นายกฯเยือนโมซัมบิก-แทนซาเนีย-ยูกันดา

นายกฯเยือนโมซัมบิก-แทนซาเนีย-ยูกันดา

"ยิ่งลักษณ์"เยือนโมซัมบิก แทนซาเนีย ยูกันดาอย่างเป็นทางการ28ก.ค.-2ส.ค.นี้ เพื่อเปิดตลาด แสวงหาลู่ทางการค้าการลงทุน

นายณรงค์ ศศิธร อธิบดีกรมเอเชียใต้ ตะวันออกกลาง และแอฟริกา กล่าวบรรยายสรุปการเยือนประเทศโมซัมบิก แทนซาเนีย และยูกันดาอย่างเป็นทางการของนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ในระหว่างวันที่ 28 กรกฎาคม - 2 สิงหาคม 2556 ว่า เป็นการเยือนแอฟริกาอย่างเป็นทางการ นับว่าเป็นก้าวย่างยุทธศาสตร์การต่างประเทศของไทย เพื่อเปิดตลาด แสวงหาลู่ทางการค้าการลงทุนครั้งสำคัญ ซึ่งการเยือนครั้งนี้ นายกรัฐมนตรีจะนำนักธุรกิจด้านพลังงาน อาหาร ก่อสร้าง และการท่องเที่ยวร่วมการเยือนครั้งนี้ด้วย นอกจากนี้ การเยือนครั้งนี้ ยังเป็นการรื้อฟื้นยุทธศาสตร์ไทย - แอฟริกาที่เคยมี ในลักษณะทบทวนความร่วมมือระหว่างกัน นอกจากนี้ ประเทศไทยเตรียมจะเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมระดับสูงไทย - แอฟริกา ในต้นเดือนกุมภาพันธ์ จะถือโอกาสนี้เชิญผู้นำระดับสูงมาร่วมด้วย

นายณรงค์ กล่าวว่า ในการเยือนประเทศโมซัมบิกของนายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็นประเทศที่อุดมสมบูรณ์ป่าไม้ แร่ธาตุ แต่ยังประสบปัญหาการพัฒนา ซึ่งโมซัมบิกได้มองไทยเป็นประเทศต้นแบบการพัฒนาประเทศ และในโอกาสนี้ นายกรัฐมนตรีจะหยิบยกการพูดคุยเรื่องไทยอาสา เข้าไปช่วยอบรมเรื่องการเกษตร การศึกษา สาธารณสุข และการท่องเที่ยวให้กับโมซัมบิก โดยแรกเริ่มจะส่งเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ เพื่อพบปะและตรวจสอบความต้องการจะพัฒนา จากนั้นจะจัดส่งอาสาสมัครเข้าไปแลกเปลี่ยนประสบการณ์กับแอฟริกา เชื่อว่านอกจากจะเป็นความร่วมมือกับแอฟริกาแล้ว ยังเพิ่มการติดต่อระดับประชาชนด้วย ทั้งนี้ยังจะย้ำในความร่วมมือด้านพลังงาน โดยขณะนี้ปตท.ได้ถือหุ้นใหญ่ของ บ.โฮปเอนเนอจี และสนใจจะเข้าไปซื้อแก็สเพิ่ม รวมไปถึงสนใจจะเข้าไปลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานในประเทศโมซัมบิกที่มีระดับการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เช่น ถนน เส้นทางรถไฟ นอกจากนี้ประเทศโมซัมบิก ยังนำเข้าข้าวจากไทยมากกว่า 2 แสนตันต่อปีให้เพียงพอกับประชาชนในประเทศที่สูง จะเห็นว่า โมซัมบิกเป็นประเทศที่มีแนวโน้มจะนำเข้าข้าวไทยเพิ่มสูงขึ้นด้วย

จากนั้นนายกรัฐมนตรี จะเยือนประเทศแทนซาเนีย ซึ่งมีบทบาทสูงมากในแอฟริกา มีทรัพยากรแร่ธาตุและมีอัตรการเจริญสูงมาก รวมไปถึงมีศักยภาพทางเศรษฐกิจ ซึ่งในวันที่ 30 ก.ค. นายกรัฐมนตรีได้เลือกจะขึ้นกล่าวสุนทรพจน์ที่เวทีไทย-แทนซาเนีย ต่อบุคคลระดับสูง นักการเมือง นักธุรกิจ และนักวิชาการ ซึ่งแทนซาเนียเป็นประเทศที่น่าจับมอง เนื่องจากมีท่าเรือขนาดใหญ่ที่กรุงดาร์ เอส ซาลาม ถือว่าเป็นท่าเรือที่สำคัญของแอฟริกา โดยเราหวังจะใช้เป็นศูนย์กลางเชื่อมโยงกับท่าเรือทวายเพื่อส่งสินค้าผ่านมายังประเทศไทย

สำหรับประเทศยูกันดา เป็นการเยือนนายกรัฐมนตรีต่างตอบแทน เนื่องจากนายกรัฐมนตรีของยูกันดาเยือนประเทศไทยเมื่อเร็วๆ นี้ ซึ่งยูกันดาเป็นประเทศน่าลงทุนด้านเกษตรแปรรูปมากที่สุด โดยเราจะขอการสนับสนุนโดยเชิญมาร่วมประชุม ในการประชุมระดับสูงไทย - แอฟริกา ในปีหน้า เพื่อขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ไทย - แอฟริกาไปพร้อมกัน