วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

สรุปภาวะตลาดเงินตลาดทุนรายสัปดาห์ วันที่ 15-19 กรกฎาคม 2556

เงินบาทปรับตัวในกรอบแคบๆ ขณะที่ ตลาดหุ้นไทยปรับขึ้น หลังนักลงทุนต่างชาติเริ่มกลับมาซื้อสุทธิ

ตลาดเงินระยะสั้นและตลาดตราสารหนี้


อัตราดอกเบี้ยตลาดเงินระยะสั้น


อัตราดอกเบี้ยระยะสั้นทรงตัวต่อเนื่อง โดยมีการตัดจ่ายเงินภาษีมูลค่าเพิ่มรายเดือนผ่านระบบธนาคารพาณิชย์ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ทั้งนี้ อัตราดอกเบี้ยอินเตอร์แบงก์ประเภทกู้ยืมข้ามคืน (Overnight) มีระดับหนาแน่นที่ 2.40% ไม่เปลี่ยนแปลงจากสัปดาห์ก่อน ส่วนอัตราผลตอบแทนถัวเฉลี่ยที่ประมูลได้ของธุรกรรมซื้อคืนพันธบัตรแบบทวิภาคี (Bilateral Repo) ระยะเวลาไม่เกิน 1 เดือน ทรงตัวที่ 2.50% ไม่เปลี่ยนแปลงจากสัปดาห์ก่อน


ในสัปดาห์ระหว่างวันที่ 23-26 ก.ค. 2556 ธนาคารพาณิชย์จะมีการปิดสำรองสภาพคล่องรายปักษ์ในวันอังคารและเข้าสู่ปักษ์ใหม่ในวันพุธ รวมทั้งคงจะมีการทยอยเตรียมสภาพคล่องเพื่อรองรับการเบิกถอนเงินสดของลูกค้าในช่วงสิ้นเดือน ทั้งนี้ คาดว่าอัตราดอกเบี้ยระยะสั้นในตลาดเงินน่าจะทรงตัวใกล้ระดับ 2.50%


อัตราผลตอบแทนพันธบัตรไทยและสหรัฐฯ


อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลไทย ประเภทอายุ 5 ปี ปิดที่ระดับ 3.44% ในวันศุกร์ เพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับระดับ 3.43% ในสัปดาห์ก่อน อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลของไทยค่อนข้างทรงตัวทั้งสัปดาห์ โดยปรับลดลงเล็กน้อยในวันอังคารก่อนการแถลงข้อมูลของเฟดต่อสภาคองเกรส อย่างไรก็ดี อัตราผลตอบแทนพันธบัตรไทยปรับเพิ่มขึ้นในวันศุกร์ หลังธนาคารแห่งประเทศไทยเปิดเผยว่าการเพิ่มขึ้นของหนี้ครัวเรือน อาจสร้างข้อจำกัดต่อการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายในระยะข้างหน้า


อัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ ประเภทอายุ 10 ปี ปิดที่ระดับ 2.53% ในวันพฤหัสบดี ลดลงเมื่อเทียบกับระดับ 2.58% ในสัปดาห์ก่อน อัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ ปรับลดลงในช่วงต้น-กลางสัปดาห์ หลังยอดค้าปลีกของสหรัฐฯ ขยายตัวน้อยกว่าคาดและข้อมูลภาคที่อยู่อาศัยที่ออกมาน่าผิดหวัง ก่อนที่จะปรับเพิ่มขึ้นเล็กน้อยในวันพฤหัสบดี หลังข้อมูลตลาดแรงงานรายสัปดาห์ออกมาดี


ตลาดอัตราแลกเปลี่ยน

ค่าเงินบาท (Onshore)


เงินบาทปรับตัวในกรอบแคบๆ ในช่วงเวลาส่วนใหญ่ของสัปดาห์ โดยเงินบาทขยับแข็งค่าสอดคล้องกับทิศทางสกุลเงินอื่นๆ ในเอเชียในช่วงต้นสัปดาห์ ก่อนแถลงการณ์ต่อสภาคองเกรสของประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) อย่างไรก็ดี เงินบาทกลับมาปรับตัวในกรอบแคบๆ ในช่วงกลาง-ปลายสัปดาห์ เนื่องจากยังคงรอปัจจัยใหม่ๆ มากระตุ้น ขณะที่ ธุรกรรมของตลาดเริ่มชะลอลงก่อนเข้าช่วงวันหยุดยาวของตลาดการเงินไทยในช่วงสุดสัปดาห์นี้


ในวันศุกร์ (19 ก.ค.) เงินบาทอยู่ที่ระดับ 31.07 เทียบกับระดับ 31.14 บาทต่อดอลลาร์ฯ ในวันศุกร์ก่อนหน้า (12 ก.ค.)

สำหรับแนวโน้มสัปดาห์ถัดไป (22-26 ก.ค.) เงินบาทอาจเคลื่อนไหวในกรอบ 30.90-31.30 บาทต่อดอลลาร์ฯ โดยคงต้องจับตากระแสการเคลื่อนย้ายเงินทุนของนักลงทุนต่างชาติ และผลการเลือกตั้งวุฒิสภาในญี่ปุ่น ขณะที่ ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ สำคัญที่ต้องติดตาม ได้แก่ ยอดขายบ้านใหม่-บ้านมือสอง และยอดสั่งซื้อสินค้าคงทนเดือนมิ.ย. รวมถึงจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ อนึ่ง ตลาดการเงินไทยจะกลับมาเปิดทำการตามปกติในวันอังคารที่ 23 ก.ค.2556 หลังจากที่ปิดทำการในวันจันทร์เนื่องในวันอาสาฬหบูชา


เงินยูโร และเงินเยนเมื่อเทียบกับเงินดอลลาร์ฯ

เงินยูโรผันผวน ก่อนทยอยอ่อนค่าลงช่วงปลายสัปดาห์ โดยเงินยูโรปรับตัวแข็งค่าขึ้นในช่วงต้นสัปดาห์ ก่อนที่นายเบน เบอร์นันเก้ ประธานเฟด จะแถลงนโยบายการเงินต่อสภาคองเกรส อย่างไรก็ดี เงินยูโรทยอยอ่อนค่าลงในช่วงที่เหลือของสัปดาห์ เนื่องจากมีตลาดบางส่วนตีความถ้อยแถลงของนายเบอร์นันเก้ว่า ยังคงสะท้อนความเป็นไปได้ว่า อาจจะมีการเริ่มชะลอการเข้าซื้อพันธบัตรภายใต้มาตรการ QE ในช่วงปลายปีนี้ หากเศรษฐกิจสหรัฐฯ ยังคงขยายตัวได้ตามที่ประเมินไว้ นอกจากนี้ เงินดอลลาร์ฯ ยังได้รับแรงหนุนจากข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่ออกมาดีกว่าที่คาด อาทิ การปรับตัวลงของจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์อีกด้วย


เงินเยนกลับไปอ่อนค่ากว่าระดับ 100 เยนต่อดอลลาร์ฯ โดยเงินเยนแข็งค่าช่วงสั้นๆ ก่อนกำหนดการแถลงต่อสภาคองเกรสของประธานเฟด ก่อนจะกลับมาอ่อนค่าลงในช่วงนับถอยหลังเข้าสู่การเลือกตั้งสภาสูงของญี่ปุ่นในวันที่ 21 ก.ค. ซึ่งมีกระแสคาดการณ์ว่า ผลการเลือกตั้งนี้ จะเพิ่มความแข็งแกร่งให้กับสถานะของนายกรัฐมนตรี ชินโซ อาเบะ และช่วยให้เขาสามารถผลักดันแผนกระตุ้นเศรษฐกิจได้อย่างราบรื่น นอกจากนี้ เงินดอลลาร์ฯ ยังมีปัจจัยบวกจากตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่ออกมาดีอีกด้วย


ในวันศุกร์ (19 ก.ค.) เงินยูโรอยู่ที่ 1.3121 เทียบกับ 1.3066 ดอลลาร์ฯ ต่อยูโรในวันศุกร์ก่อนหน้า (12 ก.ค.) ส่วนเงินเยนอยู่ที่ 100.31 เทียบกับ 99.21 เยนต่อดอลลาร์ฯ ในวันศุกร์ก่อนหน้า


ตลาดทุน

ตลาดหุ้นไทย


ดัชนีตลาดหุ้นไทยปรับเพิ่มขึ้น โดยมีแรงซื้อจากนักลงทุนต่างชาติ ทั้งนี้ ดัชนีหุ้นไทยปิดที่ระดับ 1,481.84 จุด เพิ่มขึ้น 1.94% จากสัปดาห์ก่อน ด้านมูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันลดลง 7.21% จากสัปดาห์ก่อน มาอยู่ที่ 43,291.09 ล้านบาท โดยนักลงทุนต่างชาติ บัญชีบริษัทหลักทรัพย์และนักลงทุนรายย่อยซื้อสุทธิ ขณะที่นักลงทุนสถาบันขายสุทธิ ส่วนตลาดหลักทรัพย์ MAI ปิดที่ 414.56 จุด เพิ่มขึ้น 4.97% จากสัปดาห์ก่อน


ตลาดหุ้นแกว่งตัวในกรอบแคบในช่วงต้น-กลางสัปดาห์ โดยนักลงทุนจับตาถ้อยแถลงของนายเบน เบอร์นันเก้ ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ต่อสภาคองเกรสในวันที่ 17-18 ก.ค. ว่าจะมีการส่งสัญญานในการปรับเปลี่ยนมุมมองทิศทางการดำเนินนโยบายทางการเงินหรือไม่ ก่อนที่จะปรับตัวขึ้นในช่วงปลายสัปดาห์ โดยมีแรงซื้อจากนักลงทุนต่างชาติ หลังประธานเฟดระบุว่า เฟดไม่ได้มีการกำหนดตายตัวเกี่ยวกับจังหวะเวลาในการปรับลดขนาดการซื้อสินทรัพย์ ซึ่งคงต้องขึ้นกับพัฒนาการของเศรษฐกิจสหรัฐฯ เป็นหลัก


สำหรับแนวโน้มสัปดาห์ระหว่างวันที่ 23-26 ก.ค. 2556 บริษัทหลักทรัพย์กสิกรไทย จำกัด และบริษัทศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด มองว่า ดัชนียังคงผันผวน และมีโอกาสปรับตัวขึ้นต่อ ขณะที่ต้องจับตามองรายงานตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่สำคัญ อาทิ เครื่องชี้ภาคอสังหาริมทรัพย์ ยอดสั่งซื้อสินค้าคงทนและความเชื่อมั่นผู้บริโภค (Mich. Consumer Sentiment) ทั้งนี้ บริษัทหลักทรัพย์กสิกรไทย จำกัด คาดว่า ดัชนีจะมีแนวรับที่ 1,468 และ 1,464 ขณะที่แนวต้านคาดว่าจะอยู่ที่ 1,522 และ 1,534 ตามลำดับ


ตลาดหุ้นสหรัฐฯ


ดัชนี DJIA ปรับเพิ่มขึ้นตามคาดการณ์พัฒนาการเศรษฐกิจที่น่าจะปรับตัวดีขึ้นในช่วงครึ่งหลังของปี โดยเมื่อวันพฤหัสบดี ดัชนี DJIA ปิดที่ 15,548.54 จุด เพิ่มขึ้น 0.54% จากสัปดาห์ก่อน ตลาดหุ้นสหรัฐฯ แกว่งตัวในกรอบแคบ โดยได้รับแรงหนุนจากผลประกอบการบริษัทที่ออกมาแข็งแกร่ง ขณะที่รายงานข้อมูลเศรษฐกิจของเฟด (Beige Book) บ่งชี้ถึงการคาดการณ์การฟื้นตัวของระบบเศรษฐกิจที่น่าจะปรับตัวดีขึ้นในช่วงครึ่งหลังของปีนี้


ตลาดหุ้นญี่ปุ่น


ดัชนี Nikkei ปรับเพิ่มขึ้น จากค่าเงินเยนที่อ่อนค่า โดยเมื่อวันศุกร์ ดัชนี Nikkei ปิดที่ 14,589.91 จุด เพิ่มขึ้น 0.58% จากสัปดาห์ก่อน ตลาดหุ้นญี่ปุ่นปรับเพิ่มขึ้น หลังจากหยุดทำการในวันจันทร์ สู่ระดับสูงสุดในรอบ 8 สัปดาห์ โดยได้รับแรงหนุนจากการอ่อนค่าของเงินเยน รวมทั้งถ้อยแถลงของประธานเฟดที่ระบุว่าเฟดมีความยืดหยุ่นต่อกรอบเวลาในการเริ่มปรับลดมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ อย่างไรก็ดี ตลาดหุ้นญี่ปุ่นปรับตัวลดลงในวันศุกร์ โดยมีแรงขายทำกำไรจากนักลงทุน ในช่วงก่อนการเลือกตั้งของญี่ปุ่น