วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

แบงก์กรุงเทพกำไรโต13%หนี้เน่าขยับขึ้น

แบงก์กรุงเทพกำไรครึ่งแรกปีนี้เพิ่มขึ้น 13.1% ขณะที่เอ็นพีแอลเพิ่มขึ้น "ทหารไทย"เร่งรับมือความไม่แน่นอนเศรษฐกิจเพิ่มสำรองพิเศษ 4 พันล้านบาท

วานนี้ (18 ก.ค.) ธนาคารกรุงเทพและบริษัทย่อย แจ้งบริษัทมีกำไรสุทธิครึ่งแรกปีนี้ 19,265 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2,239 ล้านบาท หรือ 13.1% จากช่วงเดียวกันปี 2555 โดยมีรายได้ดอกเบี้ยสุทธิเพิ่มขึ้น 657 ล้านบาท รายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยเพิ่มขึ้น 3,182 ล้านบาท และค่าใช้จ่ายจากการดำเนินงานลดลง 299 ล้านบาท

เกี่ยวกับผลการดำเนินงานดังกล่าว นายชาติศิริ โสภณพนิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ ระบุว่า อยู่ในระดับที่น่าพอใจ และสินเชื่อยังคงขยายตัวได้ดี โดยมีแรงส่งสำคัญจากการขยายการลงทุนของลูกค้าธุรกิจรายใหญ่ และลูกค้าธุรกิจรายกลางและรายปลีก ทั้งที่เป็นการลงทุนเพื่อเพิ่มหรือปรับปรุงกำลังการผลิตและเพื่อขยายกิจการ

ทั้งนี้ ณ สิ้นเดือนมิ.ย.ที่ผ่านมา ธนาคารมีเงินให้สินเชื่อ 1,666,426 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 62,035 ล้านบาท หรือ 3.9% จากสิ้นปี 2555 โดยเพิ่มขึ้นจากลูกค้าทุกกลุ่ม ด้านสินเชื่อด้อยคุณภาพมี 44,524 ล้านบาท หรือคิดเป็น 2.4% ต่อเงินให้สินเชื่อรวม

ธนาคารยังคงให้ความสำคัญกับแนวทางการบริหารฐานะการเงินรอบคอบ และการตั้งสำรองสม่ำเสมอ ธนาคารมีค่าใช้จ่ายหนี้สูญ หนี้สงสัยจะสูญ และขาดทุนจากการด้อยค่าสำหรับครึ่งแรกปีนี้ 5,120 ล้านบาท ซึ่งเป็นค่าใช้จ่ายไตรมาสนี้ 3,379 ล้านบาท ส่งผลให้ธนาคารมีสัดส่วนสำรองค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญต่อเงินให้สินเชื่อด้อยคุณภาพที่ 206.1% และมีสัดส่วนสำรองค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญต่อเงินให้สินเชื่อ 5.5%

ด้านสภาพคล่อง เงินฝากของธนาคารเพิ่มขึ้นอีก 39,588 ล้านบาท จากสิ้นเดือนมี.ค.ที่ผ่านมา ทำให้สิ้นไตรมาส 2 ธนาคารมีเงินฝากรวม 1,872,696 ล้านบาท และมีอัตราส่วนเงินให้สินเชื่อต่อเงินรับฝาก 89.0%

ธนาคารมีส่วนต่างดอกเบี้ยสุทธิลดลง 2.49% ครึ่งหลังปี 2555 เป็น 2.41% ในครึ่งแรกปีนี้ สาเหตุที่มีส่วนต่างดอกเบี้ยลดลง เพราะผลตอบแทนจากการปล่อยสินเชื่อและผลตอบแทนจากการลงทุนในรายการระหว่างธนาคารและตลาดเงินลดลง รายได้ค่าธรรมเนียมและบริการสุทธิครึ่งแรกปีนี้มี 10,910 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1,532 ล้านบาท หรือ 16.3% จากช่วงเดียวกันปีที่แล้ว โดยรายได้ค่าธรรมเนียมและบริการเติบโตสูงจากบริการ กองทุนรวมและบริการประกันชีวิตผ่านธนาคารครึ่งแรกปีนี้มีกำไร 1,985 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1,282 ล้านบาท

ค่าใช้จ่ายการดำเนินงานของธนาคารครึ่งปีแรกมี 17,709 ล้านบาท ลดลง 299 ล้านบาท หรือ 1.7% ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.ที่ผ่านมา แบงก์ชาติได้ประกาศใช้หลักเกณฑ์การกำกับดูแลเงินกองทุนตามแนวทางบาเซิล 3 โดยธนาคารมีอัตราส่วนเงินกองทุน เงินกองทุนชั้นที่ 1 และเงินกองทุนชั้นที่ 1 ที่เป็นส่วนของเจ้าของ ตามหลักเกณฑ์ของแบงก์ชาติอยู่ในระดับ 16.4% 13.9% และ 13.9% ตามลำดับ ส่วนของเจ้าของ 283,090 ล้านบาท คิดเป็น 11.4% ของสินทรัพย์รวม และมูลค่าตามบัญชีเท่ากับ 148.30 บาทต่อหุ้น เพิ่มขึ้น 5.80 บาท จากสิ้นปี 2555

นายบุญทักษ์ หวังเจริญ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารทหารไทย กล่าวว่า ผลการดำเนินงาน 6 เดือนแรกของปีนี้ ธนาคารมีกำไรสุทธิ 2,068 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 15.9% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยเงินให้สินเชื่อรวมขยายตัว 2.5% จากสิ้นปี 2555 การเพิ่มขึ้นดังกล่าวเป็นผลมาจากการเติบโต 2.7% ของสินเชื่อคุณภาพ ส่วนเงินฝากลดลง 3.6% จากต้นปี สาเหตุหลักมาจากการลดลงของบัญชีเงินฝากกระแสรายวันขนาดใหญ่ตามแผนดำเนินงาน

ทั้งนี้ ธนาคารได้ตั้งสำรองพิเศษ (Counter Cyclical Buffer) 4,143 ล้านบาท สำหรับสินเชื่อคุณภาพเพื่อลดความเสี่ยงจากวัฏจักรเศรษฐกิจที่อาจเกิดขึ้นในอนาคตเนื่องจากมีกำไรก่อนหักสำรองในระดับที่ดี เป็นไปตามแนวทางของธนาคารแห่งประเทศไทย โดยการตั้งสำรองดังกล่าว เป็นการตั้งเพิ่มเติมจากการตั้งสำรองจากการดำเนินงานปกติ และระดับสินเชื่อด้อยคุณภาพค่อนข้างทรงตัวอัตราส่วนการตั้งสำรองต่อสินเชื่อด้อยคุณภาพของธนาคารจึงเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 132%

ในส่วนของสินเชื่อด้อยคุณภาพประเภทจัดชั้นต่ำกว่ามาตรฐานจัดชั้นสงสัย และจัดชั้นสงสัยจะสูญ 22,137 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 265 ล้านบาท หรือ 1.2% จาก ณ วันที่ 31 มี.ค.ที่ผ่านมา แต่ค่อนข้างคงตัวเมื่อเทียบกับ ณ วันที่ 31 ธ.ค.2555

ด้านนายสุภัค ศิวะรักษ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย กล่าวว่า ธนาคารมีกำไรสุทธิ 543.7 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 213.3 ล้านบาท หรือ 64.6% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน สาเหตุหลักจากการเพิ่มขึ้นของรายได้ค่าธรรมเนียมและบริการสุทธิ 43.5% และการเพิ่มขึ้นของรายได้ดอกเบี้ยสุทธิ 568.6 ล้านบาท หรือ 23.1% ขณะที่ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานเพิ่มขึ้น 10.4% และค่าใช้จ่ายหนี้สงสัยจะสูญเพิ่มขึ้น 96.8% เพื่อรองรับความไม่แน่นอนที่อาจจะเกิดขึ้นจากสภาวะเศรษฐกิจ

อัตราส่วนรายได้ดอกเบี้ยสุทธิต่อสินทรัพย์เฉลี่ยงวดหกเดือนปีนี้อยู่ที่ 3.22% เป็นผลจากการแข่งขันด้านเงินฝากอย่างรุนแรงในตลาด สินเชื่อของธนาคารอยู่ที่ 1.51 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 8.8% ส่วนใหญ่มาจากการขยายตัวของสินเชื่อรายย่อย ด้านเงินฝากและตั๋วแลกเงินอยู่ที่ 1.46 แสนล้านบาท ทำให้อัตราส่วนสินเชื่อต่อเงินฝากรวมตั๋วแลกเงินของกลุ่มธนาคารอยู่ที่ 103.3% จาก 95.0%

ขณะที่เอ็นพีแอลอยู่ที่ 4.3 พันล้านบาท คิดเป็น 2.8% ของสินเชื่อรวมเทียบกับงวดเดียวกันปี 2555 อยู่ที่ 3.5% ผลจากกลุ่มธนาคารมีนโยบายการประเมินความเสี่ยงด้านการให้สินเชื่อที่รัดกุม มาตรการบริหารจัดการความเสี่ยงที่มีประสิทธิภาพ ปรับปรุงแนวทางการเรียกเก็บหนี้จากสินเชื่อด้อยคุณภาพที่มีอยู่ และแก้ปัญหาสินเชื่อด้อยคุณภาพต่อเนื่อง