วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

หุ้นพลังงานทดแทนอนาคตรุ่ง

หุ้นพลังงานทดแทนอนาคตแจ่ม อานิสงส์ กพช. ปรับแผนพัฒนาพลังงานทดแทน รับซื้อไฟฟ้าเพิ่ม โบรกเกอร์ชี้ดันมูลค่าตลาดใหญ่ขึ้น 5 เท่า

นางสาววันดี กุญชรยาคง ประธานกรรมการบริษัท และกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เอสพีซีจี จำกัด (มหาชน) หรือ SPCG กล่าวว่า กรณีที่คณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติหรือ กพช. มีมติสนับสนุนและรับซื้อพลังงานทดแทนเพิ่มนั้น ส่งผลดีต่อบริษัทโดยตรง โดยเฉพาะในส่วนของโครงการ Solar Roof ซึ่งเป็นธุรกิจที่บริษัทเริ่มดำเนินการตั้งแต่กลางปีที่แล้ว จึงได้รับอานิสงส์ทันที ทั้งนี้บริษัทอาจมีการลงทุนเพิ่มเติม แต่ยังไม่สามารถระบุมูลค่าได้ ขึ้นอยู่กับแผนธุรกิจในอนาคต

บริษัทยังเป้าหมายรายได้ปีนี้ไว้ คือคาดว่าจะมีรายได้ประมาณ 2,400 ล้านบาท รายได้หลักปีนี้มาจากการดำเนินการผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าของโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ 36 โครงการ และในปี 2557 เชื่อว่ารายได้จะเพิ่มเป็น 4,000 ล้านบาท หลังจากรับรู้รายได้จากโครงการโซลาร์ฟาร์ม 36 โครงการเข้ามาเต็มปี ประกอบกับจะมีรายได้จากโครงการโซลาร์ รูฟ เข้ามาด้วย

นักวิเคราะห์จาก บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) ระบุว่า กรณี กพช. เห็นชอบปรับค่าเป้าหมายแผนพัฒนาพลังงานทดแทนและพลังงานทางเลือก 25% ใน 10 ปี หรือ AEDP ส่งผลให้กำลังการผลิตเป้าหมายของโรงไฟฟ้าจากพลังงานทดแทนจะเพิ่มขึ้น 51% จากแผนเดิม 9,201 เมกะวัตต์ เป็น 13,927 เมกะวัตต์ ซึ่งจะทำให้มูลค่าตลาดรวมใหญ่ขึ้น 5 เท่า และคาดว่าพลังงานชีวมวล ก๊าซชีวมวล และโซลาร์ จะมีบทบาทสูง

ทั้งนี้ ตัวเลขในแผนก่อนหน้า PDP 2100 จะเห็นได้ชัดว่า ก๊าซชีวมวล มีการปรับขึ้นมากที่สุด 2875% ซึ่งมองได้ว่ารัฐพยายามผลักดันพลังงานนี้ เนื่องจากมีต้นทุนพัฒนาที่ต่ำกว่า และอาจเข้ามาช่วยแก้ปัญหาในเรื่องผลผลิตส่วนเกิน และปรับโครงสร้างพืชผลทางการเกษตรได้ ขณะที่พลังงานไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์ (โซลาร์) นั้นมีการเพิ่มขึ้นสูง 225% จาก PDP 2010 เนื่องจากต้นทุนการผลิตที่ต่ำลง และดูเหมือนว่าจะมีประเด็นติดขัดในการพัฒนาที่น้อยกว่าโรงไฟฟ้าประเภทอื่นๆ จึงเห็นการพัฒนาในกลุ่มโซลาร์ที่เร็วกว่ากลุ่มอื่นๆ ขณะที่กำลังการผลิตกระแสไฟฟ้าจากโรงไฟฟ้าพลังงานทดแทน ณ ก.พ. 2556 นั้น ยังคงมีอยู่เพียง 2,786 เมกะวัตต์ ดังนั้นจะเห็นว่าตลาดของการพัฒนาพลังงานทดแทนจะมีขนาดใหญ่ขึ้นถึง 5 เท่าตัวภายใน 10 ปีข้างหน้านี้

บทวิเคราะห์ ระบุว่า ผู้ที่จะได้ประโยชน์ในกลุ่มแรกจะเป็นพวกกลุ่มผู้รับเหมาก่อสร้างโรงไฟฟ้าพลังงานทดแทน เช่นบริษัทเด็มโก้ บริษัทกันกุล บริษัทเอสพีซีจี ที่กำลังจะพัฒนาการจากเป็นเจ้าของโซลาร์ฟาร์มไปเป็นผู้พัฒนา Solar Roof ในลำดับถัดไป ขณะที่กลุ่มพวกเจ้าของโรงไฟฟ้าพลังงานทดแทน เช่น บริษัทพลังงานบริสุทธิ์ เอสพีซีจี บริษัทกันกุล บริษัทเด็มโก้ และบางจาก เป็นต้น ก็จะมีโอกาสในการเข้าประมูล หรือ เสนอตัวเพื่อพัฒนา/ดำเนินการโรงไฟฟ้าเหล่า เมื่อทางการเปิดให้ขอใบอนุญาตเพิ่มเติมในลำดับถัดไป

ทั้งนี้ แนะนำนักลงทุนให้น้ำหนักไปที่กลุ่มผู้รับเหมาพลังงานทดแทนก่อน โดยบริษัทเด็มโก้ มีบทบาทสูงในการเป็นผู้รับเหมาก่อสร้างโรงไฟฟ้าพลังงานลม และโซลาร์ฟาร์ม ที่ปัจจุบันอยู่ระหว่างพัฒนาโซลาร์ฟาร์มหลายแห่งรวมกว่า 3.5 พันล้านบาท และมีโอกาสในการพัฒนาพลังงานลมอีกกว่า 9.5 พันล้าน หลังการเข้าซื้อหุ้น 4% ใน Wind Energy Holdings ก่อนหน้านี้ ขณะที่บริษัทเอสพีซีจี ก็ดูน่าสนใจจากการเป็นผู้เล่นรายใหญ่ของโครงการ Solar Roof ซึ่ง กพช. ได้ออกมาตรการสนับสนุนในการประชุมคราวเดียวกันนี้อีกด้วย

ขณะที่ฝ่ายวิจัย บล.เอเซีย พลัส ระบุว่า การปรับแผนพัฒนาพลังงานทดแทนและพลังงานทางเลือกของกพช. ครั้ง เป็นประเด็นบวกต่อผู้ประกอบการธุรกิจพลังงานทดแทน ทั้งกันกุล เด็มโก้ เอสพีซีจีและพลังงานบริสุทธิ์ จากการสนับสนุนและการขยายการรับซื้อไฟฟ้าจากพลังงานทดแทนในประเทศเพิ่มขึ้น โดยเบื้องต้นจะมาจากการผลิตไฟฟ้าโดยก๊าซชีวภาพถึง 3,000 เมกะวัตต์

อย่างไรก็ตาม การผลิตไฟฟ้าจากก๊าซชีวภาพเป็นประเด็นใหม่ที่ต้องติดตามว่ารัฐบาลจะสนับสนุนมากน้อยแค่ไหน เนื่องจากประเทศไทยยังไม่มีกำลังการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานนี้มากนัก ขณะที่กำลังการผลิตไฟฟ้าส่วนที่เหลือจะมาจากพลังงานไฟฟ้าจากเซลล์แสงอาทิตย์อีกราว 1,000 เมกะวัตต์ เพื่อรองรับต่อแผนการส่งเสริมการติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าจากเซลล์แสงอาทิตย์บนหลังคาอาคาร

ปัจจุบันเอสพีซีจี ถือเป็นผู้ประกอบการรายเดียวที่มีการเริ่มทำธุรกิจ Solar Roof ที่เปิดตัวไปเมื่อช่วงไตรมาส 2/2556 ดังนั้น นโยบายสนับสนุนของรัฐบาลน่าจะช่วยผลักดันยอดขายจากธุรกิจนี้ให้กับเอสพีซีจี ปรับตัวสูงขึ้นได้ต่อเนื่องในอนาคต อย่างไรก็ตาม ฝ่ายวิจัยเชื่อว่าผู้ประกอบการพลังงานทดแทนต่างๆ ที่ยังไม่ได้เริ่มดำเนินธุรกิจนี้ทั้งกันกุล บางจาก และพลังงานบริสุทธิ์ ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญในธุรกิจพลังงานแสดงอาทิตย์ น่าจะหันมาศึกษาธุรกิจใหม่นี้ตามการสนับสนุนของรัฐบาล