!!