วันพฤหัสบดี ที่ 21 พฤษภาคม 2569

Login
Login

“The Living Room”เสิร์ฟความสุข ด้วย “เค้กผู้ไม่แพ้”

“The Living Room”เสิร์ฟความสุข ด้วย “เค้กผู้ไม่แพ้”

ทำไมเด็กบางคนถึงไม่เคยมีเค้กวันเกิดเรื่องจริงที่แสนเศร้าของเด็กขี้แพ้(อาหาร)ที่สร้างแรงบันดาลใจให้ร้าน“The Living Room”ได้คิดค้น เค้กเด็กแพ้

เค้กหน้าตาหน้าทาน ทั้ง รสช็อกโกแลต, ส้ม, สตรอว์เบอร์รี่ และบลูเบอร์รี่ อวดโฉมอยู่ในตู้โชว์ของ ร้านกาแฟและเบเกอรี่ “The Living Room” ใต้อาคารไทยสมุทร ถนนสุรวงศ์ และหน้าแฟนเพจ Facebook/ The Living Room Bangkok

มองจากหน้าตาแล้ว ก็ดูไม่ต่างจากเค้กทั่วไป แต่ทั้งหมดที่เห็นคือ เค้กสำหรับเด็กแพ้ (อาหาร) ไม่ว่าจะแพ้กลูเตน (Gluten-โปรตีนที่มีอยู่ในแป้งสาลี) นม ถั่ว ไข่ และอีกสารพัดวัตถุดิบชวนแพ้ ซึ่งเป็นอุปสรรคต่อการทานเค้กของเด็กขี้แพ้

“เริ่มจากมีคุณแม่คนหนึ่ง ถามเข้ามาที่ร้านว่า ทำเค้กเด็กแพ้ไหม คุณแม่ท่านนี้มีลูกที่แพ้อาหาร และแพ้หนักมาก ที่ผ่านมาคุณแม่เลยแทบทานอะไรไม่ได้ เพราะต้องให้นมลูก อะไรที่ทำให้ลูกแพ้ คุณแม่ก็ทานไม่ได้ เพราะลูกจะไม่ปลอดภัย เขาถามร้านเค้กไปเยอะมาก ไม่ใช้แค่ร้านเรา เพียงแต่ส่วนใหญ่ไม่ทำให้เท่านั้น”

คำปฏิเสธจากหลายๆ ร้าน กลับเป็นแรงกระตุ้นให้ “ตุ๋ม- จิราวรรณ สันติวัฒนา” เจ้าของร้าน The Living Room อยากช่วยสร้างฝันที่เป็นจริงให้กับคุณแม่ท่านนี้ จึงส่งความท้าทายต่อไปยัง “เอิ้น -ชลทยา แหวนดวงเด่น” มือหนึ่งด้านการทำเค้กของร้าน ให้ลองพยายามครั้งใหญ่ เพื่อกลุ่มเด็กช่างแพ้

แม้ไปร่ำเรียนด้านเบเกอรี่มาจากสถาบันชื่อดัง ทั้งที่อังกฤษ และออสเตรเลีย และขยันเทคคอร์สเรียนกับเชฟต่างประเทศตามโรงแรมต่างๆ บ่อยครั้ง แต่ “เค้กเด็กแพ้” เป็นความท้าทายครั้งสำคัญของเธอคนนี้

เจ้าตัวบอกเราว่าไม่เคยเรียนมาก่อน ที่ผ่านการสอนมาบ้างก็ประเภท “Gluten Free” ทำเค้กที่ไม่ใช้แป้งสาลีเท่านั้น แต่โจทย์สำหรับเด็กแพ้ คือต้องไม่ใส่ทั้ง แป้งสาลี นม ถั่ว และไข่ ซึ่งล้วนเป็นหัวใจของการทำเค้กทั้งนั้น

ที่มาของการค้นหาข้อมูลครั้งใหญ่ ทั้งอ่านหนังสือ เปิดตำรา หาข้อมูลในเว็บไซต์ ปรึกษาคุณหมอเด็ก นักโภชนาการ สอบถามเหล่าแม่ๆ ของเด็กช่างแพ้ เข้าสู่โลกของเด็กแพ้ผ่านเฟชบุ้ค ชมรมรักเด็กขี้แพ้ (อาหาร) ซึ่งมีสมาชิกอยู่กว่า 6,000 คน เพื่อเรียนรู้กลุ่มเป้าหมายของพวกเขา

เวลาเดียวกันก็ตระเวนหาวัตถุดิบที่ใช้ทดแทน “ของต้องห้าม” ลองผิดลองถูก ทำทิ้งทำขว้างไปก็หลายชิ้น จนกว่าที่เค้กเด็กแพ้จะประสบความสำเร็จและเอร็ดอร่อยอย่างทุกวันนี้

“เค้กเด็กแพ้” มีส่วนผสมหลักๆ คือ แป้งข้าวหอมมะลิ, น้ำมันรำข้าว Hi-Oryzanol, เนยน้ำมันรำข้าว ผงโกโก้ 100% นมข้าวกล้อง เป็นต้น ซึ่งคนทำบอกเราว่า ยังพัฒนาอยู่เรื่อยๆ เรียกว่าถ้าได้วัตถุดิบทดแทนที่ดีกว่า ก็พร้อมที่จะดึงมาใช้ เพื่อให้เค้กไม่เพียงปลอดภัยสำหรับคนทานเท่านั้น ทว่ายังต้องหน้าตาดี และทานอร่อยไม่ต่างจากเค้กทั่วๆ ไปอีกด้วย

“เราลองผิดลองถูกมาหลายรอบมาก คิดสูตรเดียว แต่มีวิธีทำที่แตกต่างกัน ก็ต้องลองมันทุกวิธี เพื่อให้ได้เนื้อเค้กที่ดีที่สุด และไม่ใช่ทำแล้วจบ แต่พยายามพัฒนาต่อ อย่างเค้กรุ่นแรกๆ เราใช้แป้งข้าวเจ้ากับแป้งมัน ตอนหลังพอไปเจอแป้งข้าวหอมมะลิ แป้งชนิดเดิมที่ซื้อไว้ก็ทิ้งไปเลย เพราะแป้งข้าวหอมมะลิให้เนื้อละเอียดมากกว่า และกลิ่นก็หอมกว่าด้วย”

สิ่งที่ต้องคำนึงถึง ไม่ใช่แค่วัตถุดิบที่ต้องปลอดภัยกับเด็กแพ้ แต่ยังรวมถึงการใช้วัตถุดิบที่ราคาไม่สูงเกินไปด้วย เพื่อที่เมื่อทำออกมาเป็นเค้ก ก็จะยังอยู่ในราคาที่ทุกคนจับต้องได้ ไม่ตะขิดตะขวงใจกับราคาที่ต้องซื้อ

การทำงานที่ต้องใส่ใจทั้งกระบวนการ ไม่เพียงแค่ระหว่างการทำเค้ก แต่ยังรวมถึงต้องมั่นใจในวัตถุดิบที่นำมาทำเค้กด้วย นั่นคือที่มาของการคัดเลือกซัพพลายเออร์ที่ดี ไว้ใจได้ และต้องติดต่อเจ้าของผลิตภัณฑ์โดยตรง เพื่อสอบถามถึงส่วนผสมให้แน่ใจ ก่อนนำมาผลิตเป็นเค้กเด็กแพ้ อย่างน้ำตาลไอซิ่ง ที่ส่วนใหญ่มักผสมแป้งข้าวโพด แต่ไม่เขียนระบุไว้ตรงบรรจุภัณฑ์ ก็ต้องโทรไปสอบถามเพื่อไม่ให้มีส่วนผสมที่เป็นอันตรายต่อเด็กแพ้มาเปื้อนเค้ก บางผลิตภัณฑ์นำเข้าจากต่างประเทศ มีชื่อทางวิชาการที่ไม่เข้าใจ ก็ต้องอีเมลไปสอบถามผู้ผลิตถึงถิ่น เพื่อให้แน่ใจก่อนเลือกใช้

การทำงานที่ต้องอาศัยความไว้เนื้อเชื่อใจกัน ระหว่างคนทำตลาดที่ต้องฟังเสียงตอบรับจากลูกค้า และคนทำเค้กที่ต้องเชื่อมั่นและรับฟังในข้อมูลที่ได้มา จนเป็นที่มาของเค้กเด็กแพ้ที่ออกสู่ตลาดและเสียงตอบรับก็ทำให้คนทุ่มเทได้หายเหนื่อย

“รู้สึกเซอร์ไพรส์มาก ที่ทุกคนให้การตอบรับอย่างดี อย่างคุณแม่ที่เคยกินเค้กไม่ได้เพราะต้องให้นมลูก ก็สามารถกินได้ เราอยากเป็นกำลังใจให้คุณแม่เพราะเลี้ยงลูกก็เหนื่อยแล้ว ขณะที่เด็กๆ หลายคน เติบโตขึ้นมาด้วยความรู้สึกมีปมด้อย เห็นเพื่อนกินเค้ก แล้วเขากินไมได้ แม่ต้องบอกน้องว่า เค้กมันเผ็ด มันขม ไม่อร่อย เพื่อที่จะไม่ให้เขากิน วันเกิดก็ไม่เคยได้กินเค้ก แต่วันนี้เขากินเค้กได้และสามารถเลือกเค้กจากตู้เองได้แล้ว”

พวกเขาบอกความประทับใจ และเป็นแรงใจสำคัญที่ทำให้อยากพัฒนาเค้กเด็กแพ้ให้ดีขึ้นทุกวัน โดยอนาคตมองที่จะพัฒนาไปสู่ คัพเค้กเด็กแพ้ คุ้กกี้ และเบเกอรี่สำหรับเด็กแพ้ พร้อมเค้กที่จะมีความหลากหลายมากขึ้น เพื่อไม่ให้เด็กช่างแพ้ รู้สึกด้อยกว่าใครในเรื่องขนมและความอร่อย

แม้ปัจจุบันยอดขายจะยังไม่มากมาย คือ ประมาณ 50 ชิ้นต่อสัปดาห์ เค้กวันเกิด 2-3 ชิ้นต่อสัปดาห์ และยังมีโจทย์หนักคือมีคนทำเพียงคนเดียว เพราะต้องอาศัยความใส่ใจในทุกกระบวนการ จึงยังคงผลิตในจำนวนมากๆ ไม่ได้

แต่คนทำก็บอกเราว่า ไม่ได้มุ่งหวังว่าเค้กเด็กแพ้ จะทำเงินให้กับทางร้านมากมาย เพียงแต่อยากมีส่วนร่วมสร้างความสุขให้กับคนกลุ่มหนึ่งเท่านั้น ที่สำคัญนี่คงพอทำให้พวกเขาเป็นที่รู้จักมากขึ้น ท่ามกลางร้านเค้กที่มีอยู่มากมายในตลาด ณ วันนี้..

“เราอยากเป็นร้านขนม ที่ทุกคนเข้ามาแล้วมีความสุข ไม่ใช่แค่เพราะฉันแพ้ แล้วจะทานของพวกนี้ไมได้..เราไม่ได้ขายแค่ขนม หรือ เครื่องดื่ม แต่มีหน้าที่ทำให้ทุกคนที่มีความเครียด เข้ามาแล้ว มีความสุข”

ถามถึงสิ่งที่ได้ในธุรกิจ ทั้งสองคนยอมรับว่า “กำไร” อาจไม่มากมาย แต่ “ความสุข” ทางใจมีอยู่เปี่ยมล้น โดยเฉพาะ “สุข” ที่สามารถส่งต่อไปให้กับผู้คนบนโลกได้

“งานนี้ทำแล้วกำไรทางเงิน ไม่ได้เยอะหรอก แต่กำไรทางใจมันเยอะมาก เคยคิดเล่นๆ ว่า ถ้าแต่ละวัน มีพ่อ-แม่-ลูก มาซื้อเค้กเด็กแพ้ของเรา 1 ชิ้น ในวันหนึ่งเราทำให้คนมีความสุขได้ 3 คน ปีหนึ่งทำให้คนมีความสุขได้ 900 กว่าคน และถ้ามีคนมาซื้อเค้กเด็กแพ้ของเราใน 5 ปี เราก็ทำให้คนมีความสุขได้มากกว่า 4,500 คน แล้ว”

พวกเขาบอกดัชนีความสุข ที่ส่งผ่านสู่ผู้คนได้ไกลและยั่งยืนกว่าผลกำไร

ที่สำคัญวันเกิดปีนี้ เด็กอีกกลุ่มหนึ่ง ก็คงมีความสุขได้มากกว่าทุกครั้ง ด้วยเค้กวันเกิดที่ไม่แพ้