วันอังคาร ที่ 28 เมษายน 2569

Login
Login

คอนเทนท์จับคู่แพลตฟอร์มชิงตลาด"กล่อง-เพย์ทีวี"

คอนเทนท์จับคู่แพลตฟอร์มชิงตลาด"กล่อง-เพย์ทีวี"

อุตสาหกรรมสื่อก้าวสู่ยุคผนึกพันธมิตร “คอนเทนท์-แพลตฟอร์ม” ชิงตลาดกล่องเอชดี-สมาชิกเพย์ทีวีมูลค่า 2 หมื่นล้าน

การแข่งขันในอุตสาหกรรมสื่อ ในฟาก “คอนเทนท์ โปรวายเดอร์” ทั้งช่องรายการโทรทัศน์ การบริหารลิขสิทธิ์ระดับโลก และธุรกิจแพลตฟอร์ม ในกลุ่มกล่องรับสัญญาณ (set top box)กำลังก้าวสู่ยุคการจับมือเป็น“พันธมิตร” เพื่อใช้จุดแข็งสร้างขยายฐานธุรกิจร่วมกัน หวังช่วงชิงยอดขายกล่องเอชดีมูลค่าปีละกว่า 5,000 ล้านบาท รวมทั้งธุรกิจเพย์ทีวี มีมูลค่าตลาดปีละ 15,000 ล้านบาท รวมมูลค่าธุรกิจแพลตฟอร์มและเพย์ทีวีปีละกว่า 2 หมื่นล้านบาท

นายสุรชัย เชษฐโชติศักดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทอาร์เอส จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่าบริษัทได้ร่วมมือเป็นพันธมิตรกับ บริษัทพีเอสไอ โฮลดิ้ง จำกัด ผู้ผลิตจานและกล่องรับสัญญาณดาวเทียมแบรนด์ “พีเอสไอ” ด้วยการเปิดตัวกล่องรุ่นใหม่ PSI O2 Digital ระบบเอชดี (High Definition :HD) โดยพีเอสไอเป็นผู้รับผิดชอบการผลิตกล่อง โดยอาร์เอสเป็นผู้สนับสนุนคอนเทนท์ระบบ “เอชดี” ให้ “ดูฟรี” ผ่านกล่องรุ่นดังกล่าว คือ ลาลีกา สเปน ซีซั่น 2 ฤดูกาล 2013/14 รวม 380 แมทช์ และฟุตบอลโลก 2014 ประเทศบราซิล ในปีหน้า รวม 64 แมทช์ครบทุกนัด ผ่านช่องเวิลด์คัพ แชนแนล เอชดี ที่จะเปิดตัวในวันที่ 1 มิ.ย.57 ก่อนการแข่งขันฟุตบอลโลก 2014 จะเริ่มขึ้นระหว่างวันที่ 12 มิ.ย.-13 ก.ค.57

“ดีลการร่วมเป็นพันธมิตรทางธุรกิจครั้งนี้ อาร์เอสเป็นผู้ลงทุนคอนเทนท์ ส่วนพีเอสไอ ลงทุนกล่อง โดยยอดขายในรุ่นเอชดี นับจากเริ่มทำตลาดในวันที่ 20 ส.ค.นี้ ถึงจบการแข่งขันบอลโลก 2014 ในเดือนก.ค.ปีหน้า อาร์เอสและพีเอสไอ มีข้อตกลงแบ่งรายได้จากยอดขายกล่องร่วมกัน” นายสุรชัย กล่าว

โกยรายได้ลาลีกา-บอลโลก1.5 พันล้าน
นางพรพรรณ เตชรุ่งชัยกุล ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ บมจ.อาร์เอส เปิดเผยว่าการร่วมกับพันธมิตรพีเอสไอ เพื่อนำคอนเทนท์กีฬา 2 รายการระบบเอชดี ให้รับชมฟรีผ่านกล่องพีเอสไอรุ่นเอชดี ถือเป็นหนึ่งในรูปแบบการบริหารลิขสิทธิ์ ลาลีกา สเปน ในซีซั่นสอง ปีนี้ ที่คาดว่าจะมีรายได้รวมประมาณ 800 ล้านบาท และรายได้จากการบริหารลิขสิทธิ์ฟุตบอลโลก 2014 รวม 700 ล้านบาท รวมการบริหารลิขสิทธิ์ 2 คอนเทนท์กีฬาดังกล่าวกว่า 1.5 พันล้านบาท

สำหรับการบริหารลิขสิทธิ์ ลาลีกา สเปน ในซีซั่นแรกปีก่อน ทำรายได้ราว 200 ล้านบาท โดยขายกล่องซันบ็อกซ์ ที่สามารถรับชมลาลีกาได้ฟรี ราว 3 แสนกล่อง ส่วนลาลีกา สเปน ซีซั่นสองปีนี้ คาดทำรายได้ 800 ล้านบาท จากการบริหารสิทธิในทุกด้าน ทั้งการแบ่งรายได้จากการขายกล่องพีเอสไอรุ่นเอชดี การขายสิทธิช่องลาลีกา สเปน เอชดี ให้กับทรูวิชั่นส์ รวมทั้งการเปิดตัวกล่องซันบ็อกซ์ เพื่อทำตลาดลาลีกา ในซีซั่นสอง พร้อมทั้งรายได้จากฐานสมาชิกเพย์ทีวี ที่คาดว่าจะมีจำนวน กว่า 3 แสนราย ที่จะเปิดให้กล่องทุกรุ่นที่มีระบบเข้ารหัส CA สมัครสมาชิกรับชมได้ในราคาเดือนละ 99 บาท และคาดว่าลาลีกา สเปน ซีซั่นสาม จะบริหารรายได้ราว 1,000 ล้านบาท รวมรายได้ 3 ซีซั่น 2,000 ล้านบาท ตามเป้าหมาย

ขณะที่การบริหารลิขสิทธิ์ฟุตบอลโลก 2014 ประเทศบราซิล ปีหน้า จะมีการถ่ายทอดสดผ่านฟรีทีวีช่อง 7 รวม 22 แมทช์ ในทุกแพลตฟอร์ม คาดทำรายได้รวม 700 ล้านบาท โดยรายได้หลักมาจากสปอนเซอร์ สำหรับภาพรวมรายได้ อาร์เอส สิ้นปีนี้ยังเป็นไปตามเป้าหมาย 4,000 ล้านบาท

พีเอสไอบูมรุ่นเอชดี“ล้านกล่อง”
นายสมพร ธีระโรจนพงษ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พีเอสไอ โฮลดิ้ง จำกัด เจ้าของแพลตฟอร์ม “พีเอสไอ” เปิดเผยว่าเตรียมเปิดตัวกล่องพีเอสไอ รุ่นเอชดี ในวันที่ 20 ส.ค.นี้ จำหน่ายราคากล่องละ 2,490 บาท พร้อมจัดโปรโมชั่นให้ลูกค้ากล่องพีเอสไอรุ่นเก่านำกล่องมาแลกซื้อในราคากล่องละ 1,690 บาท คาดภายใน 1 ปี จะทำยอดขายรุ่นเอชดีได้ราว 1 ล้านกล่อง โดยมีคอนเทนท์ช่องเอชดี เป็นตัวผลักดันยอดขาย รวม 7 ช่อง อาทิ ช่องพีเอสไอ สาระดี ,ช่อง6 ,เวิร์คพอยท์ทีวี, ช่องช็อปแอทโฮม , ช่อง8 , ช่องซันแชนแนล เป็นต้น

“เทคโนโลยียุคดิจิทัล ทั้งแพลตฟอร์มและคอนเทนท์ จะมุ่งไปที่ เอชดี ความร่วมมือระหว่างพีเอสไอและอาร์เอส จึงเป็นการนำจุดแข็งด้านคอนเทนท์ของอาร์เอส มากระตุ้นยอดขายกล่องเอชดีของพีเอสไอ และแบ่งผลประโยชน์ร่วมกัน ถือเป็นความร่วมมือที่ win win ทั้งคู่” นายสมพร กล่าว

การร่วมมือเป็นพันธมิตรดังกล่าว ทำให้คอนเทนท์ไม่จำเป็นต้องมาลงทุนในแพลตฟอร์มที่ไม่ใช่ธุรกิจหลัก ขณะที่พีเอสไอ ใช้จุดแข็งด้านการผลิตสินค้าด้วยต้นทุนต่ำ และมีตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศ มีทีมช่างติดตั้งกว่า 4,000 คน ที่จะขยายฐานกล่องเอชดี ปัจจุบันมีกล่องพีเอสไอรุ่น SD อยู่ในตลาดกว่า 12 ล้านกล่อง คาดว่าภายใน 4 ปีจากนี้ กล่องเอชดีจะเข้าไปทดแทนตลาดรุ่นเก่าทั้งหมด

นับจากนี้คาดว่าตลาดกล่องจะเริ่มเปลี่ยนสู่ระบบเอชดี คาดว่าภาพรวมตลาดกล่องในทุกแพลตฟอร์มต่อปีจะมีมูลค่าประมาณ 5,000 ล้านบาท โดยปีนี้พีเอสไอวางเป้าหมายยอดขายรวม 2,500 ล้านบาท

“แกรมมี่-เอไอเอส”ขยายฐานเพย์ทีวี
นายไพบูลย์ ดำรงชัยธรรม ประธานกรรมการ บริษัทจีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ทิศทางการเติบโตของอุตสาหกรรมบรอดแคสต์ไทยในอนาคต จะอยู่ที่ธุรกิจ “เพย์ทีวี” ด้วยเป็นเทรนด์ที่เติบโตทั่วโลก สอดคล้องกับพฤติกรรมการเลือกชมคอนเทนท์ของผู้ชมในแต่ละกลุ่มที่แตกต่างกัน อีกทั้งฐานสมาชิกเพย์ทีวี ในไทยยังมีอัตราการใช้บริการต่ำ จึงมีโอกาสเติบโตได้สูงหลังจากนี้

ปัจจุบันจำนวน 22 ล้านครัวเรือนทั่วประเทศ เป็นสมาชิกเพย์ทีวีในสัดส่วนไม่ถึง 20% เชื่อว่าจากการเข้ามาทำตลาดของแพลตฟอร์ม เพย์ทีวี ใหม่ๆ จะกระตุ้นฐานสมาชิกเพย์ทีวีเพิ่มเป็น 50% หรือกว่า 10 ล้านครัวเรือนภายใน 3 ปีจากนี้

ตลาดเพย์ทีวีมีมูลค่ากว่า 15,000 ล้านบาทต่อปี เป็นตลาดที่มีผู้เล่นน้อยราย คือ ทรูวิชั่นส์ เคเบิลท้องถิ่น ซีทีเอช และแกรมมี่ เชื่อว่าภายใน 3 ปีจากนี้ ด้วยจำนวนฐานสมาชิกลุ่มแมสที่เพิ่มขึ้นจากแพ็คเกจราคาประหยัด จะกระตุ้นให้ตลาดเพย์ทีวีมีมูลค่าไม่ต่ำกว่า 50,000 ล้านบาท และแกรมมี่มีโอกาสที่จะครองสัดส่วนรายได้ในตลาดดังกล่าวไม่ต่ำกว่า 20% ภายใน 3 ปีจากนี้

นายฟ้าใหม่ ดำรงชัยธรรม ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการ กลุ่มงานแพลตฟอร์ม จีเอ็มเอ็ม แซท บริษัทจีเอ็มเอ็ม แซท จำกัด เปิดเผยว่าภายใต้การขยายธุรกิจเพย์ทีวี ของจีเอ็มเอ็มแซท เตรียมเปิดตัวแพ็คเกจใหม่ ในเดือน ส.ค.นี้ โดยมีไฮไลต์ช่องรายการจาก "ฟ็อกซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล" รวม 30 ช่อง ซึ่งมีทั้งช่องบันเทิง ภาพยนตร์ ซีรี่ส์ และกีฬาดังทั้งการแข่งขันฟุตบอล เทนนิส และกอล์ฟระดับโลก เข้ามาเสริมในแพลตฟอร์มเพย์ทีวี หลังจากเปิดตัวแพ็คเกจใหม่ราคาไม่เกิน 500 บาทต่อเดือน คาดว่าจะกระตุ้นฐานสมาชิกเพย์ทีวีสิ้นปีนี้ให้ได้จำนวน 3 แสนราย จากปัจจุบันมีผู้สมัครสมาชิกแล้วจำนวน 1 แสนราย

พร้อมกันนี้ได้จับมือเป็นพันธมิตรกับ “เอไอเอส”เปิดตัวบริการ Gmm Z on AIS การรับชมช่องรายการจีเอ็มเอ็ม ผ่านมือถือ จากโครงข่าย 3จี 2100 เมกะเฮิร์ตซ ของเอไอเอส แพ็คเกจแรก 79 บาท/เดือน รับชม 8 ช่องรายการ และแพ็คเกจ 149 บาท/เดือน โดยสามารถรับชมได้ทั้งมือถือและกล่องจีเอ็มเอ็มแซท วางเป้าหมายสมาชิกใช้บริการดังกล่าว 1 แสนราย

อินโฟแซท-ดีทีวีผนึกเนกซ์สเตป
นายนิรันดร์ ตั้งพิรุฬห์ธรรม กรรมการผู้จัดการ บริษัท อินโฟแซท จำกัด ผู้จำหน่ายกล่องและจานดาวเทียม "อินโฟแซท" กล่าวว่าเพื่อรองรับการก้าวสู่กิจการบรอดแคสต์ในยุคดิจิทัล กลุ่มธุรกิจแพลตฟอร์มกล่องรับสัญญาณ ต่างเดินหน้าเสริมทัพธุรกิจด้วยการรุกทำตลาดกล่องรุ่นเอชดี เพื่อรองรับการออกอากาศช่องรายการ "ทีวีดิจิทัล" ใหม่ๆ รวมทั้งช่องเอชดี ที่ กสทช. เตรียมจัดสรรคลื่นความถี่ใหม่ในปีนี้

สำหรับอินโฟแซท ได้ร่วมมือเป็นพันธมิตรกับ กล่องรับสัญญาณดาวเทียม "ดีทีวี" เปิดตัวกล่อง HD by DTV ระบบเคยูแบนด์ รับชม85ช่อง มีช่องเอชดี 2ช่อง ราคากล่องละ 2,800 บาท นอกจากนี้ยังเป็นพันธมิตรกับ Nextstep เพื่อนำ 6 ช่องรายการของเนกซ์สเตป มาแพร่ภาพผ่านกล่องรุ่นเอชดี

"ในยุคเปิดเสรีแพลตฟอร์ม ผู้ชมมีทางเลือกหลากหลายในการรับชม การจะทำให้กล่องเป็นตัวเลือกของผู้ชม คอนเทนท์ที่อยู่ในกล่องจำเป็นต้องแตกต่าง และรับชมได้เฉพาะกล่องนั้นๆ อีกทั้งต้องก้าวให้ทันเทคโนโลยีเอชดี ที่จะเข้ามามีบทบาทในอีก 5-10 ปีจากนี้" นายนิรันดร์ กล่าว