วันอาทิตย์ ที่ 18 ตุลาคม 2569

Login
Login

คลังเมินอัดเงินกระตุ้นเศรษฐกิจครึ่งปีหลัง

"กิตติรัตน์"เมินใช้มาตรการอัดฉีดเม็ดเงินกระตุ้นศก.ครึ่งปีหลัง ย้ำลงทุนโครงสร้างพื้นฐานจำเป็น รองรับเศรษฐกิจโลกฟื้นในช่วง 6-7 ปีข้างหน้า

นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า การบริหารเศรษฐกิจประเทศในช่วงครึ่งหลังของปีนี้ จะไม่ใช้มาตรการกระตุ้นที่เป็นการอัดฉีดเงินเพื่อให้ได้ผลระยะสั้น แต่จะประคองเศรษฐกิจ ให้สามารถผ่านพ้นช่วงเศรษฐกิจโลกชะลอตัว

"รัฐบาลไม่มีมาตรการเพื่ออัดฉีดเงินเข้าระบบเศรษฐกิจ เพื่อหวังให้เศรษฐกิจขยายตัวในระยะสั้นๆ ซึ่งโครงการเงินกู้ของรัฐบาล ล้วนจะเป็นโครงการที่ส่งผลต่อเศรษฐกิจในระยะยาวทั้งสิ้น เราไม่ต้องการใช้แนวทางการกระตุ้นเศรษฐกิจแบบที่เคยทำมา เช่น โครงการไทยเข้มแข็ง ซึ่งใช้งบประมาณสูง แต่ไม่คุ้มค่า"นายกิติรัตน์กล่าว

นายกิตติรัตน์ กล่าวว่า เมื่อเศรษฐกิจโลก ชะลอตัวลง โดยกองทุนการเงินระหว่างประเทศ ที่เคยคาดการณ์ว่า เศรษฐกิจโลกจะขยายตัวมากกว่า 3.3 % แต่คาดการณ์ใหม่อาจมีการปรับลดลง ซึ่งเราคงต้องปรับคาดการณ์การขยายตัวทางเศรษฐกิจของเราตามไปด้วย เพราะหากเศรษฐกิจโลกชะลอตัว กำลังซื้อสินค้าของไทยจากประเทศคู่ค้าก็ลดต่ำลง แม้ว่าจะใช้อัตราแลกเปลี่ยนเพื่อช่วยยกกำลังซื้อ แต่ก็ไม่ใช่เรื่องที่ง่าย อย่างไรก็ตาม เราสามารถปรับปรุงเศรษฐกิจในประเทศเราเอง เพื่อสร้างเศรษฐกิจให้สมดุลมากขึ้น หลังจากที่ในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา เศรษฐกิจประเทศพึ่งพาการส่งออกค่อนข้างสูง ด้วยการเน้นการลงทุนภาครัฐ,การลงทุนภาคเอกชน และการอุปโภคบริโภคภายในประเทศ ที่สำคัญอย่าสร้างบรรยากาศที่สร้างผลกระทบต่อความเชื่อมั่นในการลงทุนในประเทศ

นายกิตติรัตน์ กล่าวว่า ในช่วงที่เศรษฐกิจโลกชะลอตัว เราต้องเตรียมศักยภาพตัวเองให้พร้อม เมื่อเศรษฐกิจโลกฟื้นตัวในอีก 6-7 ปี หรือ อาจจะในอีก 1 ทศวรรษข้างหน้า เราจะได้รับผลประโยชน์จากการฟื้นตัวอย่างเต็มที่ ซึ่งการเตรียมพร้อมของรัฐบาลคือ การวางแผนการลงทุนในระบบคมนาคม 2 ล้านล้านบาท การลงทุนบริหารจัดการน้ำ 3.5 แสนล้านบาท

"เราเป็นส่วนหนึ่งของระบบเศรษฐกิจโลก เมื่อเศรษฐกิจโลกขยายตัวช้าลง หากเราจะสวนกระแส โดยให้เศรษฐกิจประเทศขยายตัวมากกว่าที่คาด ผมคิดว่า จะทำให้คนไม่สบายใจต่อการตั้งเป้าหมายที่ไม่สมจริงสมจังของเรา"นายกิติรัตน์ กล่าว