รีบาวด์รับข่าวการลดขนาด QE3 อาจชะลอออกไป
คาดดัชนีฯ ปรับขึ้น แนวต้าน 1400/1408จุด แนวรับ1375/1365 จุด เป็นผลจาก สัญญาณการลดขนาด QE3 ของเฟดอาจเลื่อนออกไป จากรายงานประชุมเฟดล่าสุด และสุนทรพจน์ของประธานเฟด เบน เบอร์นาเก้ วานนี้ ระบุว่า เฟดยังจำเป็นต้องดำเนินนโยบายการเงินที่ผ่อนคลายต่อไปในอนาคตอันใกล้ (ส่งผลค่าเงินดอลล์สหรัฐฯกลับมาอ่อนค่า ซึ่งจะส่งผลดีต่อตลาดหุ้นเอเชีย ราคาสินค้าโภคภัณฑ์ ทองคำ)
เราแนะนำ ขึ้นทยอยขาย เพราะมองว่า การปรับขึ้นของตลาดหุ้นเอเชียวันนี้จะเป็นเพียงชั่วคราว และคาดว่าต่างชาติจะยังคงเป็นผู้ขายสุทธิต่อ ในระยะยาว อิงสัญญาณบ่งชี้จาก IMF ที่ว่า ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิคอาจเผชิญปัญหาเงินทุนไหลออก ค่าเงินอ่อนค่า ฯลฯ และเศรษฐกิจจีนที่อาจแย่กว่าคาดการณ์ (2Q56F GDP ประกาศต้นสัปดาห์หน้า คาด +7.6%y-y VS 1Q56 7.7%y-y) รวมถึงผลกำไรบจ.เริ่มมีการ Downward Revision (เป็นไปตามคาด) โดยเฉพาะกลุ่มอิงการบริโภคในประเทศ (รับเหมาฯ บ้าน เช่าซื้อ ค้าปลีก แบงก์)
ขณะที่สัญญาณเทคนิค (รูปแบบ Bearish Trend ของเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ ส่งผลให้ บริเวณ SMA. 5 วันที่ 1408 จุด จะเป็นแนวต้าน และ การฟอร์มตัวเป็นรูปแบบขาลง Double Top โดยมีจุดทดสอบที่ Neck Line 1361/1338 จุด ) จะส่งผลให้ ดัชนีฯ ยังคงมีโอกาสอ่อนตัวลงต่อในระยะสัปดาห์ แม้ในระยะสั้นอาจมีการรีบาวดัชั่วคราว จากการเป็นตลาดหุ้นที่สัปดาห์นี้ ลดลงสูงสุด (WTD -3.67%w-w Vs อินโด -2.7% ฟิลิปปินส์ -2.96%)
สำหรับนักลงทุนที่ซื้อเก็งกำไรไปตามคำแนะนำวานนี้ (ซื้อบริเวณ 1380-1385 จุด) แนะนำ ทยอยขายล็อคกำไรบริเวณ 1400 จุดขึ้นไป หรือ Stop Loss หากขาดทุน 3% โดยเน้น หุ้นกลุ่มสินค้าโภคภัณฑ์ อิงกระแสอียิปต์ เศรษฐกิจสหรัฐฯ-ญี่ปุ่น ฟื้นตัวดี (PTTEP TOP BCP PTTGC) และ SCG ส่งสัญญาณ ธุรกิจปิโตรเคมีที่เคยเป็นกำไรหลักของบริษัทนั้น ได้กลับมาฟื้นตัวในขณะนี้ หลังจากที่กำไรร่วงลงในปีที่แล้ว ซึ่งเป็นไปในทิศทางเดียวกับสเปรดผลิตภัณฑ์ที่เพิ่มขึ้นตั้งแต่ต้นปี จากราคาวัตถุดิบที่ลดลงตามราคาน้ำมันดิบ ขณะที่ราคาผลิตภัณฑ์ไม่ได้ปรับตัวลงตาม โดยสเปรดผลิตภัณฑ์ PP และแนฟทาซึ่งเป็นวัตถุดิบ อยู่ที่ 617 ดอลลาร์/ตัน จาก 581 ดอลลาร์/ตัน ในไตรมาส 1/56 ขณะที่สเปรดของ HDPE-แนฟทา อยู่ที่ 585 ดอลลาร์/ตัน จาก 521 ดอลลาร์/ตัน ในไตรมาส 1/56 ซึ่งสเปรดที่สูงขึ้นนี้ จะหนุนให้ผลประกอบการของธุรกิจปิโตรเคมี ครึ่งแรก ปีนี้ดีขึ้นด้วย






