คาดกำไรปกติ 2Q56 ทำสถิติสูงสุดใหม่
คาดกำไรสุทธิ 2Q56 ที่ 175 ล้านบาท
เราคาดว่า KCE จะมีกำไรสุทธิ 2Q56 ที่ 175 ล้านบาท เพิ่มขึ้นโดดเด่น 122% YoY แต่ลดลง 36% QoQ ทั้งนี้กำไรสุทธิลดลง QoQ จากผลขาดทุนค่าเงินราว 45 ล้านบาท หากไม่รวมรายการนี้ผลการดำเนินงานจากธุรกิจปกติจะมีกำไร 220 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 43% QoQ และพลิกจากขาดทุน 1 ล้านบาทใน 2Q55 เนื่องจาก 1) การผลิตที่เพิ่มขึ้นเป็นกว่า 80% ตามคำสั่งซื้อของลูกค้าหนุนยอดขายดอลลาร์เพิ่มขึ้น 10% QoQ และ 61% YoY เป็น 74 ล้านดอลลาร์สหรัฐ 2) Gross margin ดีขึ้นเป็น 24.2% จากผลบวกค่าเงินบาทอ่อนและอัตราการผลิตที่สูงขึ้น
แนวโน้ม 3Q56 ดีต่อเนื่อง
การประชุมกับผู้บริหาร KCE วานนี้ทำให้เราคงมุมมองบวกต่อผลการดำเนินงานปกติ 3Q56 จะมีกำไรดีสุดของปี จากยอดขายสกุลดอลลาร์เพิ่มขึ้นกว่า 5% จาก 2Q56 ประกอบกับอัตราการผลิตเพิ่มขึ้นเป็น 95% จะทำให้ Gross margin ดีต่อเนื่องจาก 2Q56 ปัจจุบันลูกค้าของบริษัทยืนยันคำสั่งซื้อถึงเดือน พ.ย.แล้ว จึงมองว่ายอดขาย 4Q56 จะไม่น้อยกว่า 2Q56
กำลังการผลิตใหม่เฟสแรกเริ่มผลิต 4Q57
แผนลงทุนสร้างโรงงานใหม่ที่ลาดกระบังกำลังการผลิต 2 ล้านตารางฟุต มีระยะเวลาลงทุน 3 ปี แบ่งเป็นเฟส 1 กำลังการผลิต 7 แสนตารางฟุตเริ่มรับรู้รายได้ 4Q57 ส่วนเฟส 2 และ 3 ทยอยลงทุนในปี 2558-2559 จะมีกำลังการผลิต 6 แสนตารางฟุตและ 7 แสนตารางฟุตตามลำดับ การลงทุนครั้งนี้ใช้เงินลงทุน 4,675 ล้านบาทเป็นเงินกู้ 88% หรือราว 4,100 ล้านบาท ปัจจุบันบริษัทมี D/E 2.2 เท่า ทั้งนี้ผู้บริหารมั่นใจจะคุม D/E ไม่เกิน 2 เท่าได้และมองว่าไม่จำเป็นต้องเพิ่มทุน เราประเมินการเริ่มผลิตเฟส 1 จะมีอัตราการผลิต 60% และเพิ่มการผลิตราว 24% จากปัจจุบันมีการผลิตรวม 1.7 ล้านตารางฟุต เราคาดว่าจะเริ่มเห็นผลบวกต่อยอดขายเต็มปี 2558
เป็นช่วงขาขึ้นของการเติบโต
จากบทวิเคราะห์กลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์วันที่ 3 มิ.ย.56 เราเพิ่มมุมมองบวกต่อ KCE จากแนวโน้มกำไรปกติ 3 ไตรมาสที่เหลือปีนี้ดีต่อเนื่อง และประเมินมูลค่าเหมาะสมปีนี้ 16.70 บาท (13.00 เท่า PE+0.5SD) ประกอบกับบริษัทมีโอกาสเติบโตจากโรงงานใหม่ซึ่งจะขยายกำลังการผลิตใน 3 ปีข้างหน้าเพิ่มอีกเท่าตัวจากปัจจุบันรองรับคำสั่งซื้อเพิ่มของลูกค้าเดิมและใหม่ ราคาหุ้นปัจจุบันซื้อขาย PE ปี 56 ที่ 7.1 เท่า มีส่วนลด 35% จาก PE ปี 56 เฉลี่ย 10.9 เท่าของ 4 บริษัทที่ศึกษาในกลุ่มฯ แนะนำ “ซื้อ”







