วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

BCP - ซื้อ

คาดการณ์กำไรหลักไตรมาส 2/56 เติบโตแข็งแกร่ง แต่ผลขาดทุนจากสต็อกน้ำมันจะส่งผลกดดันต่อกำไรสุทธิ

ประเด็นการลงทุน
เราเชื่อว่าโมเดลความหลากหลายทางธุรกิจของ BCP จะำช่วยหนุนกำไรหลักไตรมาส 2/56 ของบริษัทให้แข็งแกร่ง แม้ภาวะค่าการกลั่นตลาดโดยรวมจะอ่อนแอ ซึ่งแตกต่างจากบริษัทอื่นในอุตสาหกรรมโรงกลั่นปิโตรเคมีไทยที่ผลประกอบการมีความเสี่ยงต่อความผันผวนของค่าการกลั่นมากกว่า คาดการณ์กำไรเติบโตอย่างแข็งแกร่งในไตรมาส 3/56 น่าจะเป็นปัจจัยหนุนให้ราคาหุ้นปรับตัวสูงขึ้นในระยะต่อไป แม้ว่าเราจะมีมุมมองเชิงลบต่อปัจจัยพื้นฐานของอุตสาหกรรมโรงกลั่น แต่เราคิดว่าโมเดลธุรกิจของ BCP (กอปรกับความเป็นไปได้จากมูลค่าเพิ่มจากการขายสินทรัพย์เกี่ยวกับธุรกิจพลังงานแสงอาทิตย์) จะทำให้นักลงทุนกลับมาให้ความสนใจหุ้นในอนาคต มูลค่าหุ้นยังถือว่าถูก โดยมีระดับ PER ปี 2556 ที่ 10.9 เท่า ซึ่งต่ำกว่าค่าเฉลี่ยภูมิภาคที่ 16.9 เท่าอย่างมาก

คาดการณ์กำไรหลักเติบโตในไตรมาส 2/56
เราคาดว่า BCP จะรายงานกำไรสุทธิไตรมาส 2/56 ที่ 1,162 ล้านบาท พลิกกลับจากขาดทุนสุทธิ 385 ล้านบาทในไตรมาส 2/55 แต่ลดลง 47% QoQ หากไม่รวมประมาณการขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน 693 ล้านบาท (เทียบกับกำไรในไตรมาส 1/56), การขาดทุนจากสต็อกน้ำมัน 1,126 ล้านบาท (เทียบกับกำไรในไตรมาส 1/56) และรายได้ชดเชยจากเงินประกันจำนวน 1,350 ล้านบาท กำไรหลักไตรมาส 2/56 คาดว่าจะอยู่ที่ 1,576 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 55% YoY และ 16% QoQ

ปัจจัยหนุนการเติบโตจะมาจาก 1) อัตราการใช้กำลังการกลั่นสูงขึ้น (เพิ่มขึ้น 36% YoY แต่ลดลง 4% QoQ มาอยู่ที่ 96KBD เนื่องจากมีการหยุดการผลิตเพื่อซ่อมบำรุงเป็นเวลา 30 วันในไตรมาส 2/55 และการหยุดการผลิตโดยไม่ได้วางแผนล่วงหน้าเป็นเวลา 19 วัน ตั้งแต่วันที่ 19 มี.ค.-6 เม.ย. 2556), 2) ปริมาณขายผ่านช่องทางการตลาดที่เพิ่มขึ้น (เติบโต 10% YoY แต่ลดลง 2% QoQ), 3) ค่าการกลั่นตลาดที่สูงขึ้น (เพิ่มขึ้น 24% YoY แต่ลดลง 25% QoQ มาอยู่ที่ 6 เหรียญต่อบาร์เรล), 4) ค่าการตลาดค้าปลีกโตก้าวกระโดด 28% QoQ (แต่ลดลง 26% YoY) มาอยู่ที่ 0.64 บาทต่อลิตร และ 5) กำไรที่เพิ่มขึ้นจากธุรกิจผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์